Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / 3 จุดร่วมที่ทำให้ 3 ทีมดัง ของเวที พรีเมียร์ลีก ฟอร์มบู่ ในเวลานี้
3 ทีมดัง

3 จุดร่วมที่ทำให้ 3 ทีมดัง ของเวที พรีเมียร์ลีก ฟอร์มบู่ ในเวลานี้

ในเกมสัปดาห์ที่ 6 ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 3 ทีมดัง ไม่ว่าจะเป็น เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล ต่างไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการเลยนะครับ “เรือใบสีฟ้า” ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เพียงแค่ผลเสมอกับ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ที่ลอนดอน สเตเดี้ยม ทำให้พวกเขาเสมอ 2 จาก 3 เกม และชนะเพียงนัดเดียวจาก 4 แมตช์หลังสุด

เอฟเวอร์ตัน เสียสถิติพ่ายแพ้เป็นเกมแรก ด้วยการบุกไปโดน เซาธ์แฮมป์ตัน ชนะด้วยสกอร์ 2-0 โดน ลิเวอร์พูล ทำแต้มขึ้นมาเท่ากัน เหนือกว่าแค่ลูกได้เสีย และปิดท้ายวันอาทิตย์ด้วย อาร์เซน่อล ที่พ่ายคาบ้านตัวเองให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากประตูชัยของ เจมี่ วาร์ดี้ ซึ่งลงมาเป็นสำรอง แพ้สองเกมติดต่อกัน ทั้งสามทีม อาจจะเล่นกันคนละสไตล์ ชื่อชั้นของแต่ละสโมสรก็จะไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับเป้าหมาย แต่พวกเขามีจุดร่วมเหมือนกันอยู่ 3 จุดด้วยกัน ที่มันทำให้ฟอร์มการเล่นที่ออกมาไม่ “เพอร์เฟค” อย่างที่หวัง และนี่คือจุดร่วม 3 อย่างของการสะดุดในเกมนี้

พาส่องปัญหาที่ 3 ทีมดัง พรีเมียร์ลีก กำลังเจออยู่ในตอนนี้

1.เกมรับที่มีปัญหา

3 ทีมดัง

แม้ว่า แมนฯ ซิตี้ จะคว้าเอา รูเบน ดิอาซ เข้ามาร่วมทัพแล้วก็ตาม แต่ผลงานโดยรวมของเกมรับนั้นยังถือว่าต้องปรับกันอยู่พอสมควร จนป่านนี้ พวกเขาเก็บคลีนชีทได้เพียงแค่นัดเดียวในลีกจาก 5 เกม และเป็นเพียงนัดที่ 2 ในทุกรายการตลอด 10 นัดหลังสุดที่ได้ลงเล่น ปัญหาเรื่องเกมรับยังคงมีผลอยู่ในตอนนี้ อย่างในนัดที่เอาชนะ อาร์เซน่อล ได้ 1-0 ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งแมตช์ที่พวกเขาทำได้ดีสุดๆ กับการเล่นป้องกัน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เจอกับทีมที่พวกเขาต้องเปิดเกมบุกใส่ ทีมก็มักจะพลาดเสียประตูในทุกๆ ครั้ง

เอฟเวอร์ตัน นี่ยิ่งหนักเลยครับ พวกเขาเก็บคลีนชีทไม่ได้เลย ตลอด 5 เกมที่ผ่านมาในลีก มีเพียงแค่นัดแรกที่เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 เท่านั้น แนวรับยังคงเป็นปัญหา แต่ที่ขึ้นมาได้ถึงการเป็นจ่าฝูง ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะเกมรุกที่สามารถยิงประตูได้เยอะกว่า ซึ่งมันไม่ถาวรหรอกครับ อย่างที่เราเห็นกันในเกมล่าสุด ประตูยังคงเสีย แต่เมื่อไหร่ที่ยิงได้น้อยกว่าที่เสีย ก็จะพ่ายแพ้ในทันที คู่เซ็นเตอร์อย่าง ไมเคิ่ล คีน และ เยรี่ มีน่า จริงๆ แล้วดูแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่เข้าขากันเท่าที่ควร

ด้านแบ็กซ้ายอย่าง ลูก้าส์ ดีญ ก็เด่นในเรื่องเกมบุก และมักจะหลุดตำแหน่งเพราะการเติมไปเปิดบอลให้เพื่อน แล้วลงไม่ทัน อย่างเช่นในจังหวะลูกสองที่ทีมเสียเกมนี้ จอร์แดน พิคฟอร์ด เองก็ยังมีช็อตเหวอๆ หลุดๆ อยู่เป็นประจำ ถ้าเป็นการเซฟอาจจะพอไว้ใจได้ แต่ถ้าเป็นเคสในการตัดสินใจ หรือช่วงที่โดนกดดันจากคู่แข่ง ก็จะมีปํญหาขึ้นมา อาร์เซน่อล พลาดท่าให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ เต็มๆ เลยนะครับ แม้ว่าการเสริมทัพในซีซั่นนี้ จะเน้นไปที่เกมรับ แต่มันก็ยังมีจุดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแบบหลัง 3 หรือหลัง 4

ส่วนหนึ่งมากจากการจัดตัวที่ผิดพลาดของ มิเกล อาร์เตต้า ด้วย เพราะวันนี้เขาเลือกใช้ กรานิต ชาก้า ยืนเป็นเซนเตอร์ ซึ่งความเร็วของเขานั้นไม่สามารถสู้ วาร์ดี้ ได้อย่างแน่นอน แถมยังไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาถนัดอีกด้วย

2.แนวรุกฝืดอย่างน่าตกใจ

3 ทีมดัง

ฟากฝั่งของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” อย่างที่บอกไปว่าพวกเขาเด่นเกมรุกเป็นอย่างมาก คาร์โล อันเชล็อตติ ได้ตัวผู้เล่นแนวรุกที่ถูกใจแล้ว เพียงแต่ในเกมพบกับ เซาธ์แฮมป์ตัน มันหายวูบไปอย่างเหลือเชื่อ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกองหลังของ “นักบุญ” มันเหมือนมีผู้เล่นที่ “เข้าทาง” ในการเล่นงาน โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน เนื่องจากทั้ง ยานนิค เวสเตอร์การ์ด และ แยน เบดนาเร็ก เป็นสองเซ็นเตอร์แบ็กที่ตัวสูงใหญ่พอฟัดพอเหวี่ยงกับหัวหอกดาวซัลโว

มันจึงทำให้แข้งหมายเลข 9 ในวันนั้น เล่นไม่ออกเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามันเป็นศักยภาพที่เข้าทางลูกทีมของ ราล์ฟ ฮัสเซ่นฮุทเทิ่ล มีพอดิบพอดี แมนฯ ซิตี้ เจอปัญหาแนวรุกมาตลอดตั้งแต่ต้นฤดูกาลมาจนถึงปัจจุบัน พวกเขาเป็นทีมที่มีเกมบุกร้อนแรง ตั้งแต่เริ่มเสียงนกหวีดของผู้ตัดสิน พวกเขาเป็นทีมที่ต้องการทำประตูให้เร็วและเยอะที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ฉะนั้นเราจะเห็นการขึ้นนำ 1-0 ที่มักจะเกิดในช่วง 25 นาทีแรกเป็นประจำ แต่หลังจากนั้นถ้าเป็นฤดูกาลก่อนๆ ลูก 2-3 ก็จะตามมา

แต่ในซีซั่นนี้ มันไม่มาตามนัด ซึ่งนอกจากจะทำให้ทีมได้แค่ลูกเดียว ประกอบกับเกมรับที่ไม่น่าไว้ใจเท่าที่ควร ส่งผลให้พวกเขาเสียด้วย จากที่นำ 1-0 ก็กลายเป็น 1-1 หรือแพ้ไปแบบในเกมที่พบ เลสเตอร์ ซิตี้ การอำลาทีมไปของ ดาบิด ซิลบา นั้นมีผลเป็นอย่างมาก เพราะมันทำให้ทีมนั้นต้องใช้เพียง เควิน เดอ บรอยน์ ในการลำเลียงเกมบุก ซึ่งมาถึงตอนนี้ อิลคาย กุนโดกัน คือนักเตะที่ทำศักยภาพให้ทีมได้แย่ที่สุด นับตั้งแต่ซื้อตัวเข้ามา เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในหน้าที่ต่างๆ

อาร์เซน่อล กลายเป็นตื้อในเกมรับไปดื้อๆ ทั้งที่เปิดหัวในเกมแรกของซีซั่น ด้วยการเอาชนะ ฟูแล่ม 3-0 และเอาชนะ เวสต์ แฮม อีก 2-1 แต่หลังจากนั้นกลายเป็นว่าพวกเขาได้ประตูเพียง 4 ลูก จากการลงสนาม 4 นัด ซึ่งมันทำให้ 4 เกมหลังสุดนั้นพวกเขาชนะได้แค่นัดเดียว และแพ้ไปถึง 3 เกม โดยแมตช์ที่ชนะ คือการที่พวกเขายิงเกิน 1 ประตู เช่นเดียวกับ แมนฯ ซิตี้ เลย

หลังจากที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ผู้เล่นกัปตันทีม ทำการต่อสัญญาฉบับใหม่ไป เขาก็ฝืดทันที ยิงไม่ได้มาตั้งแต่เกมแรกของฤดูกาล ที่เอาชนะ ฟูแล่ม และล่าสุดเพิ่งจะปลดล็อคได้อีกครั้ง ในนัดที่เอาชนะ ราปิด เวียนนา 2-1 ในฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรปาลีก เมื่อกลางสัปดาห์

3.สภาพทีมไม่พร้อมใช้งาน

3 ทีมดัง

อย่างสุดท้ายที่ทั้งสามทีมนั้นมีเหมือนกันคือสภาพทีมนั้นไม่พร้อมจะใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาการบาดเจ็บ หรืออะไรต่างๆ เอฟเวอร์ตัน เริ่มเจอสภาพปัญหานักเตะบาดเจ็บกันแล้ว ตั้งแต่เกมที่พบกับ ลิเวอร์พูล มีผู้เล่นหลายรายไม่ฟิตเท่าที่ควร แต่ก็ต้องเข็นลงสนาม เพราะขนาดทีมนั้นไม่ได้มาก พวกตัวสำรองบางรายก็บาดเจ็บไปก่อนหน้านั้น

ในนัดล่าสุด พวกเขายังขาด ริชาร์ลิสัน ที่โดนใบแดงในเกมก่อน ถูกแบน 3 เกม ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหลักเลยที่ทำให้ทีมนั้นไม่มีอันตรายในเกมรุก ได้โอกาสยิงเพียง 6 ครั้งเข้ากรอบแค่ 2 เท่านั้น เชมุส โคลแมน ก็บาดเจ็บ ต้องส่งเอา เบน ก็อดฟรีย์ ลงมาเล่น ซึ่งเจ้าตัวเป็นนักเตะใหม่ แถมตำแหน่งปกติของเขาคือเซ็นเตอร์อีกต่างหาก ด้าน ฮาเมส โรดริเกซ ก็ยังไม่ได้มีสภาพสมบูรณ์เต็มถัง ต้องเข็นลงสนามมา แถมเกมถัดไป พวกเขาจะขาด ลูก้าส์ ดีญ ที่โดนใบแดงนัดล่าสุดอีกหนึ่งคนด้วย

อาร์เซน่อล ยังคงเป็นทีมที่มีปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บ และล่าสุดตอนนี้ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของพวกเขาใช้ไม่ได้ถึง 3 ตัว คัลลั่ม แชมเบอร์ส, ปาโบล มารี และล่าสุด ร็อบ โฮลดิ้ง ทำให้ อาร์เตต้า ต้องใช้ กรานิต ชาก้า ลงมาเล่นเป็นหลัง 3 ตัว ซึ่งโดยปกติมันควรจะเป็น เคียแรน เทียร์นี่ย์ แล้วให้แบ็กซ้ายเป็นตัวอื่น แต่กุนซือชาวสแปนิช เลือกให้เขายืนเป็นวิงแบ็กซ้าย แล้วเอากองกลางชาวสวิส ลงเป็น 1 ใน 3 ปราการหลัง

ผลปรากฏว่าตามสปีดของ เซนกิซ อุนแดร์ ไม่ทัน และมันกลายเป็นการเสียประตูให้กับ เลสเตอร์ ซึ่งเป็นประตูโทน ส่วนหนึ่งต้องบอกว่า อาร์เตต้า เองก็วางหมากพลาดด้วยเช่นกัน และล่าสุด ดาวิด ลุยซ์ ก็มาได้รับบาดเจ็บไปอีกหนึ่งราย ต้องโดนเปลี่ยนออกไปตั้งแต่นาทีที่ 49 เช่นเดียวกับ บูกาโย่ ซาก้า และยังไม่รู้ว่าจะต้องพักนานขนาดไหน วิลเลี่ยน เองก็ยังฟิตกลับมาเล่นไม่ได้ ถือว่าเป็นสภาพทีมที่หนักมากๆ สำหรับทัพ “ปืนใหญ่” ในตอนนี้ จากนักเตะก่อนเริ่มฤดูกาลที่มีทับกันหลายต่อหลายคนในแต่ละตำแหน่ง แต่ตอนนี้เริ่มร่อยหรอ

ทั้งนี้ถ้าต้องการอยากจะอ่าน ข่าวบอลสด ก็สามารถตามมาอ่านได้ที่เว็บนี้ที่เดียว