Breaking News
Home / สถิติฟุตบอล / ความสำเร็จที่อาจจะรอนาน…ลิเวอร์พูล ยอดทีม พรีเมียร์ ลีก ผู้ไม่เคยท้อ
ความสำเร็จที่อาจจะรอนาน...ลิเวอร์พูล-ยอดทีม-พรีเมียร์-ลีก-ผู้ไม่เคยท้อ

ความสำเร็จที่อาจจะรอนาน…ลิเวอร์พูล ยอดทีม พรีเมียร์ ลีก ผู้ไม่เคยท้อ

เมื่อคืนวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา หงส์แดง ปิดจ็อบเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ณ กรุงมาดริด สุดท้ายพวกเขาก็ทำให้เห็นว่า ลิเวอร์พูล ยอดทีม พรีเมียร์ ลีก ผู้ไม่เคยท้อ หลังจากที่ต้องผิดหวังมานาน

สุดท้ายแล้ว หลังจากแฟนบอล “หงส์แดง” รอกันมาอย่างยาวนาน แชมป์แรกของ ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ปรากฏขึ้นมาจนได้ และเป็นแชมป์ยุโรปเสียด้วย

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเยอรมันที่เหล่า “สาวก” เชื่อกันว่านี่แหละคือคนที่ใช่ สุดท้ายแม้จะพลาดท่าแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเพียงคะแนนเดียว อดได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่รอคอยมา 30 ปี

ความสำเร็จที่อาจจะรอนาน…ลิเวอร์พูล ยอดทีม พรีเมียร์ ลีก ผู้ไม่เคยท้อ

liverpool champion 004

การเจอกับ ท็อตแน่ม ในเกมวันเสาร์ แสดงให้เห็นถึงจุดที่ ลิเวอร์พูล ขาดหายไปตลอดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย

นั่นก็คือ เกมรับ!

แฟนบอลทั่วไปที่ดูเกมนี้ อาจจะเซ็งๆ ที่การแข่งขันมันออกจะจืดๆ เสียหน่อย เพราะทัพ “หงส์แดง” ได้ประตูขึ้นนำเร็ว หลังจากนั้นก็เล่นไปตามเชิง คือเน้นไม่เสียไว้ก่อน

ด้าน ท็อตแน่ม เอง ก็พยายามจะเปิดเกมบุกใส่ เพียงแต่ประสิทธิภาพของ “ไก่เดือยทอง” ออกมาไม่ได้ดีนัก นักเตะบางรายเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เหมือนสนิมจับเพราะพักกันมาครึ่งเดือน

ทาง “หงส์แดง” เองก็เช่นกัน นักเตะเกมรุกของพวกเขาก็ไม่ได้มีความอันตรายอะไร ด้วยรูปเกมที่ออกมาหลังจากที่นำไปอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าถ้าพวกเขายังไม่ได้ประตูแรกเร็ว น่าจะบุกกันได้มันส์กว่านี้

ฉะนั้นโมเมนตั้มของเกมมันจึงไปหนักที่เกมรับของ ลิเวอร์พูล

เราจะสังเกตกันได้ว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา “หงส์แดง” มีปัญหาในเรื่องเกมรับมาตลอด มันเป็นผลพวงที่ทำให้พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จ

อย่างในยุคของ เบรนแด็น ร็อดเจอร์ส คู่หู หลุยส์ ซัวเรซ และ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยิงกันกระจุยกระจาย แต่สุดท้ายเกมรับที่มีปัญหา ทำให้พวกเขาเสียประตูในช่วงท้ายฤดูกาลเพียบ และพลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

liverpool champion 003

นับตั้งแต่กุนซือขาวเยอรมัน เข้ามาอยู่กับทีม เกมรุกก็เป็นจุดแข็งจุดเด่นให้กับทีมมาโดยตลอด ด้วยการบุกที่ร้อนแรง และรวดเร็ว พวกเขายิงประตูมากมาย แต่ปัญหาเกมรับก็ยังเกิดขึ้น เสียประตูกันได้ง่ายๆ ประจำ

ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปาลีก ที่พบกับ เซบีย่า พวกเขาเสีย 3 ประตู แบบไม่น่าเสีย เป็นเหตุให้พลาดแชมป์ไปในซีซั่นนั้น

ในฤดูกาลต่อมา เกมรับที่ยังไม่ลงตัวนัก ได้ โชเอล มาติป, รักนาร์ คลาวาน และ ลอริส คาริอุส เข้ามา แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นในรายการไหน ก็ยังพลาดแชมป์ไป ทั้งๆ ที่เกมรุกของทีมก็ร้อนแรง

สุดท้ายก็ทำได้แค่เกาะกลุ่มจบท็อปโฟร์ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างน่าพอใจ เพราะมันเป็นช่วงตั้งไข่ของพวกเขา

ซีซั่นที่แล้ว เมื่อ คล็อปป์ รู้ถึงปัญหา ก็พยายามที่จะแก้ไขมาโดยตลอด ในเรื่องของเกมรับ ช่วงซัมเมอร์ไม่สามารถซื้อ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ได้ ก็มาซื้อในช่วงเดือนมกราคม

แบ็กซ้าย ที่เป็นปัญหามาตลอด ก็ถูกเติมเต็มด้วย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และยิ่งในเดือนมกราคม พอทีมได้ ฟาน ไดค์ เข้ามา ปัญหาเกมรับได้ถูกแก้ไขจนเปลี่ยนไปเป็นคนละทีม

แต่สุดท้ายที่ยังไม่ได้แชมป์อะไร เพราะยังขาดความเป๊ะ ความสม่ำเสมอในทุกๆ เกม และยิ่งในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เราก็เห็นกันแล้วว่าจุดเปลี่ยนของเกมเกิดจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของ คาริอุส

และในซีซั่นนี้ การได้ ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า, เซอร์ดาน ชากิรี่ และ อลิสซง ก็ตอบโจทย์ที่มีแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน ที่ช่วยในเกมนัดชิงฯ ที่ผ่านมา

ถ้าทีมไม่มี อลิสซง บารมีในเกมรับของ ฟาน ไดค์ เพียงคนเดียวมันอาจจะไม่พอ และก็เป็นอย่างที่เห็น คือ สเปอร์ส เจาะแทบตาย สุดท้ายพอได้ยิง ก็ไปเข้ามือของ อลิสซง อีก มันก็ทำให้ท้อได้เหมือนกัน

liverpool champion 002

สุดท้ายทั้งฤดูกาล จวบจนมาถึงเกมตัดสิน มันแสดงให้เห็นแล้วว่า ลิเวอร์พูล ชุดนี้เหมาะสมที่จะเป็นแชมป์ด้วยประการทั้งปวง

พวกเขามีเกมรุกที่มีประสิทธิภาพพอจะยิงประตูใส่ทุกๆ ทีม และถูกเติมเต็มด้วยเกมรับในซีซั่นนี้ จนสุดท้าย จาการเป็นรองแชมป์ ยูซีแอล ได้อันดับ 4 ในลีก ก็เปลี่ยนแปลงมาเป็นแชมป์ยุโรป และได้รองแชมป์ลีก ที่ห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงแค่แต้มเดียว

และในเกมนัดชิงดำกับ “ไก่เดือยทอง” พวกเขาก็แสดงให้เห็นอีกครั้งในเรื่องของเกมรับ ที่สามารถเก็บคลีนชีทเอาไว้ได้ ซึ่งมันเป็นคลีนชีทแรกในรอบชิงชนะเลิศ ตั้งแต่ปี 2010 ที่ อินเตอร์ มิลาน ของ โชเซ่ มูรินโญ่ เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-0

มันแสดงให้เห็นว่าเกมรับของเขาสุดยอดขาดไหน สมัยอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คล็อปป์ เองก็มีปัญหาเรื่องเกมรับ และไม่สามารถแก้ไขมันได้ เลยทำให้เขาพลาดการได้แชมป์ในช่วงปลายที่อยู่กับ “เสือเหลือง”

แต่เมื่อเขามาอยู่กับ ลิเวอร์พูล และตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ ปิดรอยรั่วตรงเกมรับได้สำเร็จ เขาก็ประสบความสำเร็จ

ตอนแรกหลายๆ คนอาจจะกลัวเรื่องอาถรรพ์ของ คล็อปป์ ที่พลาดท่ากับการได้แชมป์ไปแทบจะทุกๆ ปีในช่วงหลัง แต่เชื่อเถอะครับ ว่าอาถรรพ์อะไรพวกนั้น มันไม่มีจริงหรอก

liverpool champion 001

เพราะสุดท้าย คล็อปป์ ก็ทำให้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด ในเมื่อทีมเขาสมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะชนกับทุกๆ ทีม

เมื่อทีมๆ หนึ่งดีที่สุด และมีศักยภาพพอที่จะชนะคู่แข่ง มันก็เพียงพอที่จะทำให้ทีมๆ นั้นเป็นแชมป์ได้สำเร็จ

นี่คือจุดเริ่มต้นที่สวยงามของ “หงส์แดง” และพวกเขาก็จะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับทุกๆ ทีมทั่วยุโรป

สิ่งต่อไปที่แฟนบอลรอคอย คือแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่เว้นว่างมาอย่างยาวนานถึง 30 ปี

แน่นอนว่ายุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คนนี้นี่แหละ ที่จะเป็นคนที่พาไปถึงจุดๆ นั้นได้ เพราะถ้าหมดช่วงเวลาของกุนซือชาวเยอรมันรายนี้ไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาทำได้แบบนั้นอีกมั๊ย

ผมเชื่อว่าสาวก “เดอะ ค็อป” จะรออีกไม่นาน ที่จะได้เฉลิมฉลองกับแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรก ตราบใดที่ คล็อปป์ ยังคงอยู่กับทีม

และผมก็ยังเชื่อด้วยว่า คล็อปป์ จะยังไม่ไปไหน จะยังไม่ไปหาความสำเร็จที่อื่นๆ ถ้าเขายังคงมีความสุขในถิ่น แอนฟิลด์ อยู่

ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เขาจะไปจริงๆ ถึงตอนนั้น ลิเวอร์พูล ก็คงมีรากฐานที่ดี มีทีมที่ยอดเยี่ยมเป็นยุคของ “หงส์แดง” เต็มตัวไปแล้ว


ความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ยอดทีม พรีเมียร์ ลีก แม้จะต้องรอกันนาน บางคนเกิดมาเชียร์ทีมนี้ ยังไม่เคยเห็นพวกเขาชูโทรฟี่ พรีเมียร์ลีก เลยด้วยซ้ำ แชมป์รายการอื่นๆ กว่าจะได้ก็หลายๆ ปีมาหนหนึ่ง มันคุ้มค่าแล้วสำหรับวันนี้ ติดตาม สถิติฟุตบอล ที่น่าสนใจ คุยสั้นๆกับ เวนเกอร์ หลังรีไทร์ ติดตามทุกเรื่องราวในวงการฟุตบอลได้ทาง : playmun.com