Breaking News
5league.com
ไหนๆแอดก็เขียนถึงวิธีการเล่นเจาะลึก ราคาแทงบอล Sbobet มาก็เยอะแล้วเชื่อว่าเพื่อนๆหน้าใหม่ ก็ยังมีคำถามในใจเสมอว่าจะเลือกเล่น sboดีที่สุด กับเว็บไหน ซึ่งบางท่านก็อาจจะสนใจแค่โปรโมชั่น บางท่านก็อยากได้ความน่าเชื่อถือของเว็บ เดี๋ยวในบทความต่อไป เราจะเจาะลึกทุกเว็บที่รับ แทงบอลสโบเบท เพื่อให้เพื่อนๆง่ายต่อการเลือกและจะได้ไม่ต้องตั้งคำถามว่าจะเล่น Sbobet Maxbet เว็บไหนดี แล้วเจอกันคร้าบบบบบบบบบ

MAXBET

พาไปดู 7 นักเตะสโมสรโมนาโก ยุคปี 2000 ปัจจุบันเป็นไงบ้าง

นักเตะสโมสรโมนาโก

โมนาโกชุดคว้าแชมป์ลีกเอิงปี 2017 ได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมแห่งดาวรุ่ง แต่หากย้อนหลังไปในฤดูกาล 1999-2000 นักเตะสโมสรโมนาโก ในชุดนั้น ต่างเติบโตและโด่งดังกลายเป็นสตาร์ดังลูกหนังกันแทบจะยกทีม เราลองย้อนไปดูกันว่า นักเตะเหล่านั้นมีใครกันบ้าง และปัจจุบัน ทำอะไรกันอยู่ 7 นักเตะสโมสรโมนาโก ในยุค 2000 ตอนนี้ทำอะไรกันบ้าง ฟาเบียง บาร์กเตซ นายทวารดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ เริ่มการเฝ้าเสากับทีมตูลูส ก่อนที่จะมามีชื่อเสียงกับโอลิมปิค มาร์กเซย และร่วมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการคว่ำเอซี มิลาน …

Read More »

ที่สุด 5 ปีกตัวละครลับ ที่ คล็อปป์ ควรพิจารณา เสริมทัพหงส์

เสริมทัพหงส์

นี่เป็นซัมเมอร์ที่ ลิเวอร์พูล คงไม่ได้มีโอกาส เสริมทัพหงส์ ผู้เล่นระดับบิ๊กเนมสักเท่าไหร่ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่ควรเสริมใครเข้ามาเพิ่มเลย ขุมกำลังในแนวลึก คือสิ่งที่พวกเขาต้องการ และไม่ใช่แค่ตำแหน่งเดียว หากแต่เป็น 3-4 ตำแหน่ง ซึ่งหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากๆ ก็คือผู้เล่นในตำแหน่งปีก มันยากกับการที่จะหาคนมานั่งรอโอกาสลงเล่นแทน ซาล่าห์ หรือ มาเน่ แต่พลพรรค “หงส์แดง” ก็จำเป็นจะต้องไปหามาให้ได้ วันนี้ เราจะไปสำรวจ 5 ปีกคนดังของวงการ …

Read More »

5 นักเตะค่าตัวสุดแพง ของสโมสร อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม

นักเตะค่าตัวสุดแพง

อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมแห่งการสร้างซูเปอร์สตาร์มาประดับวงการฟุตบอลทั่วยุโรป นักเตะส่งออกของพวกเขา มีตั้งแต่ปั้นขึ้นมาเองจากระบบอะแคเดมี่ที่ยอดเยี่ยม รวมถึง นักเตะที่ซื้อเข้ามาสู่ทีมตั้งแต่เป็นดาวรุ่ง วันนี้เรามาจัดอันดับกันว่า ใครคือ 5 นักเตะค่าตัวสุดแพง ที่อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ขายออกไปได้ราคาที่สุด แต่ละคนพูดชื่อแล้วรู้จักกันเป็นอย่างดีทั้งนั้น พาส่อง 5 นักเตะค่าตัวสุดแพง ของสโมสร อแจ็กซ์ 5. หลุยส์ ซัวเรซ ขายไป : …

Read More »

ข่าวฟุตบอล

พาไปดู 7 นักเตะสโมสรโมนาโก ยุคปี 2000 ปัจจุบันเป็นไงบ้าง

โมนาโกชุดคว้าแชมป์ลีกเอิงปี 2017 ได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมแห่งดาวรุ่ง แต่หากย้อนหลังไปในฤดูกาล 1999-2000 นักเตะสโมสรโมนาโก ในชุดนั้น ต่างเติบโตและโด่งดังกลายเป็นสตาร์ดังลูกหนังกันแทบจะยกทีม เราลองย้อนไปดูกันว่า นักเตะเหล่านั้นมีใครกันบ้าง และปัจจุบัน ทำอะไรกันอยู่

7 นักเตะสโมสรโมนาโก ในยุค 2000 ตอนนี้ทำอะไรกันบ้าง

  1. ฟาเบียง บาร์กเตซ

นักเตะสโมสรโมนาโก

นายทวารดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ เริ่มการเฝ้าเสากับทีมตูลูส ก่อนที่จะมามีชื่อเสียงกับโอลิมปิค มาร์กเซย และร่วมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการคว่ำเอซี มิลาน 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศฤดูกาล 1992-93 หลังจากนั้นอีก 2 ปี เพื่อมาร์กเซยประสบปัญหา เขาก็ย้ายมาเฝ้าเสาให้กับโมนาโก ในยุคของโคล้ด ปูเอล และมีโอกาสคว้าแชมป์ลีกเอิงได้อีก 2 ครั้ง ในปี 1997 และ 2000 ก่อนจะไปเฝ้าเสาให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเลิกเล่นฟุตบอลในปี 2007 ร่วมกับทีมน็องต์ส  หลังจากนั้นเขาก็เดินหน้าเปลี่ยนอาชีพใหม่ โดยไปอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตแทน

  1. วิลลี่ ซาญอล

นักเตะสโมสรโมนาโก

เขาประสบความสำเร็จอย่างมากกับโมนาโก จนทำให้ตัวเองได้ย้ายไปเล่นกับบาเยิร์น มิวนิค ก่อนจะใช้เวลาในการเป็นพลพรรคเสือใต้อยู่นาน 9 ปีด้วยกัน ซึ่งเขาเก็บเกี่ยวแชมป์บุนเดสลีกามาครองได้ถึง 5 สมัย รวมทั้งมีดีกรีติดทีมชาติฝรั่งเศสถึง 58 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการเข้าร่วมศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 2006 และทะลุเข้าถึงรองชิงชนะเลิศได้สำเร็จก่อนจะพ่ายแพ้ต่ออิตาลี หลังจากที่จบจากชีวิตพ่อค้าแข้ง เขาก็ก้าวเข้าเป็นผู้จัดการทีมให้กับบอร์กโดซ์  และมาถูกไล่ออกในเดือนเมษายน 2016 โดยในช่วงปี 2017 เขาเคยรับบทบาทกุนซือชั่วคราวของบาเยิร์น มิวนิค เป็นเวลาสั้นๆ เมื่อคาร์โล อันเชล็อตติ เพิ่มอำลาทีมเสือใต้ไป

  1. ราฟาเอล มาร์เกวซ

นักเตะสโมสรโมนาโก

เขาเป็นหนึ่งในกุนแจสำคัญที่ทำให้โมนาโกคว้าแชมป์ในปี 2000 ได้สำเร็จ โดยเขาได้สวมชุดแข่งของโมนาโกทั้งสิ้น 4 ฤดูกาล ก่อนจะโดนขายต่อไปให้กับบาร์เซโลน่า และไปต่อยอดคว้าแชมป์ลาลีกาอีก 4 สมัย ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย นอกจากนี้ เขายังมีส่วนช่วยให้เม๊กซิโก ทีมชาติของเขาได้มีโอกาสคว้าแชมป์ โกลด์คัพ ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติของแถบอเมริกากลาง เขาได้รับการเชิดชูให้เป็นหนึ่งในนักเตะตลอดกาลของทีมเม๊กซิโก ก่อนที่จะเพิ่งแขวนสตั้ดไปในปี 2018 กับทีมแอตลาส ซึ่งเป็นที่แรกที่เปิดโอกาสให้เชาได้เล่นฟุตบอล

  1. ฟิลลิป คริสตองวาล

นักเตะสโมสรโมนาโก

คริสตองวาล ยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาร์ฟคู่บุญกับ มาร์เกวซ และทำให้แนวรับของทีมโมนาโก สุดแข็งแกร่ง ก่อนที่จะได้ย้ายไปสู่บาร์เซโลน่า เช่นเดียวกับคู่หูของเขา แต่การไปเล่นในสเปนสำหรับเขาแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาที่ล้มเหลว เพราะเขาได้รับการป่อยตัวออกจากทีมหลังจากได้เล่นให้ทีมเจ้าบุญทุ่มเพียง 31 นัดเท่านั้น ก่อนจะมีโอกาสมาค้าแข้งช่วงสั้นๆ กับทีมโอลิมปิค มาร์กเซย และ ฟูแล่ม ตามลำดับ ก่อนที่จะแขวนสตั้ดไปในปี 2009 จากนั้นมาก็หันหน้าเข้าสู่การเป็นโค้ชสอนฟุตบอล รวมถึงรับงานคอมมันต์ทางโทรทัศน์อีกด้วย

  1. ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่

นักเตะสโมสรโมนาโก

ในช่วงนั้น รีเซ่ มีอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น แต่เขาสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้ และเป็นหนึ่งในสมาชิกแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ของโมนาโกชุดนี้ด้วย จากนั้น ความอยากจะก้าวไปยิ่งใหญ่เพิ่มขึ้น เขาก็ได้ย้ายไปอยู่กับลิเวอร์พูล เมื่อทีมหงส์แดงโปรดปรานความแข็งแกร่ง และการยิงประตูด้วยพลังอันหนักหน่วง แม้จะเป็นแบ็คซ้าย และเขาก็มาร่วมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกร่วมกับลิเวอร์พูลได้สำเร็จในปี 2005 รีเซ่รีไทร์จากวงการฟุตบอลในเดือนสิงหาคม 2016 กลายเป็นนักฟุตบอลนอร์เวย์ที่ติดทีมชาติมากที่สุดตลอดกาล

  1. ซาบรี้ ลามูชี่

นักเตะสโมสรโมนาโก

หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในการเล่นป็นมิดฟิลด์ให้กับโมนาโก จนคว้าแชมป์ได้สำเร็จ เขาก็ย้ายออกจากทีมในฤดูกาลต่อมา โดยย้ายไปเล่นกับปาร์ม่าเป็นเวลา 3 ฤดูกาล ก่อนจะขยับขึ้นไปเล่นกับอินเตอร์ มิลาน แต่กับทีมงูใหญ่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อโอกาสในการได้เล่นเป็นตัวจริงน้อย ก่อนที่เขาจะย้ายไปเล่นฟุตบอลในกาตาร์ อยู่ 4 ปี ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นโค้ชที่นั่น ซึ่งเวลานี้ เขากำลังทำงานร่วมกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในการไต่เต้าหวนคืนสู่พรีเมียร์ลีกให้ได้

  1. คอสตินญ่า

นักเตะสโมสรโมนาโก

หลังจากย้ายมาจากโปรตุเกส ช่วงแรกของการเล่นให้โมนาโก เขาต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อที่จะสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมให้ได้ จนกระทั่งปี 1999 เขาก็ทำมันได้สำเร็จ เมื่อกลายเป็นจอมทัพที่ยิ่งใหญ่ของทีม และภายหลังจากการคว้าแชมป์ร่วมกับโมนาโกในปีต่อมาได้ เขาก็ย้ายไปสานต่อความยอดเยี่ยมกับปอร์โต้ ภายใต้โค้ชที่ชื่อว่าโชเซ่ มูรินโญ่ จนกระทั่งคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาครองได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งชัยชนะในนัดชิงชนะเลิศก็คือการปราบโมนาโกอดีตต้นสังกัดของเขานั่นเอง ก่อนจะเดินหน้าเข้าสู่สายงานการคุมทีมในปัจจุบันต่อไป

ถ้าหากสนใจอยากจะอ่าน ข่าวฟุตบอลใหม่ล่าสุด ก็สามารถติดตามเพิ่มเติมได้เว็บนี้ที่เดียว

ที่สุด 5 ปีกตัวละครลับ ที่ คล็อปป์ ควรพิจารณา เสริมทัพหงส์

นี่เป็นซัมเมอร์ที่ ลิเวอร์พูล คงไม่ได้มีโอกาส เสริมทัพหงส์ ผู้เล่นระดับบิ๊กเนมสักเท่าไหร่ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่ควรเสริมใครเข้ามาเพิ่มเลย ขุมกำลังในแนวลึก คือสิ่งที่พวกเขาต้องการ และไม่ใช่แค่ตำแหน่งเดียว หากแต่เป็น 3-4 ตำแหน่ง ซึ่งหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากๆ ก็คือผู้เล่นในตำแหน่งปีก

มันยากกับการที่จะหาคนมานั่งรอโอกาสลงเล่นแทน ซาล่าห์ หรือ มาเน่ แต่พลพรรค “หงส์แดง” ก็จำเป็นจะต้องไปหามาให้ได้ วันนี้ เราจะไปสำรวจ 5 ปีกคนดังของวงการ ที่ ลิเวอร์พูล ควรพิจารณาคว้าตัวมาเสริมความแข็งแกร่ง ส่วนจะมีใครบ้างนั้น เราไปติดตามกันได้เลยครับ

5 นักเตะลับที่ คล็อปป์ เล็งคว้าตัวมา เสริมทัพหงส์

  1. อิสไมล่า ซาร์

เสริมทัพหงส์

ลิเวอร์พูล รู้ซึ้งถึงพิษสงดาวเตะรายนี้ดี เขาคือคนที่ทำให้ หงส์แดง ลิ้มรสความพ่ายแพ้ในลีกนัดแรกของฤดูกาลก่อนด้วยการซัดประตูโชว์สวยๆ และผลจากการที่ วัตฟอร์ด ตกชั้นไปแล้วเรียบร้อยในตอนนี้ มันก็น่าจะทำให้การเจรจาง่ายขึ้น ประกอบกับตัวของ ซาร์ เองก็มีความสนิทสนมกับรุ่นพี่ร่วมชาติอย่าง มาเน่ อยู่แล้ว นั่นก็เท่ากับว่าทุกอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นได้ราบรื่น ถ้าหาก คล็อปป์ จะลองติดต่อพูดคุยจริงๆ

  1. ซามูเอล ชุควูเช่

เสริมทัพหงส์

ดาวเตะจากสโมสร บียาร์เรอัล โชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างสม่ำเสมอมาตลอดในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด จนได้รับความสนใจจากทีมมากมายทั่วยุโรป แถมเจ้าตัวยังอายุแค่ 21 ปี มีเวลาให้พัฒนาได้อีกเยอะ แถมยังมีความหลากหลายที่สามารถเล่นได้ทั้ง 2 ฝั่ง ถึงแม้ว่าโดยธรรมชาติแล้วเจ้าตัวจะเป็นคนที่ถนัดซ้ายก็ตาม

  1. เมมฟิส เดปาย

เสริมทัพหงส์

นักเตะคนสุดท้ายที่ขึ้นชื่อว่าเคยเล่นให้ทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ก็คือ ไมเคิ่ล โอเว่น ซึ่งใครจะรู้ว่าบางทีคนถัดไปมันอาจจะเป็น เดปาย ก็ได้ ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ พัฒนาขึ้นมาเยอะในการลงสนามรับใช้ ลียง เห็นได้จากผลงานที่ซัดไป 53 ประตู แอสซิสต์ อีก 43 จากจำนวนนัด 135 เกม แถมสัญญาฉบับปัจจุบันของเจ้าตัวก็เหลืออีกเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น

  1. เอมิลิเอโน่ บูเอนเดีย

เสริมทัพหงส์

อีก 1 แข้งที่ร่วงตกชั้นกับ นอริช ซิตี้ แต่ฟอร์มโดยส่วนตัวของอดีตดาวเตะ เกตาเฟ่ รายนี้ถือว่าน่าประทับใจพอสมควร และถือเป็นนักสร้างสรรค์โอกาสเบอร์ต้นๆ ของ พรีเมียร์ลีก โดยมีเพียงแค่ เควิน เดอ บรอยน์ , เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ แจ็ค กลีลิช เพียง 3 คนเท่านั้น ที่สร้างโอกาสให้เพื่อนได้ลุ้นประตูมากกว่าเขา

  1. มาร์คัส ตูราม

เสริมทัพหงส์

เจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 3 มาร์คัส ตูราม ตอบแทนเงิน 12 ล้านยูโร คืนกลับไปให้ กลัดบัค ได้อย่างคุ้มค่า จากผลงาน 14 ประตู และ 9 แอสซิสต์ ในซีซั่นล่าสุด โดยสามารถเล่นได้ทั้งในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าและปีก รูปร่างสูงใหญ่ แต่มีความเร็ว และที่สำคัญมากๆ เลยก็คือลูกชายของ ลิลิยง ตูราม คนนี้ พร้อมที่จะถอยลงมาช่วยเล่นเกมรับอยู่เสมอ

นี่คือ 5 แข้งตัวละครลับ ที่ ลิเวอร์พูล ควรพิจารณาดึงตัวมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับขุมกำลังในแนวลึก แต่สุดท้ายแล้วจะมีใครบ้างที่ตบเท้าเข้ามาในถิ่น แอนฟิลด์ เราคงต้องติดตามกันครับ นอกจากนั้นยังสามารถติดตาม ข่าวบอลอัพเดทใหม่ ได้ที่นี่ที่เดียว

5 นักเตะค่าตัวสุดแพง ของสโมสร อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม

อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมแห่งการสร้างซูเปอร์สตาร์มาประดับวงการฟุตบอลทั่วยุโรป นักเตะส่งออกของพวกเขา มีตั้งแต่ปั้นขึ้นมาเองจากระบบอะแคเดมี่ที่ยอดเยี่ยม รวมถึง นักเตะที่ซื้อเข้ามาสู่ทีมตั้งแต่เป็นดาวรุ่ง วันนี้เรามาจัดอันดับกันว่า ใครคือ 5 นักเตะค่าตัวสุดแพง ที่อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ขายออกไปได้ราคาที่สุด แต่ละคนพูดชื่อแล้วรู้จักกันเป็นอย่างดีทั้งนั้น

พาส่อง 5 นักเตะค่าตัวสุดแพง ของสโมสร อแจ็กซ์

5. หลุยส์ ซัวเรซ

ขายไป : ลิเวอร์พูล

ค่าตัว : 23.85 ล้านปอนด์

นักเตะค่าตัวสุดแพง

หลังจากสร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะดาวรุ่งจากอุรุกวัย โกรนิงเก้น เป็นทีมแรกที่ดึง ซัวเรซ มาค้าแข้งในทวีปยุโรปด้วยค่าตัว 800,000 ยูโร ในขณะนั้น และอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม เล็งเห็นถึงศักยภาพของเขา จึงทำการติดต่อมาร่วมทัพด้วยข้อเสนอ 3.5 ล้านยูโร ก่อนโดนปฏิเสธไป ทำให้ต้องเพิ่มเงินไปถึงระดับ 7.5 ล้านยูโร จึงจะยอมปล่อยตัวมาเล่นที่อาแจ๊กซ์  และตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ซัวเรซ เล่นให้กับยอดทีมแห่งฮอลแลนด์ เขายิงไปถึง 111 ประตู จาก 159 เกมในทุกรายการ ทำให้เคนนี่ ดัลกลิช ที่เพิ่งเข้ามารับงานที่แอนฟิลด์อีกครั้ง ติดต่อขอซื้อตัวมาเสริมทัพ คราวนี้ ราคาสร้างมูลค่าให้อาแจ๊กซ์ ทำกำไรได้อีกมากสบายกระเป๋าไป

4. เวสลีย์ สไนเดอร์

ขายไป : เรอัล มาดริด

ค่าตัว : 24.3 ล้านปอนด์

นักเตะค่าตัวสุดแพง

มิดฟิลด์ตัวรุกร่างเล็กเพียง 170 เซนติเมตร เกิดมาในตระกูลนักฟุตบอล เพราะทั้งพ่อและพี่ชาย ต่างเดินสายค้าแข้งกันทั้งหมด และเจ้าตัวก็ได้เข้าร่วมฝึกกับอะแคเดมี่ ของอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม พรสวรรค์ทางด้านฟุตบอลทำให้เขาถูกผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างง่ายดาย ความเร็วและการเล่นฟุตบอลของเขามีส่วนผลักดันให้เขาก้าวขึ้นถึงการติดทีมชาติฮอลแลนด์อย่างรวดเร็ว และในฤดูกาลสุดท้ายของเขาในการเล่นกับอาแจ๊กซ์ สามารถยิงประตูได้ถึง 22 ประตูในทุกรายการ ทำให้ เรอัล มาดริด ตัดสินใจคว้าตัวไปเสริมทัพในที่สุด

3. ดาวี่ คลาสเซ่น

ขายไป : เอฟเวอร์ตัน

ค่าตัว : 24.3 ล้านปอนด์

นักเตะค่าตัวสุดแพง

ในวัยเด็กจุดเริ่มต้นทางด้านฟุตบอลเขาเริ่มกับทีมสมัครเล่นในฮอลแลนด์ ก่อนที่จะมีโอกาสคัดตัวมาเข้าร่วมอะแคเดมี่ของอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมจนได้ การเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกของเขา มีส่วนทำให้ทีมเด็กของอาแจ๊กซ์ กวาดแชมป์ได้หลายรายการ จนกระทั่งถูกดันขึ้นมาทำหน้าที่ในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในปี 2011 และก้าวขึ้นถึงการเป็นกัปตันทีมในฤดูกาล 2015-16 ก่อนที่ปีต่อมาจะถูกปล่อยตัวมาให้กับเอฟเวอร์ตัน ซึ่งการเล่นในพรีเมียร์ลีก ของเขาดูเหมือนจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักเพราะได้เล่นในลีกได้แค่ 7 นัดเท่านั้น ก็ถูกขายขาดทุนต่อให้กับแวร์เดอร์ เบรนเมน ในฤดูกาลต่อมาทันที

2. คลาส แยน ฮุลเตลลาร์

ขายไป : เรอัล มาดริด

ค่าตัว : 24.3 ล้านปอนด์

นักเตะค่าตัวสุดแพง

การเล่นของเขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับ มาร์โก แวน บาสเท่น ยอดศูนย์หน้าพลายกระซิบทีมชาติฮอลแลนด์เลยทีเดียว โดยเขาเริ่มต้นฝึกฟุตบอลกับทีมสมัครเล่นก่อนจะย้ายไปฝึกกับ เดอ กราฟคัพและพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น จนกระทั่งได้ขึ้นทีมชุดใหญ่ แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงสนาม จนกระทั่งการถูกไปยืมตัวกับฮีเรนวีก็เริ่มออกพิษสงในการถล่มประตูจนถูกซื้อขาดไปในที่สุด ก่อนที่จะเข้าสู่ปี 2006 อาแจ๊กซ์ ก็ยอมทุ่มเงิน 9 ล้านยูโร คว้าตัวมาล่าตาข่ายให้กับทีมและก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเพียงแค่ไม่เต็ม 4 ฤดูกาลดี สามารถผลิตสกอร์ไปได้ถึง 105 ประตู จากทุกรายการ และกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการฟุตบอล จนเรอัล มาดริด ติดต่อมาซื้อตัวไปเล่นด้วย แต่ดูเหมือนว่า จะสอบไม่ผ่านกับทีมชุดขาว

1. อาร์คาดิอุซ มิลิค

ขายไป : นาโปลี

ค่าตัว : 28.8 ล้านปอนด์

นักเตะค่าตัวสุดแพง

หัวหอกจากโปแลนด์ เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 2011กับทีม กอร์นิค กาเบอร์เซ่ ในบ้านเกิด ก่อนที่ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จะเห็นแวว ซื้อเอามาปั้น และในช่วงแรกก็จัดการปล่อยให้เอาก์สบวร์ก ยืมตัวไปใช้งานก่อน ตามด้วยอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม และทำผลงานได้ดีโดยยิงได้ถึง 23 ประตูในทุกรายการ ทำให้อาแจ๊กซ์ ตัดสินใจซื้อตัวมาร่วมทีมอย่างถาวรในฤดูกาล 2015-16 ด้วยค่าตัว 2.8 ล้านยูโรเท่านั้น และมิลิคก็ยังฉายความร้อนแรงต่อเนื่อง ซัดตอบแทนทีมได้ถึง 24 ประตู ในทุกรายการแข่งขัน จึงทำให้ นาโปลีติดต่อเพื่อไปล่าตาข่ายให้กับทีม ด้วยค่าตัว 28.8 ล้านปอนด์ในที่สุด

สามารถติดตามอ่าน ข่าวฟุตบอลสดใหม่ ทุกวันได้ที่นี่ หรือต้องการอยากจะเลือกเล่นเกมพนัน สล็อต ก็สามารถคลิ๊กได้ที่ลิงค์นี้

อนาคตของ เบล จะย้ายไปไหนได้บ้าง หรือจะอยู่กับทีมต่อไป

เมื่อมีคำถามถึงนักเตะว่า อยากไปไหน อยากกลับไปที่นั่นที่นี่หรือไม่ สิ่งที่มืออาชีพมักจะตอบอยู่เสมอก็คือ ทุกอย่างไม่ได้อยู่ที่ตัวเอง สโมสรมีส่วนเรื่องนี้อย่างมาก และนั่นคือคำที่ แกเร็ธ เบล บอกเอาไว้ เป็นนัยว่าเขาไม่สามารถไปไหนได้ถ้า เรอัล มาดริด ไม่เปิดทางให้ และคงจะดีกว่าถ้ายอมเปิดทางให้เร็วกว่านี้

“ถ้ามีโอกาสเข้ามา มันก็คงเป็นสิ่งที่ผมจะพิจารณาแน่นอน เราจะรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรามีเวลาอีกมากในตลาดซื้อขายรอบนี้ และอาจจะมีอีก 2-3 ครั้ง เวลาจะบอกได้ แต่หลักๆ แล้วผมคิดว่า เหตุผลอยู่ที่การตัดสินใจของ เรอัล มาดริด ผมพยายามขอย้ายเมื่อปีที่แล้ว แต่พวกเขาป้องกันทุกทางจนถึงวินาทีสุดท้าย” เบล บอกถึงเหตุผลที่เขายังต้องอยู่

ราม่อน กัลเดร่อน อดีตประธานสโมสรเปิดเผยว่า ปี 2019 มีทีมหนึ่งจากอังกฤษยื่นข้อเสนอ 89 ล้านปอนด์ (3,560 ล้านบาท) เข้ามา แต่ เรอัล ปฏิเสธ เมื่อเวลานี้มาถึง ในวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกคงยากจะได้ราคานั้น การปล่อยตัวฟรีคงเป็นคำตอบที่ต้องทำจยอมรับ และหลังจากเจ้าตัวตกผลึกอยู่เป็นปีๆ ว่าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของทีมที่ ซีเนอดีน ซีดาน เป็นคนจัดการแท็คติก จัดสรรตัวจริงลงสนาม ในที่สุดแข้งเวลส์ก็ยอมเปิดปากว่าถ้าเลือกได้ก็อยากกลับไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก

น่าเสียดายที่เงื่อนไขหลายอย่างทำให้การหาทางออกร่วมกันตอนนี้อาจจะน่ากระอักกระอ่วนใจกว่าเมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว อายุ ค่าเหนื่อย และจำนวนเกมที่ได้ลงสนามใน 2 ฤดูกาลล่าสุด ทำให้ทีมที่จะเป็นเป้าหมายต่อไปต้องคิดหนักสักหน่อย และวันนี้ทางเว็บพนันชื่อดัง sbo จะพาทุกท่านไปดูอนาคตของนักเตะรายนี้กัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แกเร็ธ เบล

เบล

กัลเดร่อน เปิดเผยว่ามีทีมยื่นข้อเสนอ 89 ล้านปอนด์ (3,560 ล้านบาท) ซึ่งนั่นอาจเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยพยายามทาบทามแข้งรายนี้มากกว่า 3 ครั้งตั้งแต่ปี 2013 ครั้งที่ยังอยู่กับ ท็อตแน่ม

ต้องยอมรับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เคยให้ความสนใจในตัว เบล หลายครั้ง ตั้งแต่ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังเป็นกุนซือ ยื้อแย่งกันจาก ท็อตแน่ม แต่ทีมเมืองหลวงจอมแสบไม่ยอมขายให้คู่แข่งใน พรีเมียร์ลีก ด้วยกัน และนักเตะก็มองเห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่า รวมถึงการทุบสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลก และทุกครั้งที่นักเตะมีข่าวระหองระแหงกับกุนซือและสโมสร ก็เหมือนว่า ยูไนเต็ด พร้อมจะดามใจอยู่ตลอดเวลา บางที ทีมจากอังกฤษกับเสนอที่ กัลเดร่อน ว่าไว้ก็อาจเป็นไปได้ว่า ยูไนเต็ด อีกนั่นล่ะ

อดีตที่ผ่านมา เงินจำนวนมาก มูลค่าสโมสรระดับโลก ทำให้ “ปิศาจแดง” เป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมที่สามารถจ่ายค่าจ้างราคา 15 ล้านปอนด์ (60 ล้านบาท) ต่อปีให้ได้ ในกรณีที่ทำการตกลงกันว่า เบล สามารถย้ายได้แบบไม่มีค่าตัวก็อาจจะยิ่งเข้าทาง เพราะตอนนี้ เอ็ด วู้ดวาร์ด อาจไม่อยากลงทุนพลาดซ้ำซ้อน หลังจากที่เคยซื้อ อเล็กซิส ซานเชซ มาในราคาแพง อายุปลาย 20 และกลายเป็นหายนะ

แต่สำหรับ เบล หากไม่เสียค่าตัว แม้เขาอายุ 31 ปีแล้ว ประสบการณ์ของเขายังเป็นประโยชน์ในทีมที่เต็มไปด้วยดาวรุ่ง และอาจจะอยากได้ต้นแบบในสนามสักราย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เบล ก็เป็นทางเลือกอีกทางที่ไม่ใช่เป้าหมายแรก และคงต้องรอให้ ยูไนเต็ด พลาดการคว้าตัว จาดอน ซานโช อย่างแน่นอนก่อน

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

เบล

เบล เคยอยู่ที่ลอนดอน 7 ฤดูกาล ตั้งแต่อายุ 19 ปี ฤดูกาลแรกกับทีมชุดใหญ่ลงสนาม 8 เกม ด้วยตำแหน่งแบ็คซ้ายก่อนกลายเป็นปีกซ้ายความเร็วสูงจากการปลุกปั้นของ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์

สปอร์ต สื่อจอมลือในแดนกระทิงดุร่ำลือว่า ท็อตแน่ม พร้อมจ่ายค่าตัว 15 ล้านปอนด์ (600 ล้านบาท) โดยไม่ต่อรอง แต่เมื่อผ่านด่านแรก การเจรจาค่าเหนื่อยน่าจะเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างหนัก แม้ เบล เป็นอดีตแข้งค่าตัวแพงระยับ แต่ในวัย 31 ปีกับสัปดาห์ละ 534,000 ปอนด์ (21.36 ล้านบาท) ออกจะมากไปสักหน่อย

สิ่งที่ปีกความเร็วสูงต้องคิดพิจารณาเพิ่มเติมก็คือโอกาสใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่หายไป เพราะฤดูกาล 2020/21 ท็อตแน่ม ไปได้แค่ ยูโรปา ลีก เท่านั้น มันดูเหมือนเขากำลังก้าวถอยหลัง แทนที่จะยังอยู่บนความท้าทายและรักษาภาพพจน์กับทีมใหญ่ รายการใหญ่ รวมถึงโอกาสในการลงสนามที่จะมีแข้งอายน้อยกว่าเขาแทบทั้งสิ้นคอยแย่งชิงตำแหน่ง

ซน ฮึง มิน เป็นตัวหลักในช่วงเวลาที่ไม่มี แฮร์รี่ เคน พิสูจน์ตัวเองมาไม่น้อย ลูคัส มูร่า และ เอริค ลาเมล่า ทั้งคู่ยังผลัดกันลงสนาม จุดเด่นอยู่ที่เทคนิคส่วนตัว และ สตีเว่น เบิร์กไวน์ ก็ยังรอสบโอกาสเหมาะจะก้าวขึ้นมา หนทางนี้ไม่ง่าย แม้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเคยยอมรับว่า เขาไม่มีทางปฏิเสธที่จะได้ตัว เบล มาอยู่ที่ ท็อตแน่ม

ทางเลือกอื่นในอังกฤษ

เบล

เบล เติบโตมากับ อคาดาเมี่ของ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ลงเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชฃิพ ครั้งที่ “นักบุญ” พยายามไต่เต้ากลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุด

การเลือกทีมเป้าหมาย ไม่ใช่สุุ่มสี่สุ่มห้า อย่างที่เคยมีคนบอกว่า ถ้า ลิโอเนล เมสซี่ แน่จริงก็ลองมาอยู่ สโต๊ค ไหมล่ะ? แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้ สโต๊ค ได้จาก พรีเมียร์ลีก ไปชั่วคราว ดังนั้น เมสซี่ ไม่ไป สโต๊ค ฉันใด เบล ก็คงไม่เลือกไป ฟูแล่ม ฉันนั้น มีความเป็นไปได้น้อยมาก แม้มีสายสัมพันธ์กับ สกอตต์ พาร์เกอร์ อดีตเพื่อนร่วมทีมที่ ท็อตแน่ม แต่องค์ประกอบอีกหลายอย่างไม่อำนวย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกทีมมหาเศรษฐีที่พร้อมจ่ายค่าตัวและค่าเหนื่อย แต่ด้วยความใหญ่ยิ่ง เขามีแผนที่ล้ำลึกและผูกโยงกับ เมสซี่ อยู่แล้ว ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเป้าหมายที่พวกเขากำลังพยายาม แถมด้วยแนวรุกที่อายุไม่น้อยทั้ง ริยาด มาห์เรซ และ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ เมื่อนำมาเฉลี่ยกับทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ กาเบรียล เชซุส ก็ค่อนข้างลงตัว ไม่อยากได้นักเตะอายุเกิน 30 เลย ถ้าคนนั้นไม่ใช่ เมสซี่ ส่วน เชลซี เพิ่งโปรยเงินไปกว่า 230 ล้านปอนด์ (9,200 ล้านบาท) เพื่อสร้างทีม ที่ตอนนี้ดูดีทีเดียว ขาดแค่การฝึกซ้อมให้เข้าขา ติโม แวร์เนอร์, คริสเตียน พูลิซิช, ฮาคิม ไซเย็ค, คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย, แทมมี่ อับราฮัม และล่าสุด ไค ฮาแวร์ซ ไม่รู้ว่าถ้า เบล มาอีกคนจะไปยืนตรงไหน

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

เบล

เบ็คแฮม ย้ายไป ปารีส เมื่ออายุ 32 ปี ลงสนามเพียง 10 เกม แต่เป็นนักเตะที่แฟนๆ ชื่นชอบอย่างมาก

ไม่ว่านักเตะคนดังค่าตัวแพงแค่ไหนในโลกนี้ “เปแอสเช” ก็พร้อมจะมีเอี่ยวด้วยทุกรายไป กลุ่มทุนกาตาร์ไม่เคยหวั่นกับการดึงตัวแข้งมากประสบการณ์มาเสริมทัพ ทั้ง เดวิด เบ็คแฮม, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ดาเนี่ยล อัลเวส หรือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน เพราะเชื่อว่านักเตะเหล่านี้มีอะไรที่จะทำได้ที่ฝรั่งเศส และบางทีพวกเขาอาจต้องการแรงบันดาลใจใหม่ๆ หลังจากเอื้อมไม่ถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศครั้งล่าสุด

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการปล่อยตัว เอดินสัน คาวานี่ ออกไป แม้ เบล ไม่สามารถทดแทนได้เป๊ะเพราะไม่ใช่กองหน้าตัวเป้า และการเล่นแบบฟรีสไตล์กับทั้ง คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ ที่ท่านประธาน นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ บอกว่าจะไม่ไปไหนก็ดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อย แถมยังพอดูมีที่ว่าง แม้อาจจะต้องช่วงชิงกับ อังเคล ดิ มาเรีย แต่แข้งอาร์เจนไตน์ก็มีอายุมากกว่า โรเตชั่นอาจเป็นทางเลือกที่ดี

ย้ายไปเล่นที่ประเทศจีน

เบล

ออสการ์ เป็นนักเตะของ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี รับค่าเหนื่อยแพงที่สุดในจีนสัปดาห์ละ 450,000 ยูโร (16.65 ล้านบาท)

ค่าเหนื่อยของ เบล อาจเป็นปัญหากับทีมส่วนมากในยุโรป แต่ไม่ใช่ที่จีน เพราะทั้ง เจียงซู ซู่หนิง และ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ไม่กลัวสิ่งนี้ ว่ากันว่าพวกเขาพร้อมจ่ายทั้งค่าตัวที่จะไม่ทำให้ เรอัล ขาดทุน และค่าเหนื่อยราคาแพงลิบถึงสัปดาห์ละ 1 ล้านปอนด์ (40 ล้านบาท) แต่สุดท้ายมีเหตุให้นักเตะไม่ไป เหตุผลหลักก็คือเรื่องความท้าทาย ที่แตกต่างจาก พรีเมียร์ลีก หรือ ลีก เอิง แม้กระทั่ง ลา ลีกา เองก็ตาม และถ้าให้เลือกไปจีน ไป เมเจอร์ลีก สหรัฐ กับ ไมอามี่ เอฟซี ของ เดวิด เบ็คแฮม น่าจะเป็นทางเลือกที่ดูดีกว่า

อยู่กับทีมต่อไป

เบล

แม้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายไป ยูเวนตุส 2 ฤดูกาลแล้ว แต่ เบล กลับได้ลงเป็นตัวจริงใน ลา ลีกา 21 และ 12 เกม ส่วนใน แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ซีซั่นรวมกัน 6 เกม

คงเป็นเรื่องยากถ้า ซีเนอดีน ซีดาน เรียก เบล มาที่ห้องทำงาน ดื่มกาแฟแล้วบอกว่า คิดๆ ดูแล้ว อย่าเพิ่งไปได้หรือเปล่า เพราะตัวเลขการลงสนามในหลายปีที่ผ่านมาบอกทุกอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาไม่ใช่ตัวเลือกลำดับแรก อาจต้องเป็นหน้าที่ของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ที่จะเรียกทั้งคู่มาไกล่เกลี่ย สำหรับนักเตะก็แค่ซ้อมต่อไป ปรับทัศนคติหรือการแสดงออกต่อสาธารณะอีกนิด ส่วนเรื่องค่าเหนื่อยผูกพันด้วยสัญญาอยู่แล้ว

งานหนักอาจเป็นของ ซีดาน ที่ต้องก้มหน้ารับฟังผู้บริหารว่า ควรให้โอกาส ควรใช้งาน ให้สมกับที่ครั้งหนึ่งเคยซื้อตัวมาแพงที่สุดในโลก ทำอะไรสักอย่างให้เขากลับมาเป็นที่รักของแฟนๆ และสานต่อทุกสิ่งอย่าง เผื่อว่าปีถัดไปเราอาจเรียกมูลค่าของเขาได้บ้าง ถอนทุนคืน เข้าใจนะ และถ้าคิดให้ดีๆ เบล ก็อาจจะดีกว่านักเตะบางคนที่ ซีดาน มีในรายชื่อ แค่รสนิยมของพวกเขาไม่ตรงกัน เท่านั้นเอง ทั้งนี้สามารถที่จะติดตามอ่าน ข่าวบอลอัพเดทใหม่ ทุกวันได้ที่เว็บนี้ที่เดียว

5 ขุนพลเชลซี ที่ขายออกไปจากทีม ได้ราคาสูงที่สุด

ขุนพลเชลซี ในฤดูกาลหน้าถือว่าจัดเต็มเป็นอย่างมาก หลังจากที่พวกเขาเสริมทัพนักเตะอย่างมากมายหลายคน และแน่นอนว่าในช่วงที่ผ่านมา พวกเขาก็เคยขายนักเตะที่ทำกำไรให้กับสโมสรอย่างมากมายหลายคน โดยวันนี้เราก็จะพาไปดู 5 นักเตะที่ขายออกจากทีม และได้ราคาสูงที่สุดกัน

พาส่อง 5 ขุนพลเชลซี ที่ทำเงินให้กับสโมสร หลังถูกปล่อยตัว

  1. ดาวิด ลุยซ์

ขาย : 49.5 ล้านยูโร (ไปปารีส แซงต์กแชร์กแมง 2014-15)

chelsea playes

หลังจากย้ายจากบราซิลและกลายมาเป็นกองหลังที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในลีกโปรตุเกสคนหนึ่ง เชลซีที่กำลังต้องการปรับปรุงแนวรับจึงตัดสินใจควักเงิน 25 ล้านยูโร คว้าตัวเขามาเสริมทีมในปี 2011 โดยเข้าแทนในตำแหน่งของ โชเซ่ โบซิงวา และการมาของเขาได้สร้างสีสันไม่น้อย เพราะถือเป็นกองหลังสไตล์กวนประสาท แต่เหนียวแน่น พฤติกรรมของเขา ทำให้เขาโดนเล่นงานโดยสื่อบ่อยครั้ง จนที่สุดแล้ว ก็ตัดสินใจย้ายไปเล่นกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในที่สุด ก่อนจะหวนคืนสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครั้งในอีก 3 ฤดูกาลต่อมา

  1. อัลวาโร่ โมราต้า

ขาย : 56 ล้านยูโร (แอต. มาดริด 2019-20)

playes chelsea

ยอดกองหน้าทีมชาติสเปน เป็นเด็กฝึกของเรอัล มาดริด แต่ไปสร้างชื่อกับยูเวนตุส ในกัลโช่ เซเรียอา ก่อนทีมราชันย์ชุดขาวจะไปตามซื้อคืนกลับมาอีกครั้ง แม้ว่าฟอร์มการยิงประตูจะทำได้ถึง 15 ประตู แต่ที่สุดแล้ว เขาก็ได้เล่นในซานติอาโก้ เบอร์นาเบวได้แค่ ฤดูกาลเดียวก็ถูกขายต่อมาให้กับเชลซี เพราะทีมเสี่ยหมียอมจ่ายเงินถึง 60 ล้านปอนด์ เพื่อจะให้มาเป็นยอดาวยิงและได้ลงเล่นให้ทีมสิงโตน้ำเงินครามไปทั้งสิ้น 72 นัดในทุกรายการยิงไป 24 ประตู ก่อนจะถูกขายต่อไปให้แอตเลติโก มาดริด ในที่สุด

  1. ออสการ์

ขาย : 60 ล้านยูโร (ไปเซี่ยงไฮ้ SIPG 2016-17)

ขุนพลเชลซี

เชลซีคว้าตัวออสการ์มาจากอินเตอร์นาซิอองนาล ในบราซิล ในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงคนหนึ่ง ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ ในปี 2012 และเกมประเดิมสนามในชุดเชลซีก็ยิงใส่ยูเวนตุสคนเดียวสองประตูในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกทันที ก่อนจะกลายเป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอด จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูกาลที่ 4 ของเขากับทีม โอกาสในการเริ่มลงสนามน้อยลง ประกอบกับทีมเจ้าบุญทุ่มอย่างเซี่ยงไฮ้ SIPG ติดต่อเข้ามาพร้อมค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาล ทำให้ ออสการ์ ตัดสินใจไปค้าแข่งในไขนีส ซูเปอร์ลีกจนกระทั่งปัจจุบัน

  1. ดีเอโก้ คอสต้า

ขาย : 66 ล้านยูโร (ไปแอต.มาดริด 2017-18)

ขุนพล

ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ในการวนเวียนค้าแข้งกับหลายๆทีมในสเปน ในช่วงเริ่มต้นของการค้าแข้ง ก่อนที่จะมาระเบิดฟอร์มและกลายเป็นที่รู้จักกับแอตเลติโก มาดริด โดยเฉพาะในฤดูกาล 2013-14 เขาผลิตสกอร์ให้ทีมตราหมีได้มากถึง 36 ประตูจากการเล่น 52 นัด ทำให้เชลซีต้องซื้อตัวมาล่าตาข่ายด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ การเล่นในพรีเมียร์ลีกกับจำนวนประตูที่เขาทำได้ ยังถือว่ายอดเยี่ยมอยู่เหมือนเดิม แต่ปัญหาเรื่องพฤติกรรมทำให้โดนสื่ออังกฤษโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนท้ายที่สุดการมาของอันโตนิโอ คอนเต้ ก็ทำให้เขาต้องเก็บเสื้อผ้าย้ายกลับไปเล่นในสเปนกับแอตเลติโก มาดริด เหมือนเดิม

  1. เอเด็น อาซาร์

ขาย : 100 ล้านยูโร (ไปเรอัล มาดริด 2019-20)

เชลซี

ฝึกฟุตบอลกับลีลล์ ตั้งแต่เป็นเยาวชน ก่อนที่ฝีเท้าจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความคล่องตัวในการครองบอล ทำให้กลายเป็นที่หมายตามองจากทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ก่อนที่ เชลซี จะยอมทุ่ม 32 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขาเข้ามาเสริมทีม และเขาก็กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมมาโดยตลอด 7 ฤดูกาลที่ค้าแข้งในสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยลงสนามไปทั้งสิ้น 352 นัด ยิงได้ 110 ประตู ทำให้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เรอัล มาดริด คว้าตัวไปเสริมทัพด้วยค่าตัวมหาศาล และจากการเปิดเผยของ sbobet ก็ยืนยันว่าเป็นสถิติสูงสุดของนักเตะค่าตัวแพงที่สุดที่เชลซีปล่อยตัวนักเตะออกไป

ทั้งนี้ถ้าหากสนใจอยากจะอ่านบทความการ วิเคราะห์ฟุตบอล หรือ อัพเดทข่าวบอลรายวัน ก็สามารถติดตามได้ที่เว็บนี้ที่เดียว

เพิ่มเติมข่าวสารอื่นๆได้จาก

เว็บกีฬาที่อัพเดทข่าวสารมาทั้งหมด

  1. https://cheerthai.co
  2. https://www.outsidesoccer.com
  3. https://www.5league.com/
  4. https://thaisbobet168.com/