ไหน ๆ แอด ก็เขียนถึงวิธีการเล่น เจาะลึก ราคาแทงบอล Sbobet มาก็เยอะแล้ว เชื่อว่าเพื่อน ๆ หน้าใหม่ก็ยังมีคำถามในใจเสมอว่าจะเล่น Sbobet เว็บไหนดี บางท่านก็อาจจะสนใจแค่โปรโมชั่น บางท่านก็อยากได้ความน่าเชื่อเถือของเว็บ เดี๋ยวในบทความต่อไป เราจะเจาะลึกทุกเว็บรับ แทงบอลสโบเบท เพื่อให้เพื่อน ๆ ง่ายต่อการเลือก และจะได้ไม่ต้องตั้งคำถามว่าจะเล่น Sbobet เว็บไหนดี แล้วเจอกันคร้าบบบบบบบบบ

MAXBET

รวมแข้งกระดูกอ่อน! 5 นักเตะชื่อดัง อนาคตดับ เพราะอาการบาดเจ็บ เรื้อรัง

รวมแข้งกระดูกอ่อน!-5-นักเตะชื่อดัง-อนาคตดับ-เพราะอาการบาดเจ็บ-เรื้อรัง

นักเตะชื่อดัง อนาคตดับ เพราะอาการบาดเจ็บ อาการบาดเจ็บกับนักฟุตบอลน่าจะเป็นสิ่งที่คู่กันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางคนฟอร์มกำลังดี อนาคตกำลังไปได้สวย แต่ต้องมาจบเส้นทางสายรักฟุตบอลอาชีพด้วยอาการบาดเจ็บ รู้หรือไม่ว่าใครคือ นักเตะชื่อดัง อนาคตดับ เพราะบาดเจ็บ

Read More »

แนะนำ maxbet เกมส์ยิงปลา Fishing World คาสิโน ออนไลน์ รูปแบบใหม่ เล่นง่าย ได้เงินไว

ขอแนะนำ maxbet เกมส์ยิงปลา Fishing World คาสิโน ออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยระบบภาพที่สวยระดับ Full HD เล่นง่าย ได้เงินไว เพลิดเพลินไปกับระบบภาพที่ขอรับประกันว่าสวยมาก ซึ่งเกมยิงปลาแต่ก่อนจะหาเล่นได้ตามบ่อนเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้นำมาลงในเว็บไซต์พนันออนไลน์ทำให้สะดวกต่อการเล่นมากๆ ถ้าใครสนใจก็เข้ามาลองเล่นได้ครับ ขอบอกเลยว่าสนุกอย่างแน่นอน maxbet เกมส์ยิงปลา Fishing World คาสิโน ออนไลน์ แนะนำวิธีเข้าเล่น …

Read More »

แนะนำ Maxbet e-sport พนันเกมออนไลน์ เล่นง่าย หลากหลายเกมส์

แนะนำ-Maxbet-e-sport-พนันเกมออนไลน์-เล่นง่าย-หลากหลายเกมส์

สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำ Maxbet e-sport พนันเกมออนไลน์ กีฬารูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมสำหรับนักเล่นเกมส์ออนไลน์ทั้งหลาย หากใครชื่นชอบและมีใจรักในการเล่นเกมก็ไม่ควรพลาด ต้องเข้ามาลองเล่นเดิมพันเกมออนไลน์ โดยมีหลากหลายเกมส์ให้แทง อาทิ Dota2 , CS:GO , Starcraft2 และ LOL คนเล่นเกมน่าจะรู้จักมันเป็นอย่างดี Maxbet e-sport พนันเกมออนไลน์ จะใช้งานได้อย่างไร ล่าสุดได้มีการนำกีฬารูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมสำหรับนักเล่นเกมนั้น อีสปอร์ต จากเกมออนไลน์ยอดฮิต Maxbet …

Read More »

ข่าวฟุตบอล

10 ครั้ง ที่คนติดตาม ฟุตบอลโลก มากที่สุด

โดยการจัด ฟุตบอลโลก ที่มีการแข่งขันทุก 4 ปี

จะมีการผลัดเปลี่ยนเจ้าภาพกันไป ในแต่ละปีจากการคัดเลือก  ของ FiFa ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของประเทศที่ต่างๆ ที่ได้รับผิดชอบไป ในเรื่องของการตลาดหรือว่าโฆษณา เรียกแฟนบอลและผู้ชมให้สนใจเป็นหลัก ที่จะมีการทำและวางแผนอย่างจริง ด้วยการที่มีลิขสิทธิ์และรายละเอียด ที่แปรเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์ได้มาก ทำให้การสร้างทุกอย่าง ให้ออกมาประทับใจเพื่อเป็นที่จดจำ ต้องเค้นมาให้ได้ในแต่ละครั้ง ซึ่งประเทศที่ผ่านมาก็จัดได้ดี และมีหลายครั้งที่ทำได้ดีงาม วันนี้เราจะมาดูกันว่า การจัดครั้งไหนที่เรตติ้งสูงที่สุดกัน มาเสพกันได้เลย กับข้อมูลที่เราเตรียมมา

อันดับ 10  ปี 1970 ( เม็กซิโก )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 10 ( เม็กซิโก ) 1970

การจัดครั้งนี้ มีความพิเศษหลายอย่าง ทั้งการที่ถูกโยกมาจัดที่ทวีปอเมริกาเหนือ และยังได้รับการถ่ายทอดสดเป็นภาพแบบสีอีกด้วย ไฮไลต์คือการที่ผู้ตัดสิน จะมีการได้โชว์สีในการแจกใบได้ เพื่อคนทางบ้านจะได้รับชมว่าเกิดอะไรขึ้น ผิดไปจากที่เคยได้ชมกัน จอแบบภาพขาวดำกันมายาวนาน แต่อาจจะต้องผิดหวังหน่อย เพราะว่าไม่มีใครโดนไล่เลยในปีนั้น และอีกอย่างคือการปรับการเปลี่ยนตัว ที่จะทำได้ในช่วงการแข่งขัน 2 คน เป็นทีม Brazil ที่ทำได้ในการเป็นแชมป์ และได้ชูถ้วย Jules Rimet เป็นทีมสุดท้ายด้วย ก่อนที่จะถ้วยนี้จะหายไป และสร้างแบบโฉมใหม่มาแทน สถิติถการแข่งครั้งนี้มีคนเข้ามาดู 1,603,975 คน มีการแข่งเพียง 32 แมตช์เท่านั้น คละออกมาได้แล้วหนึ่งเกมอยู่ที่ 50,124 คน

 

อันดับ 9  ปี 1974 ( เยอรมันตะวันตก )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 9 ( เยอรมันตะวันตก ) 1970

มีคนที่ติดตามไปชมเกมในครั้งนี้ ตั้งแต่เปิดสนามจนวันปิด มีจำนวนคนทั้งสิ้น 1,865,753 คน นับว่าทำให้คนจัดยิ้มออกได้เลย การแข่งขันมีด้วยกัน 38 นัดในทัวร์นาเม้นต์นี้ ในยุคนั้นยังมีการแข่งเพียง 16 ทีมเท่านั้น ทำให้มีแต่ทีมที่เคี่ยวทั้งนั้น ที่มาขับชิง ยื้อแย่งกันกับรายการระดับโลกนี้ โดยมีเซอร์ไพร์สด้วยกับการที่ ทีมชาติเยอรมันตะวันออก ได้หลุดเข้ามาเล่นได้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่มีการแยกประเทศไป ส่วนเรื่องกฏแข่งก็มีการเปลี่ยนมาจัดแบบแบ่งกลุ่ม ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนั่นเอง โดยทางทีมเจ้าภาพหมายหมั่นที่จะคว้าแชมป์ให้ได้ มีการจ่ายเงินอัดฉีดเป็นงบที่สูง และในที่สุดพวกเข้าก็เป็นทีมที่ได้ถือถ้วยจริงๆ จากการชนะทีมกังหันสีส้มไป สรุปรายการนี้มีคนดูเฉลี่ยอยู่ที่ 49,099 คน ในหนึ่งเกม

 

อันดับ 8  ปี 1982 ( สเปน )
อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 8 ( เยอรมันตะวันตก ) 1982

สนามแข่งขันเปิดให้คนเข้าชมเต็มที่ มีทั้งหมด 2,109,723 คน นับว่าถึงหลัก 2 ล้านคนครั้งแรก การแข่งขันมีการปรับมาเป็น 52 เกม โดยมีแฟนๆเข้ามาต่อนัดก็ราว 40,572 คน มีไฮไลต์ที่ต้องจดจำเ มื่อทางฮังการีได้ชนะไปท่วมท้น จากการยำทีมสมันน้อยเอล ซัลวาดอร์ ที่ดันหลุดเข้ามาในรอบนี้ เรียกไดว่าจัดให้แบบหนักจนพรุ่นไปทั้งร่างกับ 11 ลูก ส่วนทีมที่เป็นพระเอกในรอบนี้คือทีมอัสซูรี่ ที่เปิดตัวไม่สวยในรอบแบ่งกลุ่ม แต่แล้วอิตาลีมาฮึดสู้ แล้วก็ชนะมาเรื่อยๆ ก่อนหักด่านทีมอินทรีเหล็ก และเป็นคนถือถ้วยแทนในเกมนัสุดท้าย อย่างเหนือชั้นกับสกอร์ 3-1 ประตู

 

อันดับ 7 ปี 1986 ( เม็กซิโก )
อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 7 ( เม็กซิโก ) 1970

16 ปีที่แล้วทางทีมเม็กซิโกไ ด้ทำการจัดไปแล้วหนึ่งครั้ง และมีการได้รับความสนใจ จนปลุกกระแสได้อย่างดี ทำให้ในปีนี้ได้รับความไว้ใจ ให้เป็นหัวเรือใหญ่อีก และไม่ทำให้ผิดหวังกับคนที่เข้ามาดูเพิ่มขึ้น เป็นตลอดการแข่งมี 2,394,031 คน ที่เข้ามาดูการฟาดแข้งกัน เฉียดตัวเลข 4 ล้านไปอย่างหวุดหวิว โดยมีการเตะไป 52 นัด แบ่งเป็นเกมละประมาณ 46,039 คนเลยทีเดียว การถ่ายทอดสดมีคนชมมาก และเรี่องราวของ Maradona ที่ใช้มือปัดบอล ก็เข้าถึงคนที่รักบอลที่ดูกัน และเป็นที่พูดถึงอย่างมาก เป็นกระแสอย่างมากหลังการแข่งขันจบลงไป ในปีนี้ทางอาร์เจนติน่าเป็นทีมที่เข้าชิง กับทางทีมเยอรมันที่เป็นมวยถูกคู่ ก่อนที่จะจบลงที่ฝ่ายฟ้าขาวได้เป็นฝ่ายครองถ้วยไป

 

อันดับ 6 ปี 1990 ( อิตาลี )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 6 ( อิตาลี ) 1990

อาจจะได้ชื่อว่าเป็นครั้งที่ไม่ค่อยสนุก จากทางสื่อที่ขาออกมาตอนนั้น แต่ว่าก็มีหลายสื่งที่ดีใ นการจัดครั้งนี้ เมื่อโลกฟุตบอลแปรเปลี่ยนไปมาก กับเกมบุกอย่างที่ผ่านมา จะมีการยิงประตูกันหนัก แต่ปีนี้การเล่นเน้นเกมรับมากขึ้น เข้าบอลแบบหยุดเกมถึงลูกถึงคนตลอด ทำให้เกิดใบแดงมากมาย แต่สวนทางกับประตูที่เกิดขึ้นน้อยมาก จนต้องมีการเดิมพันจุดโทษกันอยู่หลายนัด แต่ในด้านของการจดสถิติคนดู ถือว่าดีเลยเมื่อมีคนตามมาดูในสนาม 2,516,215 คน ตกคู่ละ 48,389 คนในการแบ่งคราวๆ ซึ่งการแข่งทั้ง 52 เกมมีการเล่นที่บีบหัวใจกันมาก เพราะว่าเล่นกันอย่างระวังในแต่ละการดวลกัน

 

อันดับ 5 ปี 2002 ( ญี่ปุ่น & เกาหลีใต้ )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 5 ( ญี่ปุ่น & เกาหลีใต้ ) 2002

การมาจัดที่พื้นแผ่นดินเอเชียครั้งแรกนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ที่ทั้งสองชาติได้จับมือกัน และทำให้งานครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งการจัดการด้านสนามที่พอเพียง และการทำให้ฟุตบอลบูมขึ้น มาเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากกว่าเก่าด้วย โดยปรับมาเป็นมาตฐานการแข่งเป็น 64 เกมแล้ว มีคนชมมากถึง 2,705,197 คนที่ได้เข้ามาถึงสนาม และหารออกมาอยู่ที่ 42,269 คน ในหนึ่งแมตช์การแข่งขัน ความสนุกเริ่มต้นตั้งแต่ที่ทีมฝรั่งเศส ที่เป็นแชมป์เก่าตกรอบไปตั้งแต่ในรอบแรก ทำให้คนได้เห็นอะไรใหม่ๆ ตามมาอีกเพียบ ทีมเอเชียอย่างเกาหลีใต้หลุดไปชิงที่ 3 แต่ไม่สำเร็จ โดยการแข่งรอบนี้เป็นทางทีมแซมบ้าที่ได้เฮอีกรอบ กับการเป็นทีมแรกที่ได้ชเป็นผู้นะเลิศครบ 5 ครั้ง

 

อันดับ 4 ปี 1998 ( ฝรั่งเศส )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 4 ( ฝรั่งเศส ) 1998

การแข่งขันของครั้งนี้ เป็นเส้นทางสวรรค์ของเจ้าภาพ เมื่อทางฝรั่งเศสได้เล่นในบ้านตัวเอง และที่สำคัญพวกเขาได้เข้าชิงตามเป้า ทีมใหญ่หลายทีมชิงตกรอบไปอย่างไม่น่าเชื่อ และทีมน้องหใม่ทะลุไปรอบลึกๆได้ สื่อเริ่มมีการเสนอข่าว ด้วยความไวมากขึ้น ทำให้การแข่งครั้งนี้มีการเข้าถึงมาก และแข่งจากนักเตะประเทศต่างๆ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างดี โดนซื้อตัวและไปและพัฒนาไปไกล ส่วนเกมนัดชิงนั้นทางทีมแดนน้ำหอม เอาความได้ปรียบในบ้าน และแข้งมารวมตัวอย่างลงตัว กับตัวเก๋าและดาวรุ่งเผาเครื่องทีมชาติบราซิลงไปได้ สร้างนิยายบทใหม่ขึ้นมา ท่ามกลางการผู้คนที่มาชมเกม ที่เฉลี่ยถึง 43,517 ต่อเกม รวมๆแล้วตลอดการแข่ง มีคนที่เข้าชมในสเตเดียมราว 2,785,100 คน

 

อันดับ 3 ปี 2010 ( แอฟริกาใต้ )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 3 ( แอฟริกาใต้ ) 2010

ทีมแอฟริกาใต้เปิดตัวอย่างน่าพอใจ เมื่อมีผู้ชมที่ติดตามมาถึง 3,178,856 คน ที่ได้มีการตามเฝ้านักเตะถึงขอบสังเวียน โดยก่อนหน้านี้มีความกังวล ว่าจะจัดได้ออกมาได้ดีหรือไม่ แต่ว่าก็ออกมาประทับใจดี แต่มีเรื่องที่ได้รับเสียงติอยู่ไม่น้อยกับเสียงวูวูเซล่า แต่อีกนัยก็คือเป็นเอกลักษณ์ที่ดีของชนพื้นเมืองที่นี่ มันไม่เหมือนใคร หาไม่ได้จากที่จัดผ่านมานั่นเอง มีผู้ชมจำนวน 49,670 ในการเล่นหนึ่งนัด โดยการแข่งมีนัดชิงที่เป็นสีสัน เมื่อทางทีมฮอลแลนด์ต้องมาหยุดความแรงของทีมสเปน ด้วยทีมกระทิงที่พึ่งได้แชมป์ยูโรมาหมาดๆ  แม้ฮอลแลนด์จะยื้อมาถึงช่วงต่อเวลา แต่ยังมาโดนยิงในช่วง 116 นาทีของการแข่ง ซึ่งมีแฟนบอลจากทั่วโลกที่พลาดดูสนาม ก็ได้ใช้ช่องทางการถ่ายทอดสด ชมไปพร้อมกันอย่างเป็นปรากฏการณ์

 

อันดับ 2 ปี 2006 ( เยอรมัน )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 2 ( เยอรมัน ) 2006

ถือว่าการแข่งในปีนี้ มีแต่ความดราม่า ที่ออกมาให้ได้ดูกันตั้งแต่รอบแรกเลย มีการจดไว้ว่า มีคนตามดูเกมในปีนี้ถึง3,359,439 คน เพราะว่าทางเจ้าภาพ มีความตื่นตัวอย่างมาก ที่จะใช้โอกาสที่ดีนี้ คว้าถ้วยอีกซักรอบ เพื่อแฟนบอลในบ้านของตัวเอง แฟนบอลเข้าเชียร์เฉลี่ยอยู่ที่ 52,491 คนเลยทีเดียว ทำให้การเล่นของทีมชาติทั้งหมด ล้วนเอาจริงจัดหนักมาก ผู้ตัดสินจ่ายใบเหลืองไป 345 ใบ นับรวมรอบคัดเลือกด้วย และในรอบ 16 ทีมก็มีเกมสุดมันอย่างทีมโปรตุเกส ที่ได้มาวัดกับทีมฮอลแลนด์อย่างสูสี กับ 16 ใบเหลืองและ 4 คนทีโดนตะเพิดออกไป ยังไม่หมดแค่นี้เมื่อนัดสำคัญมาถึงในการชิงดำ ทางทีมอิตาลีเองได้ยื้อกับทีมฝรั่งเศส จนไปถึงช่วงต่อเวลา มีใบแดงที่ดราม่าจาก ซีดาน เกิดขึ้นจนได้ ก่อนท้ายที่สุดทีมแดนมักกะโรนีจะขึ้นชูถ้วยได้ในที่สุด

 

อันดับ 1 ปี 1994 ( สหรัฐอเมริกา )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 1 ( สหรัฐอเมริกา ) 1994

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปี ที่มีคนดูเยอะมากที่สุด ในการเฝ้าดูการแข่งถึงสนาม เป็นปีที่เกิดขึ้นในถิ่นอเมริกา เพราะว่าดินแดนแห่งนี้ ไม่ได้มีฟุตบอลเป็นเบอร์หนึ่งของกีฬาที่ชอบ แต่ด้วยการที่เป็นชาติมหาอำนาจ และมีอิทธิพลอย่างมาก ในการเผยแพร่ภาพและกสนสื่อสารออกไป มีคนให้ความสนใจอย่างมาก ในการติดตามสถานการณ์ นับคนที่มาชมเกมก็ปาเข้าไป 3,587,538 คน ซึ่งทำลายทุกสถิติก่อนหน้านี้ และตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ เป็นท็อปเรตติ้งในการมีคนดูเยอะถึง 68,991 คนต่อสนาม และมีเกมการแข่ง ที่สนุกอยู่หลายเกม หนีไม่พ้นช็อตที่ทุกคนต้องเคยผ่านตา เพราะว่ารอบชิงชนะเลิศ ต้องถึงฏีกาด้วยการสังหารจุดโทษตัดสิน และทีมแซมบ้าชนะไป จากการที่ บาจโจ้ หอกอิตาลีชิพบอลพลาด แล้วพุ่งออกนอกคานไป เป็นซีนอารมณืที่ถ่ายทอดออกไปทั่วโลก

โดยการจัด ฟุตบอลโลก ครั้งต่อไป จะมีการแข่งในรัสเซีย ซึ่งจำนวนตัวเลขคนดู และการถ่ายทอด อาจไม่แน่ว่าได้รับการตอบรับที่ดี จะมีการทำลายสถิติกันได้หรือเปล่า ? แต่นับว่ายากเพราะตั้งแต่ปี 1994 มา ยังไม่มีประเทศไหนจัดแล้วมีคนชมมากกว่าเลย แต่ทุกปีก็สนุกและมีความน่ารัก ในแบบของตัวเองแตกต่างกัน ทำให้การเปลี่ยนรสชาติเป็นเรื่องน่าเคารพ ที่ทางฝ่ายจึงต้องคัดเลือกอยู่ตลอด เพื่อพัฒนามาตฐานของทีม และประเทศต่างๆไปในตัวด้วย หากว่าชอบใจและชอบข้อมูลก็ตามกันต่อได้ที่ playmun.com

 

 

 

 

10 เรื่องสุดฉาวใน ฟุตบอลโลก

สำหรับ ฟุตบอลโลก แล้ว จะมีแต่เรื่องที่ตื่นเต้นอยู่ตลอด

ซึ่งเป็นเกมกีฬาที่ผลักดัน ฟุตบอลโลก ให้มนุษยชาติได้มีการสามัคคัน และพยายามทำให้เงิน ที่ให้หมุนเวียนไปสู่องค์การต่างๆ ทำให้ฟีฟ่าต้องมีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ทั้งการแข่งแบบแฟร์เพลย์ และความขาวสะอาด ทั้งนอกและในสนาม แต่ในเรื่องบางเรื่องในอดีต ก็ไม่สามารถบังคับได้ ทำให้เรื่องในแง่ที่ไม่ค่อยดี ได้มีการเผยแพร่ไปกับเกมกีฬา ของคนทั้งโลกนี้ วันนี้จึงได้รวมเอาเรื่อง ที่ยังคงเป็นที่พูดถึง เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญๆต่าง ที่บางทีก็ไปเกี่ยวข้องกับการเมือง และอำนาจต่างๆด้วยในด้านไม่ดี ไปเสพข้อมูลกัน และร่วมย้อนรำลึกไปด้วยกัน

อันดับ 10 อาลี คานดิล ตัดสินพลาด ( 1970 )All Posts

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ตัดสินพลาด ( 1970 )

อาลี คานดิล คือเชิ๊ตดำของการแข่งขัน ระหว่างคู่ ทีมเม็กซิโกและเอล ซัลวาดอร์ ที่เจอกันในรอบแรก ของเวิร์ลคัพในปีนั้น ซึ่งที่น่าสนใจ คือการแข่งครั้งนี้ คือเกิดขึ้นในการเป็นเจ้าภาพของเม็กซิโกเอง ในปีนั้น ทีมเอล ซัลวาเอร์ เป็นทีมที่ไม่ได้เก่งกาจมากนัก แต่ก็เล่นกันอย่างเต็มที่ และต้านทีมเจ้าถิ่นไว้ได้ถึง 44 นาทีแรก แต่เมื่อได้ลูกฟรีคิกจากฝั่งตัวเอง ดันวมีผู้เล่นเม็กซิโกตัดเอาบอลไปเล่นอย่างเร็ว และโยนยาวไปให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูนำ ในขณะที่นักเตะเอล ซัลวาดอร์ยืนงงกันตาแตก ซึ่งกรรมการก็ได้ปล่อยไหลไป และเป็นประตู ทำให้ถูกผู้เล่น ทีมที่เสียเปรียบต้องประท้วง ด้วยยุทธวิธี การวิ่งไปล้อมเชิ๊ตดำและผู้ช่วย และยังยุให้แจกใบแดง หรือว่าไล่ออกไปได้เลย รุกลามไปจนเป็นเรื่องใหญ่จวนจะควบคุมไม่ได้ คานดิลก็ได้ชิงเป่าหมดเวลาไปเสียเลย เพื่อเซฟความปลอดภัยตัวเอง ก่อนจะเริ่มเกมในครั้งหลัง แบบที่ไม่ใช่ฟุตบอล เพราะว่าทางทีมสมันน้อยซัลวาดอร์ ก็เตะบอลทิ้งจนหมดเวลา

 

อันดับที่ 9 ความรุนแรงนอกสนาม ( 1978 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ความรุนแรงนอกสนาม ( 1978 )

เป็นเวิร์ลคัพรอบสุดท้าย ที่ถูกจัดขึ้นในประเทศอาร์เจนติน่า ที่ตอนนั้นยังมี ความไม่สงบของทางการเมืองอยู่ แต่เมื่อเกมกีฬาต้องเดินน่าต่อไป แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ตรึงเครียด ทางเจ้าภาพยังโดนปกครองด้วยอำนาจรัฐทหาร ทางผู้นำต้องการที่จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ท่ามกลางการไล่ทำร้ายประชาชน และถึงขั้นเสียชีวิตมากมาย จากการปราบคนในประเทศของตัวเอง มีวงกรอบร่วมสองปีที่มีความวุ่นวาย เพื่อเคลียร์ทางการจัดรายการนี้ ให้เกิดขึ้นให้ได้ และบรรรยากาศการมาของสื่อและนักข่าวเ มื่อมาถึงเวลาก็อึมครึมมาก เพราะรู้ถึงการเจตนาการปกปิดเรื่องไม่ดีนี้ไว้ ประธานที่เป็นคนดูแลลการจัด คนแรกก็โดนเก็บไปจากระเบิด ศูนย์ที่รวมตัวนักข่าวเอง ก็ยังโดนลูกหลง ทางอาร์เจนติน่าก็เรียกหน่วยความปลอดภัย เป็นจำนวนมากมาเพิ่มเพื่ออำนวยความสะดวก การแข่งขันจึงสามารถผ่านเสร็จไปได้ในที่สุด

 

อันดับที่ 8 กรรมการและเกาหลีใต้ ( 2002 )
อันดับฉาวฟุตบอลโลก
กรรมการและเกาหลีใต้ ( 2002 )

เชื่อว่าแฟนบอลรุ่นใหม่ที่ยังทัน และได้ชมกันในปี 2002 จะจำกันได้ดี โดยยังมีส่วน ที่น่าจดจำกับเจ้าภาพร่วม ระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่ประสานงานกันอย่าลงตัว แบ่งการแข่งขันที่ลงตัว และธรรมชาติแวดล้อมสวยงาม การตื่นตัวของแฟนบอลและคนเมืองที่ออกมาขานรับ การเป็นเจ้าภาพอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นหน้าตาของคนเอเชีย แต่มาติดลบอย่างเดียวที่การแข่งขัน ซึ่งเกิดขึ้นกับทีมเกาหลีใต้ ทั้งสองเกมสำคัญ ด้วยการได้ประโยชน์เต็มๆ จนผ่านเข้ารอบลึกไปได้ กับเกมแรกในรอบ 16 ทีมกับทีมอิตาลี มีการปฏิเสธการได้ประตูจาก Vieri หอกของทีมอิตาลี ว่าไม่เป็นประตูจากกรรมการ ลูกาโน่ กาอุชชี่ ก่อนเกมจบลงที่เจ้าภาพชนะไป 2-1 ในช่วงต่อเวลา ก่อนจะมาต่อที่รอบ 8 ทีมต่อทันที การเจอทีมชาติสเปน และเป็นการบอกปัดอีกครั้ง ในการไม่ให้เป็นประตูของคู่แข่ง เมื่อทาง มอริเอนเรส โหม่งเข้าแต่เชิ๊ตดำบอกว่าลูกออกไปก่อนแล้ว จากชายที่ จามาล กาดูร์ กรรมการในเกมดังกล่าว

 

อันดับ 7 สองทีมจับมือ ( 1982 )
อันดับฉาวฟุตบอลโลก
สองทีมจับมือ ( 1982 )

การเตะในรอบแรกแบ่งกลุ่ม มักจะสำคัญที่นัดสุดท้ายเสมอ และการชี้ชะตาในปีนั้น เกิดขึ้นกับทีมเยอรมันตะวันตก ที่มาเจอกับทางทีมออสเตรียในเกมสุดท้าย สถานการณ์ไม่เป็นใจกับเยอรมันมากนัก เพราะว่าแพ้แอลจีเรียมา ในเกมก่อนน่านี้ ทำให้พวกเขาต้องชนะทีมออสเตรียให้ได้ แต่ทางทีมออสเตรีย ก็มีเงื่อนไขห้ามแพ้เกิน 4 ลูก ก็จะเข้ารอบได้แน่นอน เกมที่กดดันเริ่มขึ้นมา ไม่นานมากกับ 11 นาที ทางอินทรีเหล็กได้ประตูนำไปในการโหม่ง เท่ากับว่าตอนนี้ หากสองทีมคงสกอร์นี้ไว้ จะเป็นการจับมือกันเข้ารอบไป และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ที่บอลในสนามนั้น ไม่มีอะไรตื่นเต้นไปกว่า การส่งกันมาอย่างเชื่อยชา และไม่มีความสนุกเลย จนสิ้นเสียงเป่าจบเกม ทีมที่น่าเห็นใจคือทางแอลจีเรีย ที่ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว แต่ต้องตกรอบไปด้วยเงื่อนไขประตูได้เสีย

 

อันดับ 6 ประตูที่ไม่เคยเกิดขึ้น ( 1966 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ประตูที่ไม่เคยเกิดขึ้น ( 1966 )

ในปีนี้เป็นปีทองของทาง ทีมอังกฤษอย่างที่สุดแล้ว โดยจ้าภาพก็เป็นประเทศอังกฤษเองนี้แหล่ะ ทีมผู้ดีทะลุมาได้จนถึงนัดชิงสมใจ อย่างที่รอคอยมานาน และมาชิงกับทีมเยอรมัน ที่เกมออกมาสนุกเดือด อย่างที่แฟนบอลคาดไว้ ในการยิงกันไปสกอร์ 2-2 ก่อนที่จะต่อเวลา และมาเกิดลูกปัญหาจนได้ เมื่อทาง เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ได้จับบอลในเขตโทษ ก่อนที่จะซัดเต็มข้อบอลวิ่งไปชนคานเต็มๆ ก่อนตกลงมาที่แถวเส้นประตู ทางผู้ตัดสินปรึกษาไลน์แมน แล้วลงความเห็นว่าลูกเข้าเส้นไปแล้ว ท่ามกลางการประท้วง ของทางเยอรมันแต่ไม่เป็นผล ทีมชาติอังกฤษ ได้เป็นแชมป์โลกสมัยแรกในปีนั้นไป พร้อมคำครหาในลูกยิงนี้ว่าเข้าหรือไม่เข้า แต่ทางเยอรมัน เรียกลูกนี้ว่าลูกที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

 

อันดับ 5 ลูกบอลเจ้าปัญหา ( 1930 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ลูกบอลเจ้าปัญหา ( 1930 )

ในช่วงการแข่งขันบอลโลกปีแรก ที่เกิดขึ้นอุรุกวัย เป็นการเริ่มต้นที่ทีมต่างๆ โดนเชิญมาแข่ง ไม่ได้มีการคัดเลือกแบบดุเดือด อย่างในปัจจุบัน เป็นทีมเจ้าภาพเองที่ได้เข้าชิง กับทีมชาติอาร์เจนติน่า และมีเรื่องนอกสนาม อย่างผู้เล่นฟ้าขาวที่โดนขู่เอาชีวิต จนการเล่นต้องมีการเตรียมการ เพื่อหนีเอาชีวิตรอด เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น รวมถึงผู้ตัดสินที่ก็เสนอแผน ทำทางหนีให้ไว้ที่สุด เพื่อไปให้ถึงเรือเดินทาง และเรื่องไม่จบ จนถึงเล่นนัดชิง เมื่อสองทีมขอให้ใช้ลูกบอลในเกมนัดนี้ ต้องมาจากการผลิตประเทศของตัวเอง เพื่อความได้เปรียบเสียเปรียบที่เท่ากัน จึงมีการแก้ไข ในการใช้เตะครึ่งแรกและครึ่งหลัง เป็นคนละลูกกัน เป็นการจบปัญหาลงได้ เป็นความวุ่นวาย ของการเริ่มต้นปฐมบทแห่งเวิร์ลคัพ

 

อันดับ 4 ยุคมืดเฮติ ( 1974 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ยุคมืดเฮติ ( 1974 )

ทีมเฮติสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ ในปี 1974 ที่จัดในเยอรมัน ซึ่งพวกเขายังมีการเมืองที่เข้าขั้นยุคมืด มีนัดที่พลิกล็อคในเกมตัดสินในบ้านตัวเอง ในการชนะทางทีมตรินิแดดได้ ทั้งที่ในเกมโดนทีมเยือนยิงไปสี่ลูก แต่กกรมการไม่ตัดสินให้เป็นประตูทั้งหมด เป็นการเข้าสู่บอลโลก ในรอบสุดท้ายแบบไม่สะอาดนัก และเมื่อมาเล่นรอบสุดท้ายได้สำเร็จ ก็เจออิตาลีไปอัด 3-1 แต่ว่าสู้ได้อย่างดี จนได้รับคำชมมากมาย ก่อนในเวลาต่อมา จะมีการสุ่มตรวจฉี่กองหน้าของทีม ปรากฏว่ามีการใช้สารกระตุ้นจริง ซึ่งนักเตะก็ยอมรับ ว่าจำเป็นต้องทำ เพราะว่าโดนคำสั่ง และโดนทำร้ายจากคนของสหรัฐ ก่อนที่จะหาทางเอาตัวรอด ด้วยการส่งข่าวหาหน่วยงานกลางที่คอยช่วย แต่แล้วที่สุดไม่มีใครช่วยได้ และแข้งเฮติต้องโดนส่งตัวกลับ ไปประเทศบ้านเกิดเพื่อรับโทษท้ายที่สุด

 

 

อันดับ 3 หัตถ์พระเจ้า ( 1986 )

อันกับฉาวฟุตบอลโลก
หัตถ์พระเจ้า ( 1986 )

สำหรับเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องดัง ที่เป็นเรื่องเอกที่แฟนบอลจำได้ มาจากบอลโลกในอันดับต้นๆ เพราะว่าเกิดขึ้นในเกมรองก่อนรอง ที่ทางทีมอาร์เจนติน่าได้เข้ามาเล่น กับการนำธงรบด้วย Maradona ที่โด่งดังสุดขีดในยุคนั้น มาเจอกับทีมชาติอังกฤษ ที่อยากเข้าสู่รอบลึกกว่านี้ให้ได้เช่นกัน การแข่งขันดำเนินมาถึงครึ่งหลังนาที 55 ก็เกิดเรื่อง เมื่อมีลูกปัญหาที่เสือเตี้ยของเรา ไปกระโดดแย่งโหม่งทำาประตู และความที่ไม่สูง จึงใช้มือช่วยตวัดบอลเข้าไป แต่ปรากฏว่าไม่มีการเป่าฟาวล์ เป็นผลดีแก่ทางทีมฟ้าขาวในการได้ประตู แม้ว่าต่อมาจะโดนตีเสมอได้ แต่เสือเตี้ยก็มายิงอีกลูกให้ทีมชนะไปได่ โดยหลังจบเกมนี้ เจ้าตัวออกมาพูดวนิยามลูกนี้ คือ Hand Of God เป็นการแก้ตัว และเป็นที่จดจำของคนส่วนมากจนถึงตอนนี้

 

อันดับ 2 คูเวต งอแง ( 1982 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
คูเวต ไม่พอใจ ( 1982 )

ทีมชาติคูเวต ได้เล่น World Cup รอบสุดท้าย แต่ไม่ค่อยสวยงามนัก เมื่อเกมแรกของเขาในรอบแบ่งกลุ่ม เจอกับทีมแรกคือทีมชาติเช็ก หรือว่าชื่อในตอนนั้นคือเช็กโกสโลวะเกีย ผลการแข่งเสมอกันไปอย่างไม่มีอะไร ต่อมาในเกมที่สองนี้เอง ที่เกิดปัญหาขึ้นกับทีมฝรั่งเศส โดยการแข่งดำเนินไป ทีมน้ำหอมนำอยู่ 3-1 แต่ทางคูเวตไม่ยอมง่ายๆ พยายามสู้และมาเสียอีกลูกที่ 2 จากการที่นักเตะหยุดเล่น จากเสียงนกหวีด ซึ่งเสียงมาจากข้างสนามของแฟนบอล ทำให้ต้องประท้วงเป็นการใหญ่ ตอนแรกไม่เป็นผล จนทางผู้จัดการทีม ต้องอvกมาเร้าให้ลูกทีมเดินออกจากสนาม ไม่ต้องเล่น จนทางผู้ตัดสินใจอ่อนยกเลิกลูกนั้นให้ แต่ในที่สุดช่วงท้ายเกมคูเวตก็มาโดนยิงอีกลูกจนได้

 

อันดับ 1 เกมสุดน่ารังเกียจ ( 1962 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
เกมสุดน่ารังเกียจ ( 1962 )

เจ้าภาพชิลี ต้องลงสนามรอบแบ่งกลุ่ม กับทางทีมชาติอิตาลี ที่ก่อนเกมมีการฝากรอยแผลกันเอาไว้ ด้วยการที่สื่อมักกะโรนีได้ออกมาเย้ยทางชิลี ตามน่าหนังสือพิมพ์และในทีวี ทำให้ทางเจ้าภาพรอตอนรับอย่างสาสม บวกกับการที่ทางอิตาลีอ้างว่านักเตะตัวเอง โดนทางแข้งเจ้าบ้านถ่มน้ำลายใส่เหมือนกัน ในตอนก่อนแข่งขัน ทำให้เมื่อถึงเวลาแข่งก็เหมือนสงครามย่อมๆ เมื่อสองทีมจ้องจะเอาคืนกันไปมา จนใบแดงแรกเป็นของทีมอัสซูรี่ ทำให้เกมหยุดไปสักพักก่อนมาหวดกันต่อ มีช็อตไล่หวดก้านคอและมีคนจมูกหัก เมื่อจบเกมไปแล้ว ทางชิลีได้ชัยไป 2-0 ซึ่งสื่อรายงานข่าว ว่าเป็นเกมที่เลวร้ายที่สุดของประวัติศาสตร์ฟุตบอล

 

 

จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ใน ฟุตบอลโลก เลย แค่ได้อ่านก็เชื่อว่าทุกคน ก็จะรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน เมื่อกีฬาไปบวกเข้ากับการเมืองหรือว่าเรื่องอื่น จะออกมาในรูปแบบที่ไม่ใช่กีฬา ทุกฝ่ายต้องช่วยกันส่งเสริมกีฬา และแยกออกมาจากสิ่งที่รุนแรง และไม่เป็นประโยชน์ อย่างเช่นในตอนนี้มีกฏ เมื่อเสื้อแข่งเปื้อนเลือด ต้องทากรเปลี่ยนทันที เพื่อเป็นภาพลักษณ์ที่ดี กับทุกวัยที่ได้ชมจะได้รู้ ว่าไม่ได้เป็นเกมกีฬาที่โหดร้าย นี้ก็เป็นเพียงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น หากว่าชอบและต้องการติดตามก็มาเสพกันต่อได้ที่ playmun.com

 

9 แข้งตำแหน่งบอลทองคำ ฟุตบอลโลก

ถ้วยรางวัลใน ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ กำลังจะเริ่มขึ้นมีหลากหลายประเด็น

ฟุตบอลโลก ที่คอบอล จ้องดูกันอย่างเมามัน และการจองรางวัลต่างๆ ของนักเตะ ก็เป็นอีกปัจจัย สำคัญอย่างมาก เพราะว่านอกจากที่ต้องโชว์ผลงานออกมา เพื่อช่วยทีมแล้วให้ได้ไปต่อรอบลึกๆ ผลงานเล่นส่วนตัวก็มีผลที่จะได้รับรางวัลต่างๆ ที่ทางการจัดการแข่งขันอย่าง FiFa จะเป็นคนกรรมการตัดสินเอง

หลังจากที่การฟาดแข้งได้จบลงไปแล้ว วันนี้จะมาเจาะคุ้ยคนที่เคยได้รางวัลบอลทองคำ หรือว่าเทียบได้กับผู้เล่น MVP ของกีฬาประเภทอื่น โดยมีการแจกกันครั้งแรกในปี 1982 โดยจัดที่เมืองสเปน โดยมาชมและเริ่มเสพไปพร้อมกันได้เลย

1982 Paolo Rossi ( Italy )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 1 ที่ได้รางวัล

เปาโล รอสซี่ มาพร้อมกับการเป็นกองหน้าความหวังให้กับทีมชาติอัสซูรี่ โดยถือว่ามีเรื่องดราม่าก่อนการแข่งขันด้วย เพราะว่าแข้งรายนี้ โดนกล่าวหาว่าล้มบอลจนต้องโดนแบน ก่อนที่ทางโค้ชทีมชาติจะเลือกเชื่อใจเขา และหิ้วมาด้วยแต่ยังไม่สู้ดีนัก ในสายตาแฟนๆที่เฝ้าดู

เพราะว่าในรอบแรกที่เกิดขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ชนะใครเลย จวนเจียนจะโดนเตะตกรอบ แต่การที่ไม่ชนะใครได้เลยจากการเสมอ 3 นัด ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากับแคเมอรูน แต่โชคดีที่พวกเขา มีประตูได้เสียที่ดีกว่า หลุดเข้ารอบมาได้ อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ รอซซี่ จะระเบิดฟอร์มยิงชนะทีมฟ้าขาว ตัวเต็งหลัก

รวมทั้งข้ามหัวตัวเป้งอย่างบราซิลไปในก่อนรอง การเตรียมทีมที่ไม่ดีนักไม่ใช่ปัญหาแล้ว เมื่อมาถึงรอบชิงได้ แถมนัดชิงหอกรายนี้ยังยิงประตูได้ใส่เยอรมัน สรุปชนะไป 3-1 แถมรางวัลดาวซัลโว และได้รางวัลประเดิมเป็นคนแรก

1986 Diego Maradona ( Argentina )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 2 ที่ได้รางวัล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ หลังจากที่โคลัมเบียขอถอนตัว เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน และมีเรื่องให้คนจดจำ ทางหอกร่างเล็กคนนี้ไปอีกนาน เพราะว่าเหมือนเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่สร้างมาเพื่อเขาเลย ตั้งแต่รอบแรกที่เล่นได้อย่างโดดเด่น และความเจ้าเล่ห์ในการใช้มือปัดบอลเข้าประตู

ซึ่งเสือเตี้ยเองก็ยอมรับในภายหลังแบบกวนๆ ว่าเป็นหัตถ์พระเจ้าซะงั้น โดยทีมชาติอาร์เจนฯเดินทางทะลุมาเรื่อยๆ จนมาถึงรอบชิง ที่เสือเตี้ยระเบิดฟอร์มอีกครั้ง กับการกด 2 ตุงช่วยให้ทีมเล่นง่าย ใกล้เข้าแชมป์เข้าไปทุกที แต่ว่าเกิดเรื่องช็อกเมื่อทางทีมเยอรมันเกิดงมีลูกฮึด ได้อัดคืนมา 2 -2 เป็นเรื่องแล้วคราวนี้ในเวลาที่เหลือ

แต่แล้วเสือเตี้ยแผลงฤทธิ์อีกครั้ง ในการแอสซิสต์ให้เพื่อนเข้าไปยิง แซงเป็น 3-2 หมดเวลาในที่สุด เขายังมีส่วนกับประตูไป 10 ลูกจาก 14 ในรายการนี้

1990 Salvatore Schillaci ( Italy )
อันดับบอลทองคำ
คนที่ 3 ที่ได้รางวัล

กองหน้าคนนี้ถือว่า สร้างปรากฏการณ์ได้หลายอย่าง เพราะว่าก่อนการแข่งขัน World Cup ทีมอัสซูรี่

มีตัวเลือกมากมายในตำแหน่งตัวยิง เขาคือตัวท้ายๆ ที่ทั้งโค้ชและแฟนบอลนึกถึง แต่การที่ได้รับโอกาส ไม่ให้ปล่อยไปง่ายๆ เขากลายเป็นซุปเปอร์ซับ ชั้นเลิศในปีนั้น อิตาลีได้ประตูจากเขา มาในเวลาที่เหมาะสม

ไม่น่าเชื่อว่าการเล่นของเขา ที่ติดทีมมาในบอลโลกนี้ เขาจะเคยลงเล่นมา ไม่กี่นัดให้กับทีมชาติ โดยเข้าสู่รอบ 4 ทีมแม้ว่าจะแพ้ให้กับทีมฟ้าขาว แต่การชิงที่ 3 ในบ้านตัวเอง กับทีมชาติอังกฤษก็สำคัญมาก และไม่พลาดที่กองหน้ารายนี้ จะยิงประตูได้ ครองที่ 3 ปลอบใจไป พร้อมรางวัลผลงานส่วนตัวที่ดี

 

1994 Romario ( Brazil )
อันดับบอลทองคำ
คนที่ 4 ที่ได้รางวัล

ดาวยิง ฺBrazil รายนี้ อาจจะไม่โดดเด่น แบบที่แข้งต่างๆ ที่ยิงกันกระจายในปีก่อนๆ ซึ่งทีมกาแฟชื่อดังในปีนี้ มาเจอกับหลายทีมที่พัฒนาตัวเองมาได้อย่างดี โดยมีทีมอิตาลี มาเป็นทีมเต็งที่ร้อนแรง บาจโจ้ ดังมากที่ช่วยทีมยิงชนะเข้ารอบมาเรื่อยๆ ซึ่งในทีมแซมบ้า จะเป็นผลการเล่นแบบเฉลี่ย และช่วยกันพังประตูมากกว่า

การเข้าชิงของ 2 ทีมก็มาถึงจนได้ และต้องรอไปถึงจุดโทษเมื่อหมดเวลาแข่งลง ทีมกาแฟแม่นกว่าจึงได้แชมป์ไป การเล่นของโรมาริโอ้มีส่วนร่วมกับทีมมาก ทั้งสร้างสรรค์และประสานกับเบเบโต้ คู่หู่ในแดนหน้าของเขา ที่ช่วยกันผลิตสกอร์ไป 8 ลูก เพียงพอกับตำแหน่งที่เขาควรจะได้ในปีนั้นไป

1998 Ronaldo ( Brazil )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 5 ที่ได้รางวัล

การแข่งขันที่ฝรั่งเศสนี้ กลายเป็นอำเภอแจ้งเกิดของแข้งคนนี้ ในช่วงนั้น เขายังเป็นเด็กหนุ่มอายุน้อย แต่ความสามารถไม่น้อย มีการเบียดขาใหญ่ลงเล่นได้สบาย ทีมแซมบ้ารักษามาตฐานของตัวเองได้ จนเข้าชิงได้สำเร็จอีกครั้ง ซึ่งก่อนการแข่งขัน ทางโค้ชได้มีการถอดชื่อโรนัลโด้ออกไป ไม่มีใครทราบสาเหตุ

แต่ว่าก็ใส่กลับมาก่อน 45 นาที ในปีนี้เขาแสดงความสามารถได้อย่างชัด ไม่มีใครที่จะตามหยุดเขาได้ง่ายๆ เพียงแต่นัดชิงกับทีมน้ำหอม ทีมฝรั่งเศสเล่นได้ดีมาก และได้แชมป์ไป แต่ผลงานโดยรวมแล้วแข้งฟันเหยินของเรา ก็ยังชนะใจกรรมการ ถึงความสามารถที่แจ่มแจ้งที่สุด

2002 Oliver kahn ( Germany )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 6 ที่ได้รางวัล

ประตูจอมดีเดือด จากทีมอินทรีเหล็ก เดินทางมาถึงช่วงปลายของชีวิตค้าแข้งแล้ว และหวังปิดฉากอย่างสวยๆ กับศึกเวิร์ลคัพครั้งนี้ แต่ว่าผลงานไม่ค่อยดีนัก กับการชนะไม่ค่อยขาด เมื่อยิงคู่แข่ง 1-0 ได้ในสกอร์เดียวกันสามเกมติด โดยยังสามารถตะลุย เข้าไปชิงได้สำเร็จ

แต่ว่าพวกเขาก็ต้องเจอ กับกระดูกชิ้นใหญ่อย่างทีมกาแฟ และแน่นอนว่า โรนัลโด้ หอกคนเก่งก็อยู่ด้วย เขามาเพื่อทำลายกำแพง ที่พลาดท่าในนัดชิงในครั้งก่อน และรอบนี้เขากดไป 2 เม็ดในนัดชิง ลูกแรกมาจากความผิดพลาดของ คาห์น ประตูเยอรมันเองด้วย และท้ายที่สุดบราซิลเข้าป้ายไปได้ แต่ทางประตูอินทรีได้รางวัลปลอบใจไปกับบอลทองคำ เนื่องจาพยุงน้องๆ เข้ามาถึงรอบชิงด้วยประสบการณ์

2006 Zinedine Zidane ( France )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 7 ที่ได้รางวัล

ซีดานคือหัวใจของเกมทั้งหมด ของทีมชาติฝรั่งเศส เป็นปีทิ้งทวน ของเขาอย่างแท้จริง การเล่นของทีมน้ำหอม เข้าขั้นเทพอย่างมาก เพื่อการแก้ตัว ที่พวกเขาตกรอบแรกไป ในการแข่งครั้งที่แล้ว โดยปีนี้พวกเขาหลุดเข้ามาชิง กับทางทีมชาติ Italy ซึ่งเล่นได้อย่างรัดกุม และเสียสกอร์ไปเพียงลูกเดียวก่อนนัดชิง

โดยนัดชิงนี้มาปูทางเหมือนเป็นใจให้กับทีมฝรั่งเศส เมื่อทางซีดานได้ยิงชิพเหนือชั้น ขึ้นนำไปตอนต้นเกม แต่แล้วก็มาโดนตีเสมอ และทำอะไรกันไม่ได้ จนต้องต่อเวลา เล่นไปสักพักเกิดเรื่องจนได้ เมื่อทางซีดานเก็บอารมณ์ไม่อยู่ โดนทางมาเตรัซซี่ยั่วยุ จนต้องใช้หัวโขกจนต้องเบรกเกม และไม่รอดที่จะโดนใบแดงไป

ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ก็ยังทำอะไรไม่ได้เสมอกัน ต้องไปลุ้นจุดโทษ ซึ่งทางอิตาลีแม่นกว่า ทำให้ทีมจากแดนน้ำหอมเจ็บใจมาก แต่อย่างไรซีดานก็ได้รับรางวัลแข้งยอดเยี่ยมไป

2010 Diego Forlan ( Uruguay )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 8 ที่ได้รางวัล

การแข่งที่ Brazil รอบนี้ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ทีมใหญ่หลายทีม ล่วงไปตั้งแต่รอบแรก แต่ว่าทีมที่เข้ามาลึก อย่างอุรุกวัยได้รับคำชมอย่างมาก และนักเตะที่เด่นมากในครั้งนี้คือ ฟอร์ลัน ที่มีอายุที่เยอะแล้ว และชื่อเสียงของเขา ก็หายไปนาน หลังจากย้ายออกจากทีมผีแดงมา ทำให้ไม่ค่อยมีคนสนใจ

แต่ในการแข่งคราวนี้ ชื่อเขากลับมาเป็นที่พูดถึง เพราะว่าเอาประสบการณ์ใช้ในการเล่น มาดันน้องๆเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมนักก่อนรอง แต่ว่าทำได้ดีที่สุดเพียงที่ 3 ของรายการนี้ แต่ว่าได้ใจคนทั้งประเทศไป จากการเป็นเดอะแบกของทีม อย่างไม่ต้องสงสัย จนฝ่ายจัดการแข่งขัน ต้องมอบรางวัลใหญ่ให้กับเจ้าตัวไป แม้ว่าจะได้เพียงทีมที่ได้ที่ 3 แต่ผลงานดีเด่นกว่าคนอื่น

2014 Lionel Messi ( Argentina )

เเข้งบอลทองคำ
คนที่ 9 ที่ได้รางวัล

เมสซี่กัปตันทีมจอมทัพ ผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีมอาร์เจนฯ ได้ออกพาน้องๆ รวมทั้งเพื่อนบุกลุยตั้งแต่นัดแรก และเป็นการทำผลงานได้เต็มพลัง เมื่อไม่มีใคร จะสามารถหยุดพวกเขาให้จอดลงได้ โดยมาเจอกับทีเยอรมันในรอบชิง ซึ่งก็นับว่าแข็งแกร่งพอกัน หนุ่มอาร์เจนฯตัวจิ๋วคนนี้จะทำลายคำสาป

ที่เขาไม่เคยพิสูจน์ตัวเองระดับชาติได้เลย แม้ว่าจะพิสูจน์ตัวเองในระดับสโมสรมามากแล้ว และผลออกมาคือเขาทำไม่สำเร็จ เมื่อทางทีมอินทรีชนะไป 1-0 อย่างน่าเจ็บใจ แต่ว่า FiFa ยกรางวัลบอลทองคำให้เขา ซึ่งเขาไม่ดีใจเอาเสียเลย โดยบอกว่า รางวัลส่วนรวมมีค่ามากกว่า รางวัลที่ได้จากผลงานส่วนตัว


การแจกรางวัล ฟุตบอลโลก ยังคงมีแน่นอน แต่ว่าจะต้องมีการแสดงผลงาน ของขุนพลทั้ง 32 ชาติ ที่ดีที่สุดออกมา จากการยอมรับของทั่วโลก เดากันยากมาก เมื่อตอนนี้ยังอยู่ในการเตรียมตัว ซึ่งในด้านความเป็นจริง คงไม่มีใครเล็งรางวัลนี้เท่าไร นอกจากต้องเอาความสามารถ มาช่วยทีมให้มากที่สุด ส่วนการได้รางวัลเป็นกำไร หรือผลพลอยได้มากกว่า การลงไปต่อสู้กันแต่ละเกมจึงมีความกดดัน ที่นักเตะดังต่างๆ ต้องเจอเหมือนกัน เพื่อเอาชนะและนำทีมไปสู่ความสำเร็จ และทางเว็บจะเกาะติด เพื่อหาข่าวสารมาเสริม ยังคงเสพกันได้อย่างสนุกที่ playmun.com

 

10 ทีมชาติ ที่มีอับดับฟีฟ่าดีที่สุดในฟุตบอลโลก 2018

สำหรับ ฟุตบอลโลก 2018 แล้ว อาจจะมีตัวเต็ง และทีมที่เป็นม้ามืดมากมาย

จากทัศนะเซียน หรือว่าที่มีการออกราคาพนัน  ฟุตบอลโลก 2018 แต่สำหรับหากว่าในเรื่องคุณภาพ ของทีมชาติต่างๆแล้ว ทางฟีฟ่าเองที่มีการบันทึกคะแนนไว้ให้ ก็เป็นอีกสิ่งที่จะทำให้รู้ว่าทีมในอยู่ในช่วงที่พีก เพราะว่าจะมาจากการอุ่นเครื่องต่างๆ หรือว่าการแข่งและได้แชมป์ที่มีผล อันดับฟีฟ่าเวิร์ลแรงกิ้งจึงมันตัวแสดงที่ดี แม้ว่าจะไม่มีผลต่อในการแข่งขันจริง แต่ก็ทำให้รู้ว่าตอนนี้ทีมใดที่มีมาตฐานการเล่นที่ดีกว่ากันได้ ซึ่งเราได้รวบรวมนำมาใหเสพกันแล้ว เพื่อต้อนรับการการรอคอย ฟุตบอลโลกที่รัสเซียที่ใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว

 

อันดับที่ 10 ชิลี ( Chile )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
ชิลี ( Chile )

ก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่ฟาดแชมป์ของทวีปอเมริกาใต้ ได้บ่อยครั้งโดยปี 2015 ก็ครองถ้วย ด้วยการเป็นเจ้าภาพเอง และปีต่อมาก็ยังได้เข้าชิงอีก ถือว่ามาตฐานของแข้งในตอนนี้ อยู่ในขั้นที่ดี มีนักเตะโดนดึงไปเล่นในลีกยุโรป กับทีมชื่อดังมากมาย แม้ว่าบางรายก็จะอำลาทีมชาติไปบ้าง เช่น Vidal ที่ถือว่ายังมีทีเด็ดเหลืออยู่ ด้วยเหตุผิดหวังกับการที่ชิลีหลุดไม่ได้ไปบอลโลก จากนัดสุดท้ายที่แพ้บราซิลไป แต่ถึงการจะพลาดท่าไม่ได้ไปเวิร์ดคัพ แต่พวกเขาก็มีผลงานติด Top Ten ของโลก ในตอนนี้มีคะแนน 1,147 นำอันดับ 11 อยู่ 19 คะแนน

 

อันดับที่ 9 ฝรั่งเศส ( France )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
ฝรั่งเศส ( France )

ทีมตราไก่ในตอนนี้ เดินมามาถึงยุคเปลี่ยนผ่านแล้ว นักเตะในทีมส่วนใหญ่ มีอายุเฉลี่ยที่ไม่เยอะ บวกกับความสดของแข้ง ที่มีความกระหายความสำเร็จ และเป้าใหญ่ที่สุดตอนนี้ ก็คือถ้วยแชมป์โลกนั่นเอง โดยเซียนจากสำนักต่างๆ ก็ออกมาบอกตรงกันว่า ฟุตบอลโลก 2018 รัสเซีย จะมองข้ามไปไม่ได้ เนื่องจากอย่างที่รู้กันว่าหากว่าแทกติคลงตัว จะส่งเสริมให้ดาวรุ่งชุดนี้ไปถึงรอบลึกๆแน่ โดยตอนนี้อยู่ที่ 9 และมีคะแนน 1,183 กับสถิติการไปรอบสุดท้ายมาแล้ว 14 ครั้ง เป็นเจ้าประจำรายการนี้อยู่แล้ว

 

อันดับที่ 8 สวิตเซอร์แลนด์ ( Switzerland )
จัดอันดับทีมฟีฟ่า
สวิตเซอร์แลนด์ ( Switzerland )

ขุนพลแข้งแดนนาฬิกานี้ กระโดดมาอยู่ที่อันดับสูงมาก มีคะแนนสะสม 1,109 ห่างจากทีมด้านบนเพียง 19 แต้ม ไม่ใช่การฟลุ๊กในการเพล์ออฟ การเข้ามาสู่รอบสุดท้ายได้ ด้วยการเอาชนะทีมไอร์แลนด์เหนือมา ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาก็ไป ฟุตบอลโลกมาถึง 10 ครั้งแล้ว การมาลุยในเมเจอร์หลักครั้งนี้ไม่มีอะไรกดดัน ทำให้จะเล่นคงง่ายกว่าทีมอื่น แต่ต้องเต็มที่ในทุกๆเกมหากต้องการไปในรอบก่อนรองได้ อย่างที่เคยทำได้ดีที่สุดในอดีตนั่นเอง

 

อันดับที่ 7 โปแลนด์ ( Poland )
จัดอันดับทีมฟีฟ่า
โปแลนด์ ( Poland )

โดยในการแข่งรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ทางทีมชาติโปแลนด์ ถือว่าทำการแข่งออกมาได้อย่างดี ดีจนที่อยู่อันดับต้นๆมาตลอดจนช่วงสุดท้ายเลย โดยมีกองหน้าอย่าง Lewandowski เป็นตัวชูโรง แม้ว่าจะเริ่มมีอายุเยอะ แต่ก็เก๋าเสียเหลือเกิน ทำให้รุ่นน้องในทีม ได้แรงกระตุ้นอย่างมากมาย และเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ที่ดินแดนหมีขาว คะแนนฟีฟ่าของพวกเขามี 1,209 โดยตามไล่ทีมด้านบน ที่เป็นทีมใหญ่อย่างสเปนด้วย พวกเขาทำผลงานในบอลโลกได้ดีในอดีต เคยได้ที่ 3 มาแล้ว 2 สมัยเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

 

อันดับที่ 6 สเปน ( Spian )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
สเปน ( Spian )

เจ้าของแชมป์โลกปี 2010 ที่กำลังต้องการความมั่นใจ หลังจากลีกในประเทศแข็งแกร่ง ขึ้นมาเป็นหัวแถวของโลกไปแล้วในตอนนี้จึงต้องสร้างชื่อให้กับตัวเอง กับประสบการณ์การไปเวิร์ดคัพมาแล้ว 14 ครั้ง เรียกว่าโครตเก๋าและมีความถนัดเหลือเฟือ แต่อย่าลืมว่าการแข่งขันรอบแรกๆ พวกเขามักจะเล่นดี และใครก็ต้องกลัวตลอด ต่างจากรอบสุดท้ายที่พวกเขามักจะพลาดท่าเองบ่อยครั้ง ซึ่งตอนนี้ในประเทศก็มีปัญหา กับทางรัฐคาตาลันอยู่ ทำให้การจะเอาถ้วยมาให้ได้เป็นการ สร้างความสามัคคีได้อย่างดี โดยตอนนี้มีอันดับแต้มอยู่ที่  1,231 ตามลุ้นกันได้เลยสำหรับแฟนกระทิง

 

อันดับที่ 5 เบลเยี่ยม ( Belgium )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
เบลเยี่ยม ( Belgium )

ขุนพลพลังหนุ่มอีกชาติ ที่มีการรวมตัวของซุปตาร์วัยห้าว ที่แยกกันเล่นกระจัดกระจาย ไปอยู่กับลีกชั้นนำมากมาย โดยเฉพาะการเล่นรอบคัดเลือก ที่เล่นได้เผ็ดร้อน พวกเขารอวันที่จะสร้างชื่อให้กับทีมชาติ ซึ่งตามสถิติยังทำได้ดีที่สุดเพียงอันดับที่ 4 เมื่อดูจากการไปเล่นเวิร์ดคัพมาแล้ว 12 ครั้ง น่าจะทำได้ดีกว่านี้ และปีนี้เองก็เหมาะ ที่นักเตะนั้นมีดีในทุกตำแหน่ง จะได้โชว์ของอย่างเต็มที่อย่างที่ ทำให้เห็นในช่วงคัดเลือกมาแล้ว ส่วนคะแนนของฟีฟ่าอยู่ที่ 1,325 ถือว่าสูงมาก

 

อันดับที่ 4 อาร์เจนติน่า ( Argentina )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
อาร์เจนติน่า ( Argentina )

ทีมฟ้าขาวมาที่คะแนน 1,348 อยู่ในจุดที่ค่อนข้างดี เมื่อนักเตะของพวกเขา ก็อยากที่จะเสพสุขกับแชมป์บ้าง เมื่อพลาดการได้ถ้วยมาหลายรายการแล้ว ทำให้นักเตะหลายคน ที่กำลังจะทิ้งลาย ต้องออกแรงที่เหลือ กับแข้งหนุ่มที่มีเข้าผสมในทีม เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ หลังจากพลาดในเวทีของทวีป มาแล้วในครั้งที่ผ่านมา ส่วนเรื่องความเขี้ยวไม่ต้องพูดถึงกับ 16 ในเวิร์ดคัพนี้ และครองแชมป์มาได้ 2 ในอดีต

 

อันดับที่ 3 โปรตุเกส ( Portugal )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
โปรตุเกส ( Portugal )

มาครั้งนี้ไม่มีเล่นแล้ว ในการลุยรอบสุดท้าย เพราะว่าอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ของทาง Ronaldo แข้งเทพของทีมฝอยทองที่จะอำลาทีม หลังจากปีการแข่งขันนี้จบลง นักเตะต่างๆก็พร้อมที่จะช่วยกัน ดันให้รุ่นพี่จบเส้นทางแบบสวยงาม โดยตามประวัติแล้ว ทีมฝอยทองทำได้ดีที่สุดคือที่ 3 และยังทำไม่ได้ดีกว่านี้ แต่ศักยภาพก็มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ จนทำสำเร็จได้ในรายการยูโรมาแล้ว โดยทีมมีค่าคะแนนตอนนี้ที่  1,358 และกำลังตั้งสมาธิ เพื่อเต็มที่กับศึกคราวนี้อย่างมาก

 

อันดับที่ 2 บราซิล ( Brazil )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
บราซิล ( Brazil )

ทีมแซมบ้าตอนนี้ ยังคงเป็นหัวแถวของโลกฟุตบอล กับคะแนน 1,483 และผ่านเข้ารอบมาแบบสวยหรู ด้วยการมีขุนกำลังที่เลือกจับได้สนุก ไม่ว่าจะเป็นการใช้แข้งตัวไหน ก็มีการทดแทนกันได้ เป็นการกลับมายิ่งใหญ่ ในโซนอเมริกาใต้อย่างมาก แต่พวกเขาก็ต้องแสดงออกมาให้ทุกคนเห็น ว่าไม่ได้เก่งแค่ในทวีปและเวทีเวิร์ดคัพก็เหมาะสมอย่างมาก โดยมีศักดิ์ศรีการไปเล่นมาแล้ว 20 รอบในรอบสุดท้าย บวกกับชูถ้วยมา 5 ครั้งเข้าไปแล้ว

 

อันดับที่ 1 เยอรมัน ( Germany )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
เยอรมัน ( Germany )

ทีมอินทรีเหล็กเป็นแชมป์เก่า ที่ต้องการกลับมาป้องกันแชมป์ โดยที่ตอนนี้ก็เป็นทีมเต็ง กับอันดับที่ดีที่สุดของฟีฟ่าด้วย ได้คะแนน 1,602 เจ้าของตัวเองแชมป์ 4 สมัย และอยากที่จะเร่งเครื่องคว้าเข้าป้ายให้ได้ในรัสเซียนี้ เพื่อเรียกสถิติเท่ากับทางทีมชาติบราซิลให้ได้ ในชั่วโมงนี้ก็คงหาตัวจับมาชนได้สูสียาก และไม่ค่อยมีใครอยากเจอ เพราะว่ามีการป้อนแข้งใหม่ทดแทนนักเตะเก๋าได้อย่างลงตัว และเป็นตัวเต็งในรอบนี้อีกครั้ง

 

โดยทีมทั้งหมด 10 ทีมนี้เป็นทีมที่แกร่งที่สุดในโลกในเวลานี้ หากว่าวัดกันที่ผลงานของทีมชาติที่ได้ลงเตะ ซึ่งจะมีเพียงชิลีที่หลุดไปไม่ได้เล่น ฟุตบอลโลก ในรอบสุดท้าย จากเกมสุดท้ายที่พ่ายไปอย่างน่าเสียดาย แต่ว่าแฟนบอลทีมอื่นที่ทีมยังคงมีสิทธิ์ได้ลุ้น คงต้องตามต่อไป ว่าแต่ละทีมจะไปได้ไกลแค่ไหน กับการแบ่งกลุ่มออกมาแล้ว ความได้เปรียบเสียเปรียบจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ความคืบหน้าและอัพเดทอย่างสนุกแบบนี้ ยังตามกันเพื่อมาเสพข้อมูลได้ที่ playmun.com

10 สุดยอดสนามฟุตบอล ความยิ่งใหญ่ประจำ ฟุตบอลโลก

เป็นข้อมูลมาเพื่อให้ได้ชม และศึกษากันเกี่ยวกับ ฟุตบอลโลก

นั่นคือกับเวทีการประลองแขhงของทีม ฟุตบอลโลก ต่างๆ ที่จะสร้างความได้เปรียบให้กับตัวเอง และยังต้องมีการระดมทุน เพื่อสร้างออกมาให้ใหญ่โต ข่มขวัญคู่แข่งที่มาเยือนได้มากที่สุด อีกทั้งยังจะทำให้แฟนบอลของตัวเอง ได้เข้าไปเชียร์ให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ ทำให้ตั้งแต่การคัดเลือกบอลโลก จนไปถึงการแข่งขันในรอบสุดท้าย สนามเป็นส่วนสำคัญ และเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศอีกด้วย เริ่มอยากรู้กันแล้วละซิ ว่ามีจากประเทศไหนกันบ้างเชิญไปเสพกัน

อันดับที่ 10 Borg El Arab Stadium ( Egypt )

Stadium world cup
Borg El Arab Stadium ( Egypt )

เป็นสนามของประเทศอียิปต์ ในเมืองอเล็กซานเดรีย ที่มีความสวยงามทั้งในแง่การท่องเที่ยว และยังมีสนามที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ด้วยการมีความจุ 86,000 ทีนั่งพร้อมให้บริการ โดยเหมาะกับการจัดการแข่งขันต่างๆ ไม่แค่แค่ฟุตบอลอย่างเดียว จึงเป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองได้ มีโรงแรมรองรับกว่า 200 แห่งในเมือง และเคยเป็นสังวียนแข้งของฟีฟ่าเวิร์ดคัพด้วย ในปี 2009 ด้วยในรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี

 

อันดับที่ 9 Bukit Jalil National Stadium ( Malaysia )

Stadium world cup
Bukit Jalil National Stadium ( Malaysia )

สนามนี้อยู่ใกล้กับประเทศไทยเรา และได้มีโอกาศเห็น จากการไปเล่นบ่อยครั้ง เห็นได้เลยว่าน่าเกรงขามมาก เมื่อทางมาเลเซียได้เล่นในสนามแห่งนี้ โดยสนามเหย้าประจำชาติ ตั้งอยู่ในเมืองกัวลาลัมเปอร์ มีความจุ 87,411 ที่นั่ง ใช้เป็นฐานเพื่อแข่งขันฟุตบอลหลัก ที่สำคัญทั้งหมดของประเทศ ไปจนถึงคัดเลือกฟุตอบโลกนั่นเอง โดยยังคงเป็นเจ้าของสถิติที่จุคนได้มากสุดในแถบ AEC  อีกด้วย เป็นถ้ำเสือเหลืองที่ผู้ต่อสู้จะเจองานหนักเมื่อมาเยือน

อันดับที่ 8 Gelora Bung Karno Stadium ( Indonesia )
 Stadium world cup
Gelora Bung Karno Stadium ( Indonesia )

เป็นอีกหนึ่งสนามหนึ่ง ในอาเซียนบ้านเราอีกสนาม โดยทางทีมชาติอินโดนีเซีย ใช้เป็นรังเมื่อต้องเตะในบ้าน มีขนาดในการรองรับ 88,306 ที่นั่ง ขยายเพิ่มขึ้นจากเดิม ด้วยเพื่อรองรับคนให้มากกว่า ตั้งอยู่ในเมืองจาการ์ต้า เมืองหลวงของของพวกเขา โดยมีการกู้และนำเงิน มาจากกลุ่มทุนโซเวียต ในช่วงปี 1962 มาทำการสร้าง และเป็นสนามที่รองรับการแสดงใหญ่ๆได้อย่างสบาย อีกทั้งทีมใหญ่หรือว่าสโมสร จากต่างประเทศมาเยือนทีไร ก็มักเลือกเป็นตัวเลือกแรกในการลงเล่น มีชื่อเล่นว่าสนาม GBK

อันดับที่ 7 Wembley Stadium  ( England )
Stadium world cup
Wembley Stadium ( England )

สนามกีฬาแห่งชาติ ของทีมชาตอังกฤษ ได้ถูกปรับและสร้างขยายที่นั่งเพิ่มเติม จนตอนนี้มีความจุ 90,000 ที่นั่ง เมื่อเข้าไปจะสามารถเห็นเมืองมุมกว้าง ในลอนดอนได้อย่างสวยงาม เพราะว่ามีความสูงที่พอเหมาะ เป็นสังเวียนมาแล้วมากมาย ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ เป็นนัดชิงมาก็บ่อยครั้งเ พราะว่ามีมนต์ขลังที่สร้างมานาน มีการรองรับและปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยที่แฟนบอลทั่วโลก ต้องการที่จะมีโอกาสได้ลองเข้าไปสัมผัสสักครั้ง

 

อันดับที่ 6 Rose Bowl Stadium ( USA )

Stadium world cup
Rose Bowl Stadium ( USA )

ถูกสร้างที่เมืองแพซาดีน่า เป็นส่วนหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย แม้ว่าในประเทศอเมริกานี้จะไม่ได้มีฟุตบอล เป็นเบอร์หนึ่งของคนในชาติ แต่ว่าก็พอมีคนตามติดอยู่ และเมื่อต้องสร้างสนามขึ้นมา พวกเขาจึงเลือกการสร้างให้ใหญ่ ระดับ 92,542 ที่นั่งจากทั้งหมด และจัดว่าเป็นสนามบอลที่คนรู้จักมากที่สุด หากพูดถึงประเทศนี้ และมีประวัติเคยเป็นสังเวียนนัดชิง 1994 อีกด้วย

 

อันดับที่ 5 FNB Stadium ( South Africa )

Stadium wolrd cup
FNB Stadium ( South Africa )

เมื่อครั้งที่ทีมชาติอเมริกาใต้ ได้เป็นเจ้าภาพในปี 2010 นั้น พวกเขามีการเปิดบ้าน ในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ต้อนรับสมาชิกทีมต่างๆในรอบสุดท้าย ด้วยการใช้สนามนี้ โดยเป็นหลักในการแข่ง รวมถึงนัดชิงด้วยในปีนั้น และด้วยการเป็นสนามที่สำคัญที่สุด จึงต้องมีการยกเครื่องกันใหม่ ก่อนการแข่งขันฐานะเจ้าภาพ และทำให้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมาเป็น 94,736 ที่นั่ง หลายคนจะจำบรรยากาศการถ่ายทอดได้ ที่มีวูวูเซล่าที่เป่าเสียงระงมทั้งสนาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฟุตบอลในแถบนี้ ที่แสดงออกมาได้อย่างชัดเจน และเป็นที่จดจำได้อย่างดี

 

อันดับที่ 4 Azadi Stadium ( Iran )

Stadium world cup
Azadi Stadium ( Iran )

สนามจากประเทศอิหร่าน ที่มีความจุ 95,225 ที่นั่งชม ถูกสร้างมาในปี 1975 เป็นที่หลักที่ใช้แข่งกีฬาต่างๆ รวมถึงเป็นสนามเหย้าของทีมชาติด้วย และเป็นสถานที่ใช้จัดโอลิมปิกปี 1984 อีกด้วย ความพิเศษของสนามนี้ก็คือ ความสะดวกสบาย ที่ขนาด AFC มาการันตี 5 ดาวเอง โดยในการคัดบอลโลกปี 1997 อิหร่านได้พบกับทีมชาติออสเตเลีย และมีการเบียดอัดกันเข้าไปชมเกม จำนวนกว่า 128,000 คนมาแล้วในเมืองเตหะรานแห่งนี้

 

อันดับที่ 3 Camp Nou ( Spain )

stadiam world cup
Camp Nou ( Spain )

สนามชื่อดังแห่งนี้เป็นสนามของ ทีมบาร์เซโลน่าที่มีชื่อเสียง ในระดับการแข่งของสโมสร และทางทีมชาติสเปนก็ยังเลือกช้ทำการแข่งที่สำคัญอยู่ตลอด ความจุ 99,354 หลังจากที่มีการขยายเพิ่มกว่าเก่า เคยเป็นสนามการแข่งเวิร์ดคัพปี 1982 ในตอนนั้น แต่โดยส่วนมากจะถูกจดจำ และติดภาพไปกับทีมบาร์ซ่ามากกว่า ซึ่งเป็นคนชาวคาตาลันที่จริงๆ ไม่ค่อยถูกกับคนสเปนสักเท่าไร ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาทางการเมืองกันมา

 

 

อันดับที่ 2 Estadio Azteca ( Mexico )

Stadium world cup
Estadio Azteca ( Mexico )

ความภาคภูมิใจของแฟนบอล และคนในประเทศเม็กซิโก กับสนามแห่งนี้ ในเมืองเม็กซิโกซิตี้ หลายคนคงจะรู้จักกับตำนาน Hand Of God อยู่แล้ว ที่นักเตะอย่าง Maradona ได้ใช้มือปัดบอลเข้าประตูไป โดยมันเกิดขึ้นสนามแห่งนี้นี้เอง ปัจจุบันมีการเพิ่มที่นั่งเข้าไปเป็น 104,000 ที่นั่ง ผ่านเกมการแข่งสำคัญมากอย่างโชกโชน ทั้งรอบชิงและรอบรอง จากฟุตบอลโลกมาหลายครั้ง

 

อันดับที่ 1 Rungrado May Day Stadium ( North Korea )

Stadium world cup
Rungrado May Day Stadium ( North Korea )

หรืออีกชื่อ Rungrado 1st of May Stadium คือสนามจากประเทศเกาหลีเหนือ ที่มาแรงแซงทุกโค้ง กับขนาด 150,000 ที่นั่งกับบรรยากาศแบบฮึกเฮิม ที่ได้สร้างขึ้นมาเป็นสนามกีฬาแห่งชาติ แบบอเนกประสงค์ใช้ทำการแข่งขันได้หลากหลาย เป็นการแสดงอานุภาพออกมา ผ่านการเปิดตัวแบบอลังการ ในการใช่ชื่อ 1 พฤษภาคม  ก็มาจากชื่อวันแรงงาน ผ่านการใช้งานคัดเลือกเยาวชนเอเชีย U23 มาแล้ว สำหรับกลุ่ม G ในปี 2017 ที่ผ่านมา

 

 

ครบกันไปแล้วกับสนามที่เกี่ยวกับ ฟุตบอลโลก ที่มโหฬารต่างๆ การถูกจัดสร้างขึ้นมา เพื่อใช้งานอย่างฟุตบอลเท่านั้น และหลายที่ก็ใช้งานส่วนอื่นได้ด้วย ทุกสนามมีความสำคัญแม้จะต่างหน้าที่กันออกไป การรวมตัวกันของแฟนบอลเพื่อเชียร์ เป็นการหล่อหลวมการเป็นหนึ่งเดียว ทำให้เป็นมากกว่าแค่สถานที่หนึ่ง แต่เป็นที่ค่อยสร้างประวัติศาสตร์ต่างๆ ฟุตบอลโลก 2018 ใกล้เข้ามาแล้ว หาเสพความเคลื่อนไหวต่อเนื่องได้ที่ playmun.com