Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้า ฟุตบอลยุโรป ได้กลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง
บอลยุโรป

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้า ฟุตบอลยุโรป ได้กลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง

จากสถานการณ์ของไวรัส โควิด-19 ทำให้ล่าสุด สหพันธ์ ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า มีมติว่า การแข่งขันฟุตบอลทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูฟ่า ยูโรปาลีก ฤดูกาลนี้ถูกระงับแบบไม่มีกำหนดแล้ว จากเดิมที่ตั้งเป้าจะกลับมาแข่งขันให้จบทันในช่วงเดือนมิถุนายน แต่สุดท้ายเรื่องราวก็ดูจะแย่ลง ทำให้เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมกันระหว่างสมาชิกทั้ง 55 ประเทศ และได้ข้อสรุปออกมาเป็นแบบนี้

ซึ่งการวางมาตรการออกมาแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เลยนะครับ เพราะมาจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครรูเลยว่า เรื่องราวมันจะไปจบลงตรงไหน ไวรัส จะหมดจากโลกไปหรือไม่ และเมื่อไหร่สถานการณ์จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม วันนี้ ผมได้นำข้อมูลของ “สปอร์ตส์เมล” ที่พวกเขาได้คาดการณ์กันออกมา

หากสถานการณ์ของ ฟุตบอลยุโรป กลับมาเตะได้อีกครั้ง จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

1.หยุดการแข่งขัน คาราบาว คัพ

บอลยูโร

ก่อนที่จะมีการระบาดของ โคโรน่า ไวรัส สิ่งที่ถูกถกเถียงกันเป็นอย่างมาก คือการที่โปรแกรมฟุตบอลอังกฤษ นั้นค่อนข้างจะเยอะเกินไป ลิเวอร์พูล ประสบปัญหาดังกล่าว พวกเขาต้องส่งชุดเยาวชน ลงเล่นกับ แอสตัน วิลล่า ก่อนจะโดนถล่มร่วงตกรอบไป เนื่องจากวันรุ่งขึ้น พวกเขามีโปรแรกมเตะชิงแชมป์สโมสรโลก

และแน่นอนว่า เมื่อสถานการณ์ของไวรัส กลับมาเป็นปกติ ถ้าฤดูกาล 2018-19 ไม่ถูกวางให้เป็นโมฆะ ไม่ว่าจะกลับมาเล่นได้เมื่อไหร่ โปรแกรมมันจะต้องแน่นขนัดอย่างแน่นอน และยิ่งสมมุติว่า ทุกๆ อย่างสามารถคลี่คลายได้ในช่วงราวๆ ครึ่งปีหลังนี้ นอกจากจะเล่นซีซั่นนี้ให้ครบแล้ว พวกเขายังจะต้องเริ่มฤดูกาลใหม่เข้าไปอีก

และทั้งหมดทั้งมวล จะต้องไปจบในเดือนมิถุนายนปีหน้า เพื่อให้การแข่งขัน ยูโร 2021 ได้ทำการแข่งขันกัน และในซีซั่นถัดๆ ไปก็จะไม่ถูกร่นเวลาไปด้วย ฉะนั้น การแข่งขัน คาราบาว คัพ อาจจะต้องถูกยกเลิกออกไปในซีซั่นหน้า และให้การแข่งขันฟุตบอลอังกฤษ นั้นเหลือแค่ 2 รายการ ฟุตบอลฝรั่งเศส เป็นอีกหนึ่งลีกที่มี 20 ทีมเหมือน พรีเมียร์ลีก และมีการแข่งขันฟุตบอลถ้วย 2 รายการเช่นเดียวกัน ซึ่งลีกแดนน้ำหอม พวกเขาก็จะปรับให้เหลือรายการเดียวในซีซั่นถัดไปเช่นเดียวกัน

2.ตัดการเล่นรีเพลย์ใน เอฟเอ คัพ ทิ้งไป

ฟุตบอลยุโรป

เช่นเดียวกัน อีกหนึ่งปัญหาของฟุตบอลถ้วยในอังกฤษ คือการเล่นเกมนัดรีเพลย์ ในฟุตบอล เอฟเอ คัพ เพราะโปรแกรมนัดที่เหมือนกับเป็นเลก 2 มันกลายเป็นว่าต้องเพิ่มโปรแกรมไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งต้องบอกเลยว่า การแข่งขัน เอฟเอ คัพ นัดรีเพลย์ นี่แหละ ที่เป็นตัวปัญหายิ่งกว่า ลีก คัพ เสียอีก เพราะบรรดาทีมใน พรีเมียร์ลีก นั้นจะทำการแข่งขันกันที่รอบ 3 และต้องเตะไปถึง 6 นัดเป็นอย่างน้อย

และแม้ว่า เอฟเอ คัพ นั้นจะลดจำนวนการแข่งนัดรีเพลย์ลง ให้เหลือแค่รอบ 3-4 สำหรับทีมใหญ่ๆ แต่มันก็ยังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ดี เพราะในการแข่งรายการนี้ มันดันมาเริ่มเตะรอบ 3 ในเดือนมกราคม ซึ่งมันเป็นช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล สำหรับทีมใหญ่นั้น มีทั้งโปรแกรม ลีก และฟุตบอลยุโรป ที่ก็เริ่มเข้มข้นมากขึ้นทุกที แต่กลับต้องมานั่งออกสตาร์ทในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3

ทำให้เหล่าบรรดาทีมใหญ่ บางทีมที่มีโปรแกรมสำคัญรออยู่หลังจากนั้น ต้องตัดสินใจส่งสำรองลงเล่น เจอกับทีมลีกรอง พวกเขาก็ต้องเจอกับความยากลำบาง บางทีมอาจจะคิดในใจว่าถ้าไม่เข้ารอบ ก็ตกรอบไปเลย แต่หวยก็ดันมาแจ็กพ็อตด้วยการเสมอ ทำให้ต้องไปเตะนัดรีเพลย์ ฉะนั้นการตัดเกมรีเพลย์ออกไป จะเป็นอีกหนึ่งส่วนที่จะช่วยให้โปรแกรมนั้นลดลงไปเช่นกัน แม้ว่ามันจะเป็นการทำลายขนบธรรมเนียมของฟุตบอลเก่าแก่ก็ตาม

3.ฟุตบอลโลกปี 2023

ไวรัสโคโรน่า

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 อาจจะไม่สามารถแข่งได้ ถ้าสถานการณ์มันไม่ดีขึ้น สืบเนื่องมาจากการแข่งขันที่กาตาร์ นั้นเอง เพราะฟุตบอลโลกหนนี้ ได้รับการยืนยันแล้วว่าจะทำการแข่งขันกันในช่วงหน้าหนาว เนื่องจากถ้าเตะกันตอนซัมเมอร์ จะทำให้อุณหภูมิที่ประเทศกาตาร์ ไม่เอื้ออำนวย เพราะมีโอกาสที่จะร้อนจัดสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

ฟุตบอล ยูโร 2020 ก็ถูกเลื่อนออกไปเป็น 2021 แล้ว ครั้นจะให้การแข่งฟุตบอลโลก เตะหลังจากนั้นอีก 18 เดือน มันคงเป็นอะไรที่ไม่ถูกต้องนัก แน่นอนทางฝั่งยุโรปเองอาจจะไม่โอเคกับเรื่องนี้ ถ้าฟุตบอลโลก อาจจะต้องเลื่อนออกไปในปี 2023 ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าการแข่งขันนั้น อาจจะไม่ได้ถูกจัดขึ้นที่ประเทศกาตาร์ แล้วก็เป็นได้ และอาจจะกลับมาทำการแข่งขันในช่วงซัมเมอร์ตามเดิม

เพราะเอาเข้าจริงแล้ว การไปเตะฟุตบอลโลก 2022 ช่วงเดือนธันวาคม ก็เป็นอะไรที่คนไม่ค่อยเห็นด้วยกันเท่าไหร่ เพราะมันไปรบกวนการแข่งขันฟุตบอลลลีก ที่กำลังฟาดแข้งกันอยู่ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าว ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งจะต้องดูใจของ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไร ยังอยากจะทำการแข่งขันที่กาตาร์ ต่อไปหรือไม่ อาจจะเป็นได้ว่าการแข่งที่ กาตาร์ จะมีขึ้นในปี 2023 และแข่งขันในช่วงหน้าหนาวเหมือนเดิมก็ได้ ใครจะรู้

4.ตัดการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องช่วงซัมเมอร์ทิ้ง

โควิด-19

การตัดโปรแกรมการแข่งขันที่ไม่จำเป็นออกไป นอกจากในช่วงฤดูกาลปกติแล้ว การแข่งฟุตบอลช่วงซัมเมอร์ ที่เป็นเกมอุ่นเครื่องเองก็เช่นกัน แม้ว่าการแข่ง ปรี-ซีซั่น จะเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ที่สำคัญ เป็นการกลับมาเคาะสนิมจากนักเตะที่ได้พักเมื่อปิดซีซั่นไปได้ดี แต่มันก็มีอะไรที่เป็นแมตช์ไม่จำเป็นเยอะอยู่

สโมสรระดับสูง หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าทีมดังๆ อาจจะต้องพิจารณาไปถึงเรื่องการทัวร์ยังต่างแดน ไม่ว่าจะเป็นการไปเปิดตลาดที่ประเทศจีน, สหรัฐอเมริกา หรือที่อื่นๆ ที่เป็นการทำให้นักเตะต้องเดินทางไกล ด้วยรายการเหล่านี้ ถ้ายังมีอยู่ สมมุติว่าโปรแกรมการทัวร์ปรี-ซีซั่น ยังคงกำหนดตามเดิมในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 แทนที่นักเตะจะได้พักจากฟุตบอล ยูโร 2021 ซึ่งพ่วงยาวจากซีซั่น 2019-20 มาถึงซีซั่น 2020-21 ก็จะยิ่งเพิ่มภาระให้กับพวกเขาเหล่านั้น

มันอาจจะไม่ได้ส่งผลดีกับทีมก็ได้ จริงอยู่เรื่องของรายได้ อาจจะได้เข้ามาจากการไปทัวร์ต่างแดน แต่นักเตะเองก็จะกรอบ และอาจจะทำผลงานได้แย่ลงในซีซั่นถัดไป ฉะนั้นเกมการทัวร์แดนไกล โดยเฉพาะการแข่งขัน อินเตอร์ เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ หรือ ไอซีซี ก็ควรจะต้องงดลงในช่วงต่อจากนี้ จนกว่าทุกๆ อย่างมันจะถูกจัดระเบียบให้เหมือนเดิม

5.ลิเวอร์พูล จะกลับมาเป็นแชมป์

กลับมาเตะอีกครั้ง

แน่นอนว่าหากฟุตบอล ได้กลับมาทำการแข่งขันตามที่กำหนดเอาไว้ ไม่มีการยกเลิก หรือที่เรียกว่า โมฆะ สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือ ลิเวอร์พูล ที่ขออีกแค่ 6 แต้ม จะกลายเป็นแชมป์ ประจำฤดูกาล 2019-20 ทันที ตามทฤษฎี มันอาจจะเกิดขึ้นได้ว่าต่อจากนี้ ลิเวอร์พูล แพ้รวด แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะหมดในช่วงเกมที่เหลือ แล้วปาดหน้าเป็นแชมป์ มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ตามจริง มันแทบจะไม่มีทางเกิดขึ้น

ฉะนั้น หากโปรแกรมในฤดูกาลนี้ กลับมาแข่งขันกันได้อีกครั้ง ก็เตรียมฉลองกันได้เลยสำหรับแฟนบอล ลิเวอร์พูล ที่กำลังเฝ้ารอแชมป์ลีกแรก ในรอบ 30 ปีอยู่ เว้นเสียแต่ว่าทางฟุตบอลอังกฤษ จะทำการล็อกฤดูกาลนี้ ให้กลายเป็นโมฆะ ซึ่งต้องว่ากันตามตรงว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะล่าสุด มีรายงานจากสื่อว่า ประเทศหนึ่งในยุโรปนั้นกำลังจะทำแล้วหนึ่งลีก

นั้นก็คือ จูปิแลร์ลีก เบลเยี่ยม พวกเขาได้ลงมติแล้วว่าจะจบซีซั่น 2019-20 ไว้แต่เพียงเท่านี้ แต่ว่าข้อดีที่อาจจะทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล ใจชื้นได้ คือทางลีกเบลเยี่ยม นั้นตัดจบซีซั่น ไม่ใช่เป็นการยกเลิกหรือโมฆะ กลางเดือนนี้ คณะกรรมการของลีกฟุตบอลเบลเยี่ยม จะเข้าประชุม เพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ว่าจะให้ลีกเบลเยี่ยม จบลงแต่เพียงเท่านี้ และยกแชมป์ให้กับ คลับ บรูช ซึ่งปัจจุบันเป็นจ่าฝูงไปครองทันที

โดยอันดับตารางต่างๆ ก็จะยึดเอาสถานการณ์ปัจจุบันไว้ตรงนี้เลย ส่วนในเรื่องโควต้าฟุตบอลยุโรป และการเลื่อนชั้นตกชั้น ก็จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษ เพื่อดูแลเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งถ้าหากมีการนำร่องจาก เบลเยี่ยม ก็ไม่แน่ว่าลีกอื่นๆ ก็อาจจะเอาแนวทางนี้ไปใข้ได้ พรีเมียร์ลีก เองก็เข่นกัน

ติดตาม ข่าวบอล รวดเร็วฉับไวได้ที่เว็บนี้เว็บเดียว พร้อมข้อมูลใหม่ล่าสุด จัดเต็มแน่นอน