Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / โชเซ่ มูรินโญ่ จากล่ามสู่การเป็น สุดยอดโค้ช ในทุกวันนี้ จะลำบากขนาดไหน?
น้ามู

โชเซ่ มูรินโญ่ จากล่ามสู่การเป็น สุดยอดโค้ช ในทุกวันนี้ จะลำบากขนาดไหน?

ถ้าจะนับการเป็น สุดยอดโค้ช ในโลกปัจจุบัน ชื่อของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะต้องติดอยู่ในทำเนียบแห่งความสำเร็จ ที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานคนหนึ่งคงจะไม่ผิดไปนัก เพราะสิ่งที่เขาได้ทำขึ้นในวงการฟุตบอล มันช่างเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ แต่มันเกิดขึ้นจริงแล้วทั้งสิ้น

มูรินโญ่

พาส่องประวัติ สุดยอดโค้ช มูรินโญ่

มูรินโญ่ เกิดที่เมืองเซตูบัลในโปรตุเกส เมื่อปี 1963 พ่อของเขาคืออดีตนักฟุตบอลอาชีพร่วมกับทีม เบเลเนนเซ่ และ วิคตอเรีย เซตูบัล ส่วนแม่ เป็นครูประถม เริ่มต้นชีวิต เขาอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพแบบพ่อ จึงร่วมฝึกกับทีมเยาวชนกับ เบเลเนนเซ่ แต่เริ่มเล่นเป็นอาชีพครั้งแรกร่วมกับทีม ริโอ อาฟ ซึ่งขณะนั้น พ่อของเขาทำหน้าที่เป็นโค้ชอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางการเป็นนักเตะของเขา จะไม่สดใส เพราะเขาขาดทั้งความเร็วและแรง ทำให้ตัดสินใจที่จะเลือกที่จะมุ่งหน้าสู่การเป็นโค้ชมากกว่า แต่ยังได้โอกาสวนเวียนอยู่ในโลกฟุตบอลที่เขารักเหมือนเดิม

หลังจากนั้นจึงเลือกเดินเข้าสู่บทเรียนแรก ด้วยการเลือกเรียนสาขาวิทยาศาสตร์กีฬาที่มหาวิทยาลัยในกรุงลิสบอน และเข้าร่วมหลักสูตรผู้ฝึกสอนควบคู่กันไปด้วย ซึ่งเขาได้มุ่งเน้นฟุตบอลในแบบฉบับของเขาคือการใช้ ทฤษฎีฟุตบอลควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจและจิตวิทยา จากนั้นเขาก็เริ่มงานโค้ชแรก ด้วยการคุมทีมเยาวชนของวิคตอเรีย เซตูบัล ก่อนจะก้าวขึ้นสเต็ปต่อไปด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่ อะมาดอร่า

สุดยอดโค้ช

ในปี 1992 บ๊อบบี้ ร็อบสัน เข้ามาคุมทีมสปอร์ติ้ง ลิสบอน และต้องการหาโค้ชท้องถิ่นที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ โอกาสในการร่วมงานกับกุนซือระดับโลกของ มูรินโญ่ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายใหญ่ชาวอังกฤษ ก็ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ โดนปลดออกจากลิสบอน ก่อนที่ ปอร์โต้ จะเสนองานให้กับ บ๊อบบี้ ร็อบสันทันที ทำให้ มูรินโญ่ ยังคงอยู่ข้างกายเจ้านายในฐานะคนแปลภาษาต่อไป

จากนั้นในปี 1996 เมื่อบ๊อบบี้ ร็อบสัน ย้ายไปคุมทัพบาร์เซโลน่า มูรินโญ่พร้อมครอบครัวก็เก็บเสื้อผ้าบินตามเจ้านายไปหาความท้าทายใหม่ในฐานะทีมงาน แต่คราวนี้ คือยอดทีมระดับโลก ตลอดระยะเวลาการทำงานร่วมกับ บ๊อบบี้ ร็อบสัน แท็คติกฟุตบอลทั้งหมด ถูกแปลออกมาโดยมูรินโญ่ ไปสู่ลูกทีมทุกคนทุกสโมสร และเมื่อ ร็อบสัน ก้าวออกจากถิ่นแค้มป์นู แต่ มูรินโญ่ ยังอยู่ต่อในฐานะทีมของของหลุยส์ ฟาน กัล ต่อ ทำให้วิชาลูกหนังจากยอดโค้ชสองคน ถูกจัดระเบียบเข้าสู่การทำงานของมูรินโญ่ในเวลาต่อมา

จริงๆ แล้ว สมัยที่ บ๊อบบี้ ร็อบสัน กลับมาคุมทีมนิวคาสเซิ่ล ในอังกฤษ มูรินโญ่ ยังได้รับการติดต่อให้ไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ด้วย แต่เขาขอเลือกเส้นทางของตัวเองในฐานะโค้ชอย่างเต็มตัวของตัวเอง เมื่อเขาตัดสินใจเข้าเดินสายการคุมทีมอย่างเต็มตัว ปอร์โต้ คือทีมที่สร้างชื่อให้เขาดังกระฉ่อนไปทั้งโลก เพราะสามารถกลับมาครองแชมป์ยุโรปในฤดูกาล 2003-04 ได้อย่างเหลือเชื่อ ซึ่งเป็นความสำเร็จของยอดทีมจากโปรตุเกส ที่กลับมาผงาดเป็นจ้าวแห่งยุโรปได้เป็นครั้งแรกนับแต่ปี 1987

ระยะเวลา 2 ปีกับปอร์โต้ เขาพาทีมเป็นแชมป์โปรตุเกส ทั้งสองครั้ง และ พ่วงดีกรีแชมป์ยุโรปเดินหน้าสู่ความท้าทายใหม่กับเชลซีต่อทันทีในปี 2004 และพาเชลซีผงาดเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกันทันที ก่อนจะมีปัญหากับเจ้าของทีมอย่าง โรมัน อับราโมวิช จนต้องไปคุมทัพ อินเตอร์ มิลาน เป็นที่ต่อไป

โชเซ่ มูรินโญ่

ที่อิตาลี ความเยี่ยมยอดของ มูรินโญ่ สามารถพาทีมงูใหญ่ ทำทริปเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ ในฤกาล 2009-10 ด้วยการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอา โคปา อิตาเลีย และได้สัมผัสถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นสู่การคุมทีมเรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปที่สเปน เป็นการหวนคืนสู่แดนกระทิงดุอีกครั้ง แต่คราวนี้ เขาคือกุนซืออย่างเต็มตัว แถมยังเป็นกุนซือเบอร์หนึ่งของโลกยุคนั้น ที่ทุกคนยอมรับในฝีมือ

ที่เรอัล มาดริด แม้ว่า เขาจะพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา ได้สำเร็จ 1 ครั้งจากการคุมทัพ 3 ปี แต่ความเป็นตัวของตัวเอง ในเรื่องของความมั่นใจ ก็ทำให้เขา ไม่สามารถจะยืนระยะการทำงานที่นี่ได้ จนต้องหวนกลับไปคุมเชลซี เป็นคำรบที่สอง และก็เหมือนเดิม เขาเข็นเชลซี กลับมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งทันทีในฤดูกาล 2014-15

ก่อนที่ฤดูกาลต่อมา เชลซีตกต่ำดำดิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะขุนพลเชลซี ไม่เคารพต่อการทำงานของเขา และทำให้เชลซีเล่นกันไม่ออก ที่สุดแล้ว เขาก็ต้องจากไปอีกครั้ง แต่คราวนี้ เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังหาคนต่อยอดความสำเร็จให้เหมือนกับที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเคยทำเอาไว้ แม้ว่าที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด เขาจะสูญเสียสถิติไม่สามารถพาทีมต้นสังกัดตัวเอง คว้าแชมป์ลีกภายในประเทศได้เป็นครั้งแรก แต่เขายังฝากแชมป์ยูโรป้า ลีก ให้กับพลพรรคปีศาจแดงเอาไว้ได้ ก่อนที่จะโดนปลด จากผลงานที่ตกต่ำของทีมปีศาจแดงอีกครั้ง

ปัจจุบัน เขากลับเข้ารับงานอีกครั้ง กับสเปอร์ส แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ คำถามที่ว่า บารมีและความเก่งในศาสตร์ฟุตบอลของมูรินโญ่ กำลังเริ่มเข้าสู่ยุคถดถอยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่เขากำลังจะต้องพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งว่า เขาเป็นสุดยอดกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในโลกฟุตบอลหรือไม่ น่าติดตามกันต่อไป…