Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / ร็อดเจอร์สชำระแค้น คัมแบ็คนี้เพื่อศักดิ์ศรีและสาวกจิ้งจอก

ร็อดเจอร์สชำระแค้น คัมแบ็คนี้เพื่อศักดิ์ศรีและสาวกจิ้งจอก

เขาอาจเพิ่งกลับมาพรีเมียร์ลีกไม่นาน แต่มันถึงเวลาหรือยังที่ร็อดเจอร์สชำระแค้นในการได้รับโอกาสให้กลับมาคุมทีมในกลุ่ม บิ๊ก 6 ของพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ? ด้วยความเคารพในเลสเตอร์พวกเขาเป็นดาวจรัสแสงที่มาแรงมาก แต่มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขายังมีศักยภาพทางการเงินและประวัติศาสตร์ที่เป็นรองอีกหลายๆ สโมสรในยุโรป

ร็อดเจอร์สในบทบาทผู้คุมทัพเลสเตอร์

สกอร์ 9-0 ล่าสุดที่สนาม เซนต์ แมร์รี่ ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ มันไม่ใช่แค่นัดเดียวที่เลสเตอร์เล่นดี เพราะมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มฤดูกาล ภารกิจการกู้ชื่อเสียงของเขากำลังดำเนินไปด้วยดี ภายหลังจากที่เคยต้องเก็บของอำลา ลิเวอร์พูล แบบหงอยๆ พร้อมกับเสียงกระแนะกระแหนเมื่อหลายปีก่อน

แกรี่เนวิลล์อดีตแข้งแมนฯยูไนเต็ด

แกรี่ เนวิลล์ อดีตแข้งแมนฯยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันผันตัวไปทำงานให้สกาย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ถ้าคุณดูความสำเร็จที่เขาเคยทำกับ ลิเวอร์พูล ต่อเนื่องมาจนถึงที่เซลติกรวมไปถึงผลงานปัจจุบันกับเลสเตอร์ เราต้องยอมรับว่าร็อดเจอร์สนั้นแสดงฝีมือให้เห็นจริงๆ ว่าเขามีดีกว่าที่หลายๆ คนเคยปรามาสไว้”

ไม่มีใครมองว่าเลสเตอร์จะไปไกลถึงขั้นสร้างเทพนิยาย คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นหนที่ 2 เพราะเพียงแค่บีร็อด พาทีมจบในกลุ่มท๊อป 6 หรือ ท๊อป 4 ได้ มันก็เพียงพอที่จะทำให้ชื่อของเขาดึงดูดไปเตะจมูกทีมชั้นนำของยุโรปได้แล้ว ร็อดเจอร์สไม่เคยคว้าแชมป์ใดๆใน อังกฤษ แต่กุนซือมากเครดิตอย่างเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน

แต่จะไปที่ไหนล่ะ ? ลิเวอร์พูลมีคล็อปป์ , แมนฯ ซิตี้มีเป๊ป ขณะที่แมนฯ ยูเองก็คงไม่หันไปใช้อดีตกุนซือที่เคยคุมหงส์แดงกับเชลซี บางทีเขาอาจจะมีโอกาส แต่มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อแฟร้งค์ แลมพาร์ดทำผลงานได้ย่ำแย่เท่านั้น (ซึ่งตอนนี้ยังไปได้สวยอยู่)

อูไนเอเมรี่

บางทีมันอาจเป็นกับ อาร์เซน่อล ที่เริ่มหมดความอดทนกับอูไน เอเมรี่เต็มที หรืออาจเป็นงานทีมชาติสักที่ แต่ไม่ว่าจะยังไงชื่อของ รอดเจอร์ส กลายเป็นชื่อของคนเนื้อหอมที่หล่อเลือกได้ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ก็น่าเหลือเชื่อและน่าชื่นชม เพราะบีร็อดเหมือนจะจัดการกู้ชื่อของตัวเองกลับมาได้สำเร็จทั้งๆ ที่ฤดูกาลยังไม่จบเลยด้วยซ้ำ


ปรัชญาฟุตบอลของเขามีความชัดเจน

ผู้คนเคยกล่าวขานเขาตอนคุมสวอนซีว่าคือสวอนซีโลน่า ต่อเนื่องมาถึงช่วงท๊อปฟอร์มกับลิเวอร์พูล ที่มีเกมรุกแสบสันต์เร้าใจที่สุดทีมหนึ่งของยุโรป ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาร็อดเจอร์ส มักไม่ค่อยได้รับเครดิตอย่างที่เขาสมควรจะได้รับสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะตอนคุมลิเวอร์พูล ที่คนส่วนใหญ่ให้เครดิตหลุยส์ซัวเรซ หรือตอนคุมเซลติกก็โดนแซะไปอีกว่าใครไปทำก็แชมป์ทั้งนั้น

คนแซะก็ช่างแซะกันไปเรื่อย แต่กลับไม่ดูรายละเอียดความจริงที่ว่ากุนซือไอร์แลนด์เหนือ พาทีมกดทริปเปิ้ลแชมป์ 2 ฤดูกาลซ้อน พ่วงด้วยสถิติไร้พ่ายทั้งฤดูกาล ซึ่งไม่มีกุนซือเซลติกหน้าไหนทำได้มาหลายทศวรรษ มันควรจะเป็นทริปเปิ้ลแชมป์ 3 ฤดูกาลซ้อนด้วยซ้ำ ถ้าเขาไม่ได้ตัดสินใจทิ้งทีมออกมาระหว่างฤดูกาลในช่วงที่เก็บไปแล้ว 2 แชมป์

กุนซือตาหวาน ไม่สนใจสถิติเหล่านั้น ความแค้นของเขาเพียงอย่างเดียวคือการกลับมากู้ชื่อในศึกพรีเมียร์ลีก และนั่นทำให้เขาตอบรับข้อเสนอจากสุนัขจิ้งจอกทันที ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามีความเสี่ยงแฝงอยู่ สำหรับตอนนี้มันกลายเป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่ามากๆ ของบีร็อดและเขาคงจะไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้

บีร็อด

ไม่มีใครรู้ว่าร็อดเจอรอชำระแค้นในตอนจบจะเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆ ก็คือชายที่ชื่อเบรนแดน ร็อดเจอร์สไม่ได้เป็นแค่กุนซือฝีมือดาดๆ ที่ดับแล้วดับเลยเหมือน ไมเคิ่ล เลาดรู๊ป , เดวิด มอยส์ , โคล้ด ปูแอล หรืออีกหลายๆ คนที่เคยผ่านเข้ามาช่วงสั้นๆ ร็อดเจอร์สกำลังพาตัวเองกลับมาให้เข้าใกล้กับการอยู่ในสายตาของทีมยักษ์ใหญ่ของทวีปยุโรปมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ


ติดตามข่าวเลสเตอร์ซิตี้และทีมชั้นนำของพรีเมียร์ลีกต่อได้ที่  playmun.com