Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / กองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่ทำผลงานได้ดีที่สุด แห่งปี 2021
กองกลางทีมชาติอังกฤษ

กองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่ทำผลงานได้ดีที่สุด แห่งปี 2021

อีกไม่กี่เดือน เมื่อฤดูกาลฟุตบอลสโมสรปิดฉากลง การแข่งขันระดับนานาชาติ ยูโร 2020 ที่เลื่อนมา 1 ปีจะระเบิดศึกขึ้น หนึ่งในชาติยักษ์ใหญ่ที่ได้รับการจับตาและเป็นขวัญใจชาวโลกอยู่เสมอคือ ทีมชาติอังกฤษ เนื่องจากพวกเขามี กองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่แข็งแกร่ง เป็นที่นิยมของแฟนๆ ฟุตบอล เป็นลีกมหาอำนาจ นักเตะเป็นที่รู้จัก ค่าตัวและค่าเหนื่อยมหาศาล ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แข้ง “สิงโตคำราม” จะเป็นที่รู้จัก

เป็นอีกครั้งที่ต้องบอกว่า ทีมชาติอังกฤษเข้าสู่ยุค โกลเด้น เจเนเรชั่น มีนักเตะให้เลือกมากจนน่าปวดหัว แม้เป็นเรื่องดี แต่ก็เป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับ เซาธ์เกต หากต้องตัดใครสัก 1-2 คนออกไปจากรายชื่อนักเตะชุดสู้ศึกชิงแชมป์ยุโรป

ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ทีมชาติอังกฤษเป็นทีมเดียวที่นักเตะในรายชื่อลงเล่นให้กับสโมสรในบ้านเกิดทั้งหมด แม้ในปัจจุบันอาจมีดาวรุ่งบางรายไปแสดงฝีเท้าอยู่ในต่างแดน และพวกเขายังผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ดีที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ นับจาก ยูโร 96 และฟุตบอลโลก 1998 ที่แม้ไปไม่ไกลแต่ตกรอบแบบสมศักดิ์ศรี เป็นเกมที่สนุกที่สุดเกมหนึ่งในประวัติศาสตร์ เวิลด์ คัพ

กาลผ่าน ชุดผู้เล่นเปลี่ยนหน้า ในฐานะที่มีลีกฟุตบอลแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และกำลังก่อร่างสร้างรากฐานขึ้นใหม่ มีทีมเยาวชนที่น่าสนใจ นักเตะรุ่นเยาว์เหล่านั้นกำลังเติบโต จึงมีผู้เล่นป้อนทีมชุดใหญ่ แต่ใครคือกองกลางตัวปั้นเกมที่ดีที่สุดสำหรับการสู้ศึกที่จะพิสูจน์ฝีเท้าในความท้าทายระดับยุโรป ซึ่งบางที แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมอาจไม่สามารถเลือกทุกคนไปได้ทั้งหมด

4 กองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

ฟิล โฟเด้น

กองกลางทีมชาติอังกฤษ

อายุยังน้อย อยู่กับทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ร่วมงานกับกุนซือระดับโลก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นตัวเต็งที่จะคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ ไม่ว่ามองอย่างไรนี่ก็คือนักเตะที่ เซาธ์เกต ควรพาไปหาประสบการณ์ใน ยูโร 2021 เป็นแค่สำรองก็ยังดี และ โฟเด้น คงไม่ว่าอะไรหากจะได้ลงเล่นน้อยเกม เพราะเมื่อเทียบกับคนอื่นแล้ว เขายังลงสนามให้ต้นสังกัดน้อยกว่าทั้ง กรีลิช และ เมาท์

แต่สิ่งที่น่าสนใจของกองกลางวัย 20 ปีก็คือ เขาสามารถลงเล่นเป็นกองหน้าในแผน ฟอลส์ 9 ได้ กวาร์ดิโอล่า เคยใช้งานเขาที่ตรงนั้น และหาก เซาธ์เกต มีแผนที่หลากหลาย อยากจะให้เขาลงสนามที่ตรงนั้นก็ย่อมได้เช่นกัน และอีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นคือการผ่านบอล 87.7 เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะผู้จัดการสโมสรบ่มเพาะเขามา   อย่างดี

แม้อายุน้อยที่สุด แต่เวลา 3 ฤดูกาลกับ แมนฯ ซิตี้ ทำให้ โฟเด้น มีประสบการณ์มากกว่านักเตะรุ่นเดียวกัน เขาอาจแบกรับความกดดันได้อย่างไม่หวาดหวั่น เคยลงเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เพราะอายุน้อยมาก เซาธ์เกต อาจมองว่าเขาจะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต และยังมีโอกาสในฟุตบอลโลก 2022

แจ็ค กรีลิช

กองกลางทีมชาติอังกฤษ

หาก เซาธ์เกต ยืนยันหนักแน่นว่า ผู้เล่นทีมชาติจำเป็นต้องเป็นตัวหลักของสโมสร กรีลิช จะเป็นคนแรกที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด เพราะเขาคือแกนหลักของ แอสตัน วิลล่า มีเวลาลงสนามในเกมลีกมากกว่าทุกคน และแทบจะพูดได้เลยว่าการรอดตกชั้นในฤดูกาล 2019/20 ก็เพราะเขาเป็นกำลังสำคัญ และการออกตัวแรงในช่วงต้นฤดูกาลจนตอนนี้ที่ วิลล่า จะไม่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นก็เพราะมีเขาเป็นหัวใจของทีม

และถ้าจุดเด่นของ เพลย์เมกเกอร์คือการสร้างสรรค์เกม กรีลิช ก็โดดเด่นที่สุดในเรื่องการจ่ายบอลให้เพื่อนเข้าทำ จนตอนนี้นับได้ 10 ครั้ง เป็นที่ 3 ใน พรีเมียร์ลีก เป็นรองเพียง แฮร์รี่ เคน และ เควิน เดอ บรอยน์ สร้างสรรค์โอกาสได้ถึง 3.6 ครั้งในทุก 90 นาที ยิงไปแล้วอีก 6 ประตู มีส่วนร่วมกับประตูมากที่สุด เมื่อเทียบกับแดนกลางที่เข้าประกวดในแขนงนี้ ทุกๆ 123 นาทีจะมีส่วนร่วมกับประตู

จุดเด่นอีกอย่างคือการเลี้ยงบอลกินตัวที่ดีที่สุด การเลี้ยงผ่านกองหลังคู่แข่ง 4.7 ครั้ง และเปอร์เซ็นต์เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้สำเร็จสูงที่สุด 60.6 เปอร์เซ็นต์ จะมองข้ามก็ตัดใจได้ยากลำบาก

เมสัน เมาท์

กองกลาง

นี่คือนักเตะที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอมากที่สุด เป็นกำลังหลักของ เชลซี และเมื่อดูสภาวะแวดล้อมในทีมใหญ่ที่เต็มไปด้วยสตาร์ดังเขายังสามารถสอดแทรกตัวเองขึ้นมาเป็นตัวจริงจึงเป็นนักเตะที่น่าจับตา ส่วนประสบการณ์ก็ถือว่ามีพอตัว มากกว่าแข้งรุ่นเดียวกัน และติดทีมชาติอังกฤษจนเริ่มคุ้นเคยกับ เซาธ์เกต กว่าใครๆ

อย่างไรก็ดี จุดเด่นของ เมาท์ ยังเป็นข้อกังขา แม้เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสูงมาก แต่ไม่สูงเท่า โฟเด้น ส่วนการเลี้ยงกินตัวหรือการพาบอลฝ่าแนวรับคู่แข่งก็ไม่ดีเด่นอย่าง กรีลิช และจำนวนประตูที่ยิงได้ก็ไม่เท่ากับ แม็ดดิสัน แม้ลงสนามอยู่เป็นประจำ ได้แสดงฝีเท้าทั้งใน พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างต่อเนื่องแต่ประสิทธิผลกลับต่ำที่สุด

เวลาใน พรีเมียร์ลีก 2,231 นาที ยิง 5 จ่าย 3 หรือทุกๆ 278 นาทีจะมีส่วนร่วมกับประตู ถือว่าน้อยที่สุด แต่เขาอาจเป็นคนที่เข้าใจแผน 3-4-2-1 ของ เซาธ์เกตมากกว่าใคร เพราะ โทมัส ทูเคิ่ล กุนซือคนใหม่ก็มักจะใช้แผนนี้เช่นเดียวกัน

เจมส์ แม็ดดิสัน

ทีมชาติอังกฤษ

ในบรรดานักเตะตำแหน่งเดียวกันนี้ แม็ดดิสัน เป็นคนที่พบเจอความบากลำบากมากที่สุด ด้วยอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้มีเวลาลงสนามน้อยกว่าคนอื่น แต่ใครจะกล้าปฏิเสธว่าตอนนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กำลังสร้างทีมล้อมรอบนักเตะคนสำคัญแห่งอนาคต และฟอร์มของทีมขึ้นอยู่กับฟอร์มของแข้งรายนี้เป็นส่วนสำคัญ

จุดเด่นของ แม็ดดิสัน เมื่อเทียบกับทุกคนที่กล่าวมาคือจำนวนประตูใน พรีเมียร์ลีก แม้ลงเล่นไม่มากเท่า แต่กลับยิงประตูได้มากที่สุด 8 ประตู จาก 18 เกมที่ลงสนามเป็นตัวจริง แต่ก็มีจุดอ่อนที่ทำให้ เซาธ์เกต อาจต้องคิดหนักคือเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลที่อ่อนที่สุดเพียง 82 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น 

ส่วนเรื่องประสบการณ์ก็มีน้อยกว่าเพราะเพิ่งย้ายจาก นอริช มาเลสเตอร์ ฤดูกาลนี้เป็นซีซั่นที่ 3 ที่ได้ลงเล่นในลีกสูงสุด และยังติดทีมชาติอังกฤษน้อยเกมที่สุด แถมนัดที่ได้เล่นก็ถือว่าไม่ได้โชว์ฟอร์มเข้าตาสักเท่าไร ส่วนหนึ่งเพราะอาการบาดเจ็บ ดังนั้นจึงงยากจะตัดสินได้ว่าเขาไม่เหมาะกับทีมชาติ และยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมาก

กว่า ยูโร 2021 จะเริ่มต้น ทุกคนมีเวลาพิสูจน์ตัวเองอีกพักหนึ่ง และมีเวลาที่จะเร่งเครื่องเพื่อสร้างสถิติสำคัญให้เข้าตา แสดงออกให้เต็มที่ว่าพวกเขาทำอะไรได้บ้าง และหากไม่มีใครว่าอะไร การพกพาเอาเพลย์เมกเกอร์ติดทีมชาติไป 4 คนก็คงเป็นไปได้ จนกว่าจะถึงวันนั้น เราจะได้เห็นกัน

ทั้งนี้ถ้าหากอยากจะทำความรู้จัก ราคาบอล 2 คือ อะไรก็สามารถคลิ๊กเข้ามาอ่านกันได้ฟรีๆ