Home / ข่าวกีฬา / 4 สิ่งที่ส่ง บาเยิร์น มิวนิค ก้าวสู่ ดับเบิ้ลแชมป์ ในฤดูกาลนี้
บาเยิร์น

4 สิ่งที่ส่ง บาเยิร์น มิวนิค ก้าวสู่ ดับเบิ้ลแชมป์ ในฤดูกาลนี้

ต้องบอกว่าฤดูกาล 2019-20 เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างจะล้มลุกคลุกคลานพอสมควรเลยนะครับ สำหรับ บาเยิร์น มิวนิค แต่สุดท้ายพวกเขาก็คว้า ดับเบิ้ลแชมป์ มาครอบครองได้ มันเป็นซีซั่นที่น่าจดจำเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ก่อนที่จะผ่านเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปลด นิโก้ โควัช ออกจากจำแหน่งกุนซือ เนื่องจากถูก ไอน์ทรัค แฟร้งเฟิร์ต ถล่มไป 5-1 เมื่อเดือนพฤศจิกายน

แล้วก็ได้ทำการแต่งตั้ง ฮานส์-ดีเตอร์ ฟลิค เข้ามารับงานรักษาการ ซึ่งในช่วงแรกก็ยังไม่ดีนัก พาทีมหล่นไปถึงอันดับ 7 ของตารางอยู่หนึ่งสัปดาห์ ทำให้หลายๆ คนก็เริ่มตั้งคำถามว่าการอำลาทีมไปของ ฟร้องค์ ริเบรี่ และ อาร์เยน ร็อบเบน มันส่งผลกระทบกับทีมหรือไม่ และมันถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ฟุตบอลเยอรมัน จะมีการเปลี่ยนมือแชมป์จาก “เสือใต้” ไปเป็นทีมอื่น มันหมดยุคของพวกเขาแล้ว?

แต่เรื่องราวมันกลับคล้ายเมื่อซีซั่นที่แล้ว เหมือนฉายหนังม้วนเดิม เมื่อพวกเขาเริ่มครึ่งฤดูกาลหลัง ทุกอย่างก็กลับมาเป็นของ บาเยิร์น มิวนิค อีกครั้ง เพียงแต่บริบท รายละเอียดอะไรต่างๆ มันเปลี่ยนไป พวกเขาสร้างสถิติเป็นแชมป์ลีก 8 ฤดูกาลติดต่อกัน สถิติรวม 30 สมัย และยังเป็นแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล สมัยที่ 20 สูงที่สุดในประเทศ

4 สิ่งที่เกิดขึ้นกับ บาเยิร์น มิวนิค จนทำให้พวกเขาคว้า ดับเบิ่ลแชมป์

1.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ – คนแบกทีม

บาเยิร์น มิวนิค

ในวัย 31 ปี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กลายเป็นผู้เล่นที่มีโอกาสลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำในซีซั่นนี้ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นปีที่เขาสุดยอดมากๆ ทั้งๆ ที่ขาดปัจจัยใหญ่อย่าง ริเบรี่ และ ร็อบเบน ไป

ฤดูกาลนี้ เขาซัดไปทั้งสิ้น 49 ประตู จากการลงสนาม 42 นัด โดยเป็นการยิงในลีก 34 ลูก, เดเอฟเบ โพคาล 4 ประตู และใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 11 ลูก

เขากลายเป็นคนแบกทีมอย่างชัดเจน การยิงมากกว่าที่ตัวเองลงสนาม มันไม่ค่อยมีใครที่จะทำได้นะครับ ช่วงก่อนหน้านี้ก็มีแค่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี่ เท่านั้น

2.โธมัส มุลเลอร์ กลับมามีฟอร์มที่ดีอีกรั้ง

ดับเบิ้ล

เลวานดอฟสกี้ จะไม่สามารถยิงได้ถล่มทลายเลย ถ้าไม่ได้การแอสซิสต์ที่ยอดเยี่ยมของ โธมัส มุลเลอร์ ในซีซั่นนี้ เขากดไปถึง 21 แอสซิสต์ สูงที่สุดในบรรดาทุกคนจาก 5 ลีกดัง

ในช่วงที่ คาร์โล อันเชล็อตติ เข้ามาเป็นกุนซือให้กับ “เสือใต้” เมื่อฤดูกาล 2016-17 ผลงานของ มุลเลอร์ ก็ค่อยๆ หายไปในทันที จากที่เป็นบุคคลสำคัญของทีม เป็นตัวจริงมาโดยตลอด ก็ลายเป็นสำรองหนักขึ้นเรื่อยๆ

จนกลับมาในซีซั่นนี้ นับตั้งแต่ ดีเตอร์ ฟลิค ได้เข้ามาเป็นกุนซือ เขาก็ได้กลับมามีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้ง เป็นหนึ่งในพี่ใหญ่ให้กับทีม ด้วยปีก 2 ฝั่งที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ก็มีเขาที่เป็นตัวสนับสนุนทีมทำเกมบุก

คนอาจจะจับตามองไปที่ จาดอน ซานโช่, เควิน เดอ บรอยน์ หรือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในการทำแอสซิสต์ แต่หารู้ไม่ว่า มุลเลอร์ ทำสถิติแซงจอมจ่ายเหล่านั้นไปเป็นที่เรียบร้อย

3.กำเนิดดาวดวงใหม่ อัลฟอนโซ่ เดวิส

ดับเบิ้ลแชมป์

ท่ามกลางปัญหาอาการบาดเจ็บของ นิคลาส ซูเล่, ฆาบี มาร์ติเนซ รวมถึง เยอโรม บัวเต็ง ในช่วงต้นซีซั่น ทำให้ ดาวิด อลาบา แบ็กซ้ายตัวเก่งของทีม ต้องเขยิบตัวเองมาเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ขณะที่ตำแหน่งแบ็กซ้ายซึ่งว่างอยู่ ก็ได้กำเนิดนักเตะดาวรุ่งคนใหม่ให้กับทีม

ดาวเตะชาวแคนาดา วัยเพียง 19 ปี ย้ายจาก แวนคูเวอร์ ไวท์แค็ปส์ เมื่อปี 2018 ได้รับโอกาสในตำแหน่งแบ็กซ้าย ซึ่งเดิมทีเจ้าตัวเป็นปีก เล่นอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาตัวเองจนในช่วงหลังจากปลดล็อกดาวน์ เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ฟอร์มแรงที่สุดเลยก็ว่าได้

จุดเด่นคือสปีดที่รวดเร็ว จน โธมัส มุลเลอร์ นั้นตั้งฉายาให้เป็น โร้ด รันเนอร์ เขาสามารถวิ่งไล่กวดคู่แข่งด้วยความเร็วสูง ทำให้การบุกไปเติมเกมของเขาทางกราบซ้าย ไม่ต้องกังวลเลยว่าเขาจะกลับไปช่วยเกมรับไม่ทัน

การได้เขามายืนเป็นแบ็กซ้าย มันยิ่งช่วยเกมบุกให้กับทัพ “เสือใต้” เพิ่มมากขึ้นไปอีก การที่ทีมนั้นไม่มีคู่หู “ร็อบเบรี่” มันเป็นเรื่องยากที่ คิงสลี่ย์ โกมัน และ แซร์จ กนาบรี้ จะสามารถแบกทีมเอาไว้ได้ ด้วยวัยที่ยังไม่เยอะมาก เดวิส ได้เข้ามาช่วยเพิ่มมิติในเกมบุก ถ้าใครได้ดูก็จะเห็นเลยว่าหมอนี่พัฒนาขึ้นมาก และกลายเป็นตัวสำคัญของทีมในซีซั่นนี้ไปทันที

ผลงาน 29 นัด 3 ประตู 5 แอสซิสต์ ในวัยยังไม่ถึง 20 ปี มันช่างเป็นการเดบิวต์เต็มรูปแบบที่งดงามจริงๆ

4.คู่แข่งยังไม่แกร่งพอ

แชมป์ลีก

อาร์เบ ไลป์ซิก, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค คือ 3 ทีมที่ลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ ทีมที่มาแรงสุดคือ ไลป์ซิก ซึ่งได้ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ เข้ามาเป็นเฮดโค้ช

เรารู้กันดีว่า นาเกลส์มันน์ นั้นถือเป็นกุนซือที่ยอดเยี่ยมมากๆ เขาพา ฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมเล็กๆ ก้าวไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ เมื่อเขาได้จับทีมที่ยกระดับขึ้นอย่าง ไลป์ซิก โอกาสคว้าแชมป์ได้นั้นดูมีความเป็นไปได้มากเลย

ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ดีเลยทีเดียว แต่สุดท้ายแล้ว ก็ไม่สามารถยืนระยะตัวเองเอาไว้ได้ จากที่เป็นแชมป์ครึ่งฤดูกาลแรก ในครึ่งซีซั่นหลัง 17 นัด พวกเขาชนะเพียง 7 เกม ที่เหลือเป็นการเสมอถึง 8 นัด แพ้อีก 2 นัด

ขณะที่ ดอร์ทมุนด์ ก็ดันออกสตาร์ทไม่ดี ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังชนะได้เยอะก็จริง แต่ก็มีสะดุดแพ้ถึง 4 นัด สุดท้ายก็ได้แค่เพียงรองแชมป์

ส่วน กลัดบัค ไม่ต้องพูดถึง พวกเขาเป็นจ่าฝูงอยู่ได้เเพียง 8 สัปดาห์ ช่วงครึ่งหลังก็แพ้เยอะ พวกเขาเล่นทั้งหมด 34 นัด แพ้ไปถึง 9 เกม ผลงานนอกบ้านของพวกเขาก็ยังคงเป็นปัญหา มันต่างกับการเล่นในบ้านเกินไป

แต่ทัพ “เสือใต้” พวกเขามาแบบม้วนเดียว เข้าสู่นัดที่ 18 พวกเขาเก็บชัยชนะได้หมด มีเสมอกับ อาร์เบ ไลป์ซิก เพียงนัดเดียว และหลังจากพวกเขาขึ้นจ่าฝูงในสัปดาห์ที่ 20 พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้ใครขึ้นมาแย่งตำแหน่งได้อีกเลย

ถ้าหากสนใจอยากจะอ่าน ข่าวบอล อื่นๆเพิ่มเติมสามารถคลิ๊กได้ที่นี่ พร้อมแจกช่องทางการสมัครสมาชิก และรับ โปรโมชั่นแทงบอลที่ดีที่สุด ได้ทันที