Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / 4 เหตุผลที่ทำให้ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน
4-เหตุผลที่ทำให้-เรือใบสีฟ้า-แมนเชสเตอร์-ซิตี้-ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

4 เหตุผลที่ทำให้ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

การร่วงตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ในฤดูกาลนี้ทีม เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์เดียวกับปี 1998/99 ของเพื่อนบ้านได้ อย่างน้อยก็ต้องรอแก้ตัวในถ้วยใบใหญ่ที่สุดของยุโรปฤดูกาลหน้า หลังจากพลาดท่าให้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สิ่งที่น่าเจ็บปวดก็คือแพ้ให้ทีมจากอังกฤษด้วยกัน แถมยังเป็นทีมรองที่ไม่เคยเอาชนะพวกเขาได้เลยใน พรีเมียร์ลีก 4 นัดล่าสุด

4 เหตุผลที่ทำให้ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

สถิติก่อนหน้านี้ 4 เกม แมนฯ ซิตี้ ชนะ 3 เสมอ 1 ไม่แพ้ ส่วนการพบกันที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม 8 ครั้งล่าสุดมีเพียงครั้งเดียว ที่ ท็อตแน่ม เก็บชัยไปได้ และมันเกิดขึ้นตั้งแต่ มานูเอล เปเยกรินี่ ยังคุมทีมอยู่

แต่ฟุตบอลก็เป็นเช่นนี้ อะไรที่ไม่คิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้น เฉกเช่นชีวิตที่มีอุปสรรค แล้วอะไรคืออุปสรรคที่ขวางทางพวกเขาน่ะหรือ

ผิดแผน แผนผิด

การตกเป็นรองหลังจากบุกไปโดนแหย่ในเลกแรกมาก่อน 1-0 ที่สนามแห่งใหม่ทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจเดินหน้าบุกแบบไม่คิดว่าจะมีทางอื่นที่ดีกว่านี้ ซึ่งมันก็ไม่ผิดเสียทีเดียว เพราะถ้าตั้งรับ เล่นแบบปลอดภัย ตีหัวเข้าบ้านมันเสี่ยงเกินไป หากโดนตีเสมอ หรือโดนตีตื้นพวกเขามีโอกาสจะตกรอบมากกว่า ที่สำคัญก็คือการตั้งรับรอสวนกลับไม่ใช่สไตล์

pep-man-city
กวาร์ดิโอล่า เปลี่ยนผู้เล่นไปถึง 4 ตำแหน่งจากเลกแรก และเกมนี้ไม่มี แฟร์นานดินโญ่ เป็นอีกจุดสังเกตที่ทำให้กองหลังต้องทำงานหนัก

อดีตแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไม่มีอะไรต้องกลัวทีมมือเปล่า และจากผลงานที่ผ่านมา มันล้วนพิสูจน์ว่าพวกเขาเหนือกว่า และพวกเขามีรูปแบบที่เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน ดังนั้นพวกเขาก็เล่นตามธรรมชาติอย่างที่เคย และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเดินหน้าบุกแหลกก็คือกองหลังไม่ระมัดระวัง

เอแดร์ซอน ผู้รักษาประตูที่ขึ้นชื่อว่าเหนียวแน่นเป็นเบอร์ต้นๆ ในยุโรปออกตัวพลาดไปเพียนงนิดเดียว เป็นเหตุให้เสียประตูแรก แต่ประตูที่เหลือนั้นยังเป็นเรื่องน่าสงสัยว่าเขาหมดทางป้องกัน หรือปล่อยให้คู่แข่งเข้าทำ จนเสีย 3 ประตูไปอย่างงงๆ ขณะที่เซ็นเตอร์ทั้งสองก็มีข้อผิดพลาด

แว็งซ็องต์ ก็อมปานี ได้รับความไว้ใจอย่างยิ่ง เขาลงสนามมาเป็นตัวจริงหลังจากได้แค่นั่งดูเกมก่อนหน้า แต่ปรากฏว่าจุดเด่นเรื่องการแท็คเกิ้ลของเขาหายไปหมดสิ้น ถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่ กวาร์ดิโอล่า ต้องยอมรับว่าสภาพร่างกายของแข้งรายนี้ไม่เหมือน และไม่มีทางเป็นดังเดิม ความพยายามที่จะใช้งานประสบการณ์เป็นเรื่องดี แต่อาจไม่ดีเสมอไปเมื่อเจอทีมจอมป่วนที่มากไปด้วยนักเตะความเร็วสูงอย่าง สเปอร์ส

Kompany-Bernardo
ก็อมปานี ลงเล่นในถ้วยยุโรปให้ แมนฯ ซิตี้ มาแล้ว 53 เกม ตลอด 8 ฤดูกาล ว่ากันว่าการมาของ กวาร์ดิโอล่า ทำให้เขาได้เกิดใหม่ ได้รับความไว้วางใจอีกครั้งหลังบาดเจ็บยาว แต่ด้วยวัย 33 ปี บทบาทของเขาควรจะลดลงอีกหรือเปล่า

อายเมริค ลาปอร์ เครื่องร้อนช้า ช่วง 15 นาทีแรกเขาดูสับสนเหมือนยืนไม่ถูกที่ และผลก็คือเสีย 2 ประตู โดยเพาะอย่างยิ่ง ประตูตีเสมอ 1-1 เขาเป็นผู้มอบของขวัญให้กับ ซน ฮึง มิน และโดยรวมแล้วเขาเล่นผิดมาตรฐาน ขณะที่ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ได้ลงสนามต่อเนื่องกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เผชิญอาการบาดเจ็บที่ต่อสู้มานาน 6 เดือน

ว่ากันตามตรง กวาร์ดิโอล่า สุ่มเสี่ยงกับการจัดตัวกองกลังลงสนาม เขาพยายามแสดงถึงความไว้วางใจลูกทีม พยายามทำให้เห็นว่าระบบชั้นยอดจะจับใครมาวางไว้ก็เล่นได้ทั้งนั้น ก็เล่นได้จริง แต่มันมีความแตกต่าง

ซน ฮึง มิน

คีย์แมนคนสำคัญของ ท็อตแน่ม เป็นฮีโร่ซัดชัยในนัดแรก การขึ้นนำ 1-0 ไม่ทำให้ใครวางใจ และยังไม่รับประกันการเข้ารอบ เพราะน็อคเอาท์มีเวลา 180 นาที หรืออาจมากกว่านั้นก็ได้ และ ซน เป็นผู้สร้างความประหลาดใจ ขณะเดียวกันก็เป็นตัวขัดขวางความเป็นไปได้ที่จะชนะของ แมนฯ ซิตี้

son-heung-min
ซน เป็นตัวหลักในถ้วยยุโรปเสมอมา พัฒนาการของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นตัวทีเด็ดให้กับทีม โดยทั้ง 26 เกมในถ้วยยุโรป ยิงได้ 12 ประตู

2 เกมก่อนหน้านี้ใน พรีเมียร์ลีก ที่ทัพ “คลับไก่” พ่ายแพ้ พวกเขาไม่มีแข้งชาวเกาหลีใต้อยู่ในรายชื่อตัวจริง จะชื่นชม เมาริโอ ปอเช็ตติโน่ ว่าแก้เกมมาอย่างชาญฉลาดก็ได้ หรือจะคิดว่าการตัดสินใจให้หนุ่มตี๋ลงมายืนตรงกลางแนวรุกนั้นถูกต้อง ก็เป็นได้เช่นกัน เลกที่แล้ว เขามีพิษสงพอตัว เขามีความสด เร็ว และน่าตื่นตา ยิง 2 ประตูในระยะเวลาห่างกันเพียง 3 นาที อันที่จริงเกือบจะทำแฮททริคได้ด้วย และถ้าทำได้กองเชียร์เจ้าบ้านจะเจ็บปวดมากกว่านี้

น่าเสียดายที่ ซน สะสมใบเหลืองในรอบน็อคเอาท์ไปแล้ว 3 ใบ เขามารู้ตัวตอนหลังจบเกมว่า รอบรองชนะเลิศที่จะเจอ อาแจ็กซ์ เขาจะไม่สามารถลงสนามได้

VAR หรือกรรมการ

แม้เป็นการพบกันของ 2 สโมสรแดนผู้ดี แต่ด้วยฐานะเกมยุโรปพวกเขาจึงมีกรรมการเป็นชาวดัตช์ บียอร์น คุยเปอร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมือดีลำดันต้นๆ เที่ยงตรง ยุติธรรม และมีทีม VAR อีกด้วย หากเราเคยเห็นคลิปเสียงของผู้ตัดสิน พวกเขาทำหน้าที่อย่างหนักและเคร่งครัด อาจจะเหนื่อยกว่านักเตะด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาวิ่งไปคุยสื่อสารกันไปเกือบตลอดเกมเพื่อช่วยกันดูแลความเรียบร้อย และอาจมีบางมุมมองที่คนในห้องถ่ายทอดสดเห็นภาพชัดเจนกว่า

VAR-หรือกรรมการ
คุยเปอร์เป็นผู้ตัดสินที่ค่อนข้างเข้มงวด ฤดูกาลนี้เขาเป่าเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ไป 6 เกมแล้ว แต่ยังไม่แจกใบแดงให้ใครเลย

วินาทีที่ประตูของ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ เข้าไป คุยเปอร์ เรียกดูวีเออาร์ และจากมุมมองด้านหน้า ลูกบอลโดนต้นขาเข้าไป น่าจะเป็นประตู แม้กระทั่งแฟนๆ ที่เฝ้าจออยู่ก็คิดเช่นนั้น แต่ก็มีความเคลือบแคลงว่า อันที่จริงแล้วลูกบอลโดนแค่ต้นขาจริงๆ หรือ

ไม่นานหลังจากเกมจบ มีภาพเปิดเผยเพิ่มเติมจากมุมด้านหลังว่า ลูกบอลปาดโดนแขนของ ยอเรนเต้ เล็กน้อย แต่จะโดนมากโดนน้อยมันก็คือแฮนด์บอลที่ไม่สมควรได้ ถ้าไม่มีประตูนี้ ท็อตแน่ม ก็ไม่ได้เข้ารอบ แต่เคราะห์ซ้ำ กวาร์ดิโอล่า และลูกทีมมีมากกว่านั้น

เมื่อเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ จ่ายให้ ราฮ๊ม สเตอร์ลิ่ง ซัดผ่านการป้องกันอง ฮูโก้ โยริส มันเกือบจะเป็นประตูชัยอันสุดดราม่า แต่มันดันมากกว่าดราม่า ตรงที่ทีมผู้ตัดสินตีธงล้ำหน้า และย้อนดูภาพซ้ำเพื่อปฏิเสธประตูนั้น ทำเอาฝั่ง “เรือใบ” เฮเก้อกันไปทั้งเมือง

ขาดโชคอีกนิด

อย่ารำคาญถ้าบางครั้งเราจะปิดท้ายด้วยเรื่องของโชคชะตา หรือไสยศาสตร์ เมื่อ แมนฯ ซิตี้ ทำดีเกือบทุกอย่าง แต่สิ่งสุดท้ายที่ขัดขวางพวกเขาก็คือรอยยิ้มบนใบหน้าของเทพีแห่งชัยชนะที่มอบให้ฝ่ายตรงข้าม

Liverpool-8
ฤดูกาลนี้ แมนฯ ซิตี้ ได้ คาราบาว คัพ ไปเป็นใบแรก และมีเข้าชิง เอฟเอ คัพ กับ วัตฟอร์ด ส่วน พรีเมียร์ลีก ก็อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบเล็กน้อย แต่ความฝัน 4 แชมป์ดับลงไปแล้ว

แชมป์ลีกมาจากความสม่ำเสมอ คงเส้นคงวาและความอดทน การมีทีมที่ดี ผู้บริหารที่พร้อมสนับสนุนและขุมกำลังที่ยอดเยี่ยม ทีมเวิร์ค พร้อมกับมันสมองระดับเพชรยอดมงกุฎ ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จ ส่วนในฟุตบอลถ้วย ความเด็ดขาด ไม่พลาดโอกาสเป็นสิ่งสำคัญ

แต่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ต้องการทั้งความแข็งแกร่ง อดทน กรำศึกหนัก การวางหมาก และการบริหารก็ยังไม่พอ พวกเขาต้องการโชคอีกเล็กน้อย อย่างการจับสลากอยู่ในสายอ่อน อันที่จริง แมนฯ ซิตี้ ก็ถือว่ามีโชคแล้วที่ได้อยู่ในสายประกบคู่ซึ่งดูไม่ร้ายกาจเท่าอีกสาย การเจอกับทีมที่รู้ไส้รู้พุงกันก็น่าจะทำให้พวกเขาได้เปรียบ แต่โชคชะตาช่างเล่นตลก

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่พวกเขาสามารถยืดอกภาคภูมิใจได้ก็คือพวกเขาล้วนทุ่มเทเต็มกำลัง ไม่มีอะไรให้เสียใจ แม้ขาดโชคในวันนี้แต่พวกเขาเดินเชิดหน้าบอกลามันได้ ก่อนจะกลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง เพราะแชมป์รอคอยผู้ชนะอยู่ตรงนั้นเสมอ ฤดูกาลหน้าก็ว่ากันใหม่


ในฤดูกาลหน้า เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจต้องเสริมทัพหรือปรับเปลี่ยนทีมให้มากกว่านี้หากต้องการประสบความสำเร็จมากกว่าที่ทำได้ในฤดูกาลนี้ ติดตาม สถิติฟุตบอล ที่น่าสนใจจากทุกทีมดังได้ทาง : playmun.com