Home / สถิติฟุตบอล / รวม เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะพลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2019-20
รวม-เหตุผลที่-ลิเวอร์พูล-จะพลาดแชมป์-พรีเมียร์ลีก-ซีซั่น-2019-20

รวม เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะพลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2019-20

เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะพลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2019-20

ปรีซีซั่นจบลงแล้วสำหรับทีม หงส์แดง อันที่จริงพวกเขามีแผนจะพบกับ ชาลเก้ แต่โปรแกรมยกเลิกไปแล้ว เท่ากับว่าตลอดทั้ง 7 เกมพวกเขาชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 3 แต่ด้วยผลงานที่ออกมาแบบนี้ทำไมเราได้ รวม เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะพลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2019-20 จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

ซึ่งบางคนอาจมองว่าเกมอุ่นเครื่องไม่ส่งผลอะไรกับฤดูกาลจริง เหมือนอย่างที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้มากกว่าชนะในช่วงเตรียมทีมเพื่อฤดูกาลก่อน แต่กลายเป็นแชมป์ อ่านบทความ 5 แข้งฝอยทอง ค่าตัวย้ายทีม แพงที่สุด ได้ที่นี่

เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะพลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2019-20
1 มิถุนายน 2019 คือวันที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์และปิดฤดูกาล ขณะที่ทีมอื่นใน พรีเมียร์ลีก ปิดซีซั่น 12 พฤษภาคม (ยกเว้นคู่ชิง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อาร์เซน่อล – เชลซี คู่ชิง ยูโรปา) พวกเขาจึงมีเวลาพักไม่มาก

ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เท่าที่เห็น พวกเขายังไม่พร้อมเท่าไร ฤดูกาลก่อนของพวกเขายาวนานกว่าใคร เพราะปิดท้ายด้วยการชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเริ่มเตะปรีซีซั่นนัดแรก 12 กรกฎาคม ขณะที่ทีมอื่นปิดซีซั่นไปก่อน 2 สัปดาห์ แต่การพ่ายแพ้ให้ เซบีย่า ที่เหลือ 10 คนนั้นย่ำแย่เกินไป

ปรีซีซั่น 5 เกมล่าสุดโดนไป 11 ประตู เกมที่ย่ำแย่คือการพ่ายแพ้ นาโปลี แนวรับจับ ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ ไม่ได้ และยิ่งฤดูกาลกำลังจะเปิดพวกเขาก็ยิ่งคร่ำเครียด นับถอยหลังไปอีกไม่กี่ชั่วโมงเกมโหมโรงกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็จะเริ่มต้นแล้ว ซึ่ง คล็อปป์ นับวันรอนัดแรกของฤดูกาลที่จะเปิดบ้านต้อนรับ นอริช เอาไว้เรียบร้อย

ทิศทางของทีมชุดนี้ อาจได้แชมป์หรือวืดแชมป์ภายใต้จุดตัดเพียงนิดเดียวในหลายเหตุผล

การเปลี่ยนแปลงของ ลิเวอร์พูล

ทีมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อาจหมายถึงทีมที่ลงตัวอยู่แล้ว พวกเขามีแนวรุกที่น่ากลัวที่สุดใน พรีเมียร์ลีก 2 ใน 3 คือดาวซัลโวร่วม และพวกเขายังมีไพ่ใบสุดท้ายอย่าง ดิว็อค โอริกี้ ที่สยบข่าวลือด้วยการต่อสัญญาและเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แข็งแกร่ง พุ่งชน ไม่เหมือนใคร แต่ปัญหาก็คือความพร้อมเพรียงของตัวหลัก และดูเหมือนว่า ถ้าขาดใครไปสักคน พวกเขาก็ไม่มีตัวแทน ตัวสำรองที่ดีนัก

ซาลาห์, มาเน่, ฟีร์มิโน่ การเปลี่ยนแปลงของ ลิเวอร์พูล
ซาลาห์, มาเน่, ฟีร์มิโน่ 3 แนวรุกที่นับได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในอังกฤษ แต่ต้องยอมรับกันตามตรงว่าตัวสำรองที่มียังไม่สามารถเทียบชั้นได้ ทั้ง เซร์ดอง ชาคิรี่ หรือ ดิว็อค โอริกี้ พวกเขามีสไตล์ที่ตกต่าง ไรอัน บริวสเตอร์ หรือ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต กระดูกก็ยังไม่ถึง

ข่าวลือบอกว่า ที่ได้ตัวมาแค่ดาวรุ่งอย่าง ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต และ เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ก็เป็นเพราะกุนซือชาวเยอรมันไม่สามารถเติมเต็มความฝันสูงสุดอย่างแชมป์ พรีเมียร์ลีก งบประมาณจึงหายไป หรือไม่ก็อาจเป็นอย่างที่เขาบอกว่า ถ้าได้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน กลับมาฟิตก็เหมือนได้นักเตะใหม่ จะหาใครดีๆ ราคาน่ารักเท่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ทั้งนี้ทั้งนั้น การไม่ซื้ออะไรเลยก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป และ แมนฯ ซิตี้ รู้ดีว่าถ้านิ่งเฉยนักเตะของพวกเขาอาจขาดความกระตือรือร้น พวกเขาจึงยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อ โรดริ จาก แอตเลติโก้ มาดริด การมาของคนใหม่จะสร้างบรรยากาศในทีม และนี่คือตัวแทน แฟร์นานดินโญ่ ที่ต้องการอยู่แล้ว พวกเขาไม่ต้องซื้ออย่างบ้าคลั่ง คนเดียวก็สะเทือน

ฟาบินโญ่ และ เกอิต้า

ลิเวอร์พูล จะพลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฟาบินโญ่ และ เกอิต้า
ฟาบินโญ่ ลงสนามไปทั้งหมด 27 เกมในลีกซีซั่นก่อน เป็นตัวจริง 21 เกม ส่วน เกอิต้า ลงสนาม 25 เกม แต่เป็นตัวจริง 16 เกมหรือนับได้ครึ่งเดียวของฤดูกาลเท่านั้น พวกเขาควรมีบทบาทมากขึ้นในฤดูกาลใหม่

นักเตะใหม่ที่แค่ย้ายมาก็กระหึ่ม ฟาบินโญ่ คือกองกลางที่ดูดีทั้งภาพลักษณ์และความสามารถ นี่คือนักเตะแกนหลักของ โมนาโก ที่ย้ายมาทันทีเมื่อตลาดเปิดวันแรกของฤดูกาลก่อน ทำเอาแฟนๆ ทีมอื่นตาร้อนเป็นแถบ แต่เขายังอยู่ระหว่างปรับตัว เรียนรู้ฟุตบอลอังกฤษและแท็คติกของ คล็อปป์ มีวันที่ดีและไม่ดีปะปนกัน

เกอิต้า มีปัญหามากกว่า ไม่ใช่เรื่องความกดดันของราคาค่าตัว แต่เป็นอาการบาดเจ็บ ทั้งที่เขาได้รับความคาดหวังสูงมากว่าจะมาเติมเต็มแดนกลาง และน่าจะเข้าใจกับ คล็อปป์ ได้ไม่ยากเพราะเคยเล่นใน บุนเดสลีกา มาก่อน

อลิสซอน ไม่มีปัญหาตรงนี้ ด้วยตำแหน่งและภาระหน้าที่ต่างกัน แต่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะทุกคนใช้เวลาไม่เท่ากัน ถ้าทุกคนเข้าที่ นี่จะเป็นชุดมิดฟิลด์ที่ยกระดับไปอีก

สู้เพื่อทุกแชมป์

ลิเวอร์พูล แชมป์ ลีก คัพ
ต้องยอมรับว่า ลีก คัพ ที่เปลี่ยนชื่อผู้สนับสนุนทุก 2-3 ปีเป็นรายการที่ใครก็ไม่สนใจ แต่ปัจจุบันนี้ทีมใหญ่ก็ต้องการ อาจในฐานะรางวัลปลอบใจ หรือเป็นการประกาศศักดารวบกินเช่น แมนฯ ซิตี้

ในฐานะแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 6 สมัยมากที่สุดในแดนผู้ดีและเพิ่งได้สมัยล่าสุดมาประดับหอเกียรติยศ พวกเขาแบกภาระหนักหน่วง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ทุกรายการตามประสาทีมใหญ่ แต่จะจัดลำดับความสำคัญอย่างไร พรีเมียร์ลีก เป็นที่หนึ่งดีหรือไม่

หากความตั้งใจของพวกเขาคือการได้อะไรก็เอาให้หมด พวกเขาจะพบความยากลำบากในช่วงกึ่งฤดูกาล เมื่อโปรแกรมยุโรปถาโถมพร้อมกับชิงแชมป์สโมสรโลก ต่อด้วยคริสต์มาสที่ไม่เคยได้หยุดพัก และต้อนรับปีใหม่ใน เอฟเอ คัพ

ถ้าไม่กรอบก็ค่าพลังลดถอยจนเกือบจะเหือดแห้ง 10 เกม 29 วันในเดือนธันวาคม กับทีมที่เสียท่าไม่ได้ เสียหน้าก็ไม่ได้เช่นกัน

กางโปรแกรมเดือนธันวาคมออกมา พวกเขามี แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ที่ยังไม่รู้จะเจอกับใคร ส่วนในลีก เอฟเวอร์ตัน, บอร์นมัธ, วัตฟอร์ด, เลสเตอร์, วูล์ฟส์ และ เชฟฯ ยูฯ ดูเหมือนจะไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย มีแต่ทีมตัวแสบทั้งนั้น

กระหายหรือล้มตาย

ฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล มีสถิติที่น่าทึ่งมากมาย ทั้งการชนะเกมลีก ฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล มีสถิติที่น่าทึ่งมากมาย ทั้งการชนะเกมลีก 30 นัด แพ้แค่นัดเดียว เสียประตูน้อยที่สุด มีนักเตะเจ้าของรางวัลพีเอฟเอ แต่ไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก หมุดหมายสุดท้ายของความเป็นยอดทีม

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เคยเกือบพาทีมคว้าแชมป์ลีก 2013/14 ด้วยแท็คติกเกมรุกที่น่าสนใจและสปิริตอันยอดเยี่ยม แต่เขาก็ทำไม่สำเร็จ และต้องจากกันไม่สวยนักในซีซั่นถัดมา

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ บอกว่า พวกเขาควรเรียนรู้ที่จะรับมือกับความกดดันอีกนิด และทุกคนยังกระหายแชมป์ ขณะที่ คล็อปป์ ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ต้องห่วงว่าทีมชุดนี้จะหมดแรง มันมีเหตุผลมากมายที่ทุกคนต้องมีความอยาก

แต่อย่าลืมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำหลังจากคว้าแชมป์ใหญ่สักรายการคือความปลอดโปร่ง เมาค้าง ยังหลงดื่มด่ำความสุข หรือไม่ก็เหนื่อยหน่ายกับการจัดการของกุนซือที่พยายามเค้นพลัง ขับเคี่ยวหยาดเหงื่อของนักเตะออกมา เร่งวินัย ไม่ให้เดินออกนอกแถว ทั้งที่ในใจทุกคนร้องว่า ก็ได้แชมป์แล้วไง จะเอาอะไรอีก

ลิเวอร์พูล มาหลายครั้ง แม้ไม่ใช่แชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่างในปี 1992 พวกเขามุ่งมั่นเอาแชมป์ เอฟเอ คัพ และจบเป็นอันดับ 6 หรือในปี 2003 หลังจากได้ ลีก คัพ ก็ไปจบเอาที่ 7 นั่นเลย ล่าสุดก็เป็นยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่หลังจากจบแบบอันดับ 2 แบบมีลูกฮึดเกือบได้แชมป์ลีก ซีซั่นถัดมาก็รูดลง จนแยกทางกับกุนซือ แต่ก็ไม่แน่ คล็อปป์ และ ร็อดเจอร์ส เป็นคนละคน

คล็อปป์ ออกตัวเอาไว้แล้วว่า “ผลการแข่งขันที่ดีในช่วงปรีซีซั่นช่วยสร้างความมั่นใจ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือสร้างทักษะทางร่างกายสำหรับฤดูกาลอันยาวนาน เพื่อเตรียมความพร้อมในแต่ละเกม ซึ่งเราไม่ค่อยมีเวลาซ้อมมากเท่าไร” แบบนี้แฟนๆ จะคาดหวังอะไรดี


แม้จะคว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้สำเร็จ แต่นี่คือ เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะพลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2019-20 ติดตาม สถิติบอล ที่น่าสนใจได้ทาง : playmun.com