Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / จุดจบ! หายนะดริ้งค์วอเตอร์ ศักดิ์ศรีแชมป์พรีเมียร์ลีกที่โดนพังลง
หายนะดริ้งค์วอเตอร์ ศักดิ์ศรีแชมป์พรีเมียร์ลีกที่โดนพังลง

จุดจบ! หายนะดริ้งค์วอเตอร์ ศักดิ์ศรีแชมป์พรีเมียร์ลีกที่โดนพังลง

หายนะดริ้งค์วอเตอร์นอกเหนือจากที่ย้ายมาเบิร์นลี่ย์แล้ว ดาเนี่ยลดริ้งค์วอเตอร์ทำสิ่งที่นักฟุตบอลหลายๆคนในยุคนี้ทำ เขาโพสต์รูปตัวเองกับต้นสังกัดใหม่ลงในโซเชี่ยลมีเดีย พร้อมกับแคปชั่นสั้นๆแต่ได้ใจความ “ถึงเวลาที่ชั้นจะทวงอาชีพของตัวเองกลับมาสักที และกลับมารู้สึกหลงใหลในการเล่นฟุตบอลอีกครั้ง”

ดริ้งค์วอเตอร์ปลุกไฟอีกครั้ง หลังโดนเชลซีเมิน

มันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนรู้สึกตกใจอะไร เรากำลังพูดถึงนักฟุตบอลที่ทำแรงกระตุ้นหล่นหายไปที่ไหนสักแห่ง เสมือนกับว่าเขาหมดรักในฟุตบอลไปแล้ว ช่วงชีวิตที่เคยนั่งแช่ตูดอยู่ที่เชลซี เราเห็นดริ้งค์วอเตอร์มีอารมณ์เหลืออยู่เพียงแค่สิ่งเดียวคือการรอรับเช็ก 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งเอาจริงๆแล้วในอีกมุมหนึ่งมันก็เป็นการนั่งแช่ตูดที่น่าอิจฉา

ดริ้งค์วอเตอร์ปลุกไฟอีกครั้ง หลังโดนเชลซีเมิน

อดีตกองกลางชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกของเลสเตอร์ คือคนที่ขอขึ้นบัญชีย้ายไปอยู่สแตมฟอร์ดบริดจ์ด้วยตัวเองเมื่อปี2017 ความเชื่อมั่นของเขากำลังพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ด้วยขวบวัยที่27ปีในตอนนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่า

จากอดีตดาวรุ่งที่ไม่เกิดของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สู่กองกลางเจ้าของค่าตัว35ล้านปอนด์ และกำลังจะมีโอกาสจับคู่พาร์ทเนอร์กับเพื่อนซี้อย่างเอ็นโกโล่ก็องเต้ที่ทัพ“สิงห์บลูส์”อีกครั้ง แต่โลกแห่งความจริงนั้นไม่สวยอย่างใจหวัง เพราะในขณะที่ก็องเต้ปรับตัวติดเครื่องแล่นฉิว แต่“นายดื่มน้ำ”นั้นประสบปัญหาโชว์ฟอร์มติดๆขัดๆอย่างหนัก

สถานการณ์เปลี่ยนไป จากที่เคยกุมโลกทั้งใบไว้ในมือ

มันกลับกลายเป็นว่าดริ้งค์วอเตอร์ ต้องเป็นตัวสำรองถาวรที่ถูกลืมเชลซี ไม่ใส่เขาไว้แม้กระทั่ง1ใน12 ตัวสำรองนัดชิงยูโรป้าลีกซีซั่นก่อน โดยทาง“สิงห์บลูส์”นั้นยอมใส่ไปแค่11คนซะอย่างนั้น มันเหมือนกับว่าแม้กระทั่ “เก้าอี้ว่าง”ก็ยังมีค่ามากกว่า ดริ้งค์วอเตอร์ซะอีก!อันที่จริงทุกอย่างนั้น เลวร้ายมาตั้งแต่ในยุคของอันโตนิโอคอนเต้

แล้วเขาไม่เชื่อในฝีเท้าของดริ้งค์วอเตอร์ ถึงแม้จะเป็นคนซื้อมาด้วยตัวเอง แต่มันก็เกิดขึ้นเพียงเพราะเชลซีหาซื้อใครไม่ได้แล้วจริงๆ ทันทีที่เมาริซิโอซาร์รี่ ก้าวเข้ามากุมบังเหียนต่อชีวิตของอดีตแข้งตัวเทพ“จิ้งจอก”ก็ยังไม่ดีขึ้น เขาถูกจอร์จินโญ่และก็องเต้ยึดพื้นที่ไปหมดเกลี้ยง บทสรุปช่วงเวลาในยุคซาร์รี่เราได้เห็นดริ้งค์วอเตอร์ลงสนามไป1นัดถ้วน! ทั้งฤดูกาลนี่คือขุมนรกที่ทรมานยิ่งกว่ายุค คอนเต้เสียอีก

หายนะดริ้งค์วอเตอร์

เพราะในครั้งนี้เขาไม่ได้แม้กระทั่งนาทีในการลงสนาม ซาร์รี่เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้อย่างชัดเจนว่าดริ้งค์วอเตอร์ ไม่ดีพอและมีสไตล์ที่ไม่เหมาะสมกับปรัชญาฟุตบอลของเขา ดริ้งค์วอเตอร์ไม่ได้รับการปฏิบัติแบบให้เกียรติจากสโมสร สถานะเขาถดถอยลงไปเป็นตัวเลือกที่ต่ำกว่าแม้กระทั่งเอธานอัมปาดู หรือรูเบนลอฟตัสชีค

อาชีพอันรุ่งโรจน์ของดริ้งค์วอเตอร์กำลังจะตาย แต่เขาก็ได้รับโอกาสใหม่ด้วยการเซ็นสัญญาย้ายไปอยู่เบิร์นลี่ย์ แบบยืมตัวในซัมเมอร์หนล่าสุด สำหรับคนที่กำลังต้องการโอกาสอีกครั้ง ดาวเตะเลือด“ผู้ดี”ที่ปัจจุบันอายุ29ปีแล้ว ควรจะก้มหน้าซ้อมหนักมีสมาธิกับฟุตบอล และพิสูจน์ตัวเองว่าเขาเป็นมากกว่าแค่ตัวประกอบที่โชคดีของก็องเต้เมื่อสมัยอยู่เลสเตอร์

เรื่องที่ดริ้งค์วอเตอร์ ควรต้องหลีกหนีให้ไกล

ก็คือการตกเป็นข่าวเรื่องนอกสนามแบบไม่จำเป็น เขาไม่ควรจะต้องมีเรื่องฉาวให้ต้องเสียสุขภาพจิต แต่ไอ้เรื่องเดียวที่ดริ้งค์วอเตอร์ ควรห้ามทำเด็ดขาดที่ว่านี้ เขาก็ดันทะลึ่งสร้างวีรกรรมไปเพียบซะอย่างนั้น เรื่องแรกที่ชิมลางมาเบาๆ ก็คือการถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ2คน ซึ่งส่งผลให้เจ้าตัวโดนริบใบขับขี่ยาว20เดือน

ดริ้งค์วอเตอร์ควรต้องหลีกหนี

เหตุการณ์ที่2เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องควบคุมตัวดริ้งค์วอเตอร์ ภายหลังจากที่มีเรื่องชกต่อยในผับที่แมนเชสเตอร์ โดยมีพฤติกรรมห่วยๆคือไปหลีแฟนสาวของนักฟุตบอลรายหนึ่ง ที่เฮงซวยไปกว่านั้นดริ้งค์วอเตอร์ยังได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวอีกด้วย

และต้องเสียเวลาไปฟื้นฟูสภาพร่างกาย แทนที่จะได้แสดงฝีเท้าเอาชนะใจฌอนไดค์แต่เท่านั้นมันคงยังไม่สาแกใจ เพราะล่าสุดสดๆ ร้อนๆเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดริ้งค์วอเตอร์ก็ไปมีเรื่องเอาหัวโขกใส่คู่กรณีในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตอีก

เสียเวลาไปฟื้นฟูสภาพร่างกาย

พูดกันตรงๆพฤติกรรมเหล่านี้ดูเหมือนกับนักฟุตบอล ที่ไม่ใส่ใจกับการเล่นฟุตบอลจริงๆจังๆอีกต่อไปแล้ว ดริ้งค์วอเตอร์อาจไม่ใช่กองกลางระดับเวิลด์คลาสส์ เหมือนเอ็นโกโล่ก็องเต้แต่ถ้าเราให้ความเป็นธรรมกับเขาสักนิด เราก็ต้องพูดว่าในวันที่ดริ้งค์วอเตอร์ท๊อปฟอร์มในสนาม

เขาก็แสดงให้เห็นว่าเขาก็เป็นนักฟุตบอลที่ไม่เลวเช่นกัน ผู้คนมักจะไม่ค่อยเชื่อน้ำยาหรือให้เครดิตมนุษย์ดื่มน้ำ เพราะจริงๆแล้วนอกเหนือจากความทุ่มเทมันยังมีเรื่องทีเด็ดลูกยิงไกล , การผ่านบอลสั้นยาวและลูกครอสทางริมเส้น ที่เขาเคยทำได้เหนือกว่ากองกลางชื่อดังของพรีเมียร์ลีกหลายต่อหลายคน

เบสิคฟุตบอลของดริ้งค์วอเตอร์ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เขามีไอเดียสร้างสรรค์เกมจะขาดก็เพียงแค่โอกาสในการปรับตัวก็เท่านั้น แต่ทั้งหมดที่พูดมาใน2ย่อหน้าหลัง หลายๆคนอาจจะลืมภาพเหล่านี้ของดริ้งค์วอเตอร์ไปหมดสิ้น เหลือไว้แค่นักฟุตบอลตกอับคนหนึ่งที่เริ่มเป็นไอ้ขี้เมา พร้อมมีเรื่องกับชาวบ้านชาวช่องไปทั่ว เมื่อรวมกับการที่ถูกมองแบบUnderrateมาตลอดทั้งชีวิต

นักฟุตบอลตกอับ

มันก็ยิ่งไปตอกย้ำความรู้สึกแฟนบอลเข้าไปอีกว่า “เฮ้ ชั้นบอกแล้วไง ไอ้ดริ้งค์วอเตอร์เป็นแค่นักเตะฝีเท้าดาดๆ ที่โชคดีมากของเลสเตอร์ชุดแชมป์ พรีเมียร์ลีก” ยังไม่ทันจะเริ่มชีวิตใหม่ดริ้งค์วอเตอร์ก็ทำให้ชีวิตของตัวเองยุ่งยากขึ้นเรื่อยๆ และมันจะเป็นภารกิจที่หนักหนาสาหัสมากสำหรับการกลับมาทวงชื่อเสียงของอดีตกองกลางเจ้าของค่าตัว 35 ล้านปอนด์

สำหรับฟุตบอลสมัยนี้ก็ไม่ใช่เม็ดเงินที่เยอะแยะ ลำพังฝีเท้าของดริ้งค์วอเตอร์ถ้ามุ่งมุ่นตั้งใจจริงๆ เขาก็สามารถทำตัวเองให้มีค่าพอสำหรับเงินก้อนนี้ได้ คำถามก็คือผู้ชายที่ประกอบอาชีพเป็นนักฟุตบอลที่ชื่อดาเนี่ยลดริ้งค์วอเตอร์ ยังคงมีใจหิวกระหายที่จะกลับมาพิสูจน์ตัวเองอยู่หรือเปล่านี่สิ ?


ติดตามข่าวเชลซีและฟุตบอลจากทุกลีกในวงการ รับรู้ข้อมูลไปพร้อมกันๆต่อได้ที่ playmun.com