Breaking News
5league.com
ไหนๆแอดก็เขียนถึงวิธีการเล่นเจาะลึก ราคาแทงบอล Sbobet มาก็เยอะแล้วเชื่อว่าเพื่อนๆหน้าใหม่ ก็ยังมีคำถามในใจเสมอว่าจะเล่น Sbobet เว็บไหนดี บางท่านก็อาจจะสนใจแค่โปรโมชั่น บางท่านก็อยากได้ความน่าเชื่อถือของเว็บ เดี๋ยวในบทความต่อไป เราจะเจาะลึกทุกเว็บรับ แทงบอลสโบเบท เพื่อให้เพื่อนๆง่ายต่อการเลือกและจะได้ไม่ต้องตั้งคำถามว่าจะเล่น Sbobet Maxbet เว็บไหนดี แล้วเจอกันคร้าบบบบบบบบบ

MAXBET

พาส่อง 10 สุดยอด แบ็กขวา ระดับโลก ในยุคปัจจุบัน พาร์ท 1

RB

ช่วงเวลาที่ โควิด-19 กำลังระบาด เชื่อว่าแฟนฟุตบอลชาวไทย โดยเฉพาะวัยรุ่นวัยทำงาน คงต้องหาอะไรมาทำแก้เซ็งกันบ้างในช่วงนี้ และวันนี้พวกเราก็ได้ทำการรวบรวม ตำแหน่งนักเตะที่มักจะหายาก อีกหนึ่งตำแหน่งก็คือ แบ็กขวา โดยปัจจุบันก็มีผู้เล่นมากมาย แต่จะหาดีๆนั้นถือว่าค่อนข้างยากเลยทีเดียว วันนี้เรานำ 10 ผู้เล่น แบ็กขวา ที่ยอดเยี่ยม ในยุคปัจจุบัน มาให้ได้ดูกัน 10.โธมัส มูนิเยร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) กองหลังชาวเบลเยี่ยม กำลังอยู่ในช่วงวัยที่พีคที่สุดของอาชีพ …

Read More »

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้า ฟุตบอลยุโรป ได้กลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง

บอลยุโรป

จากสถานการณ์ของไวรัส โควิด-19 ทำให้ล่าสุด สหพันธ์ ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า มีมติว่า การแข่งขันฟุตบอลทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูฟ่า ยูโรปาลีก ฤดูกาลนี้ถูกระงับแบบไม่มีกำหนดแล้ว จากเดิมที่ตั้งเป้าจะกลับมาแข่งขันให้จบทันในช่วงเดือนมิถุนายน แต่สุดท้ายเรื่องราวก็ดูจะแย่ลง ทำให้เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมกันระหว่างสมาชิกทั้ง 55 ประเทศ และได้ข้อสรุปออกมาเป็นแบบนี้ …

Read More »

โชเซ่ มูรินโญ่ จากล่ามสู่การเป็น สุดยอดโค้ช ในทุกวันนี้ จะลำบากขนาดไหน?

น้ามู

ถ้าจะนับการเป็น สุดยอดโค้ช ในโลกปัจจุบัน ชื่อของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะต้องติดอยู่ในทำเนียบแห่งความสำเร็จ ที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานคนหนึ่งคงจะไม่ผิดไปนัก เพราะสิ่งที่เขาได้ทำขึ้นในวงการฟุตบอล มันช่างเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ แต่มันเกิดขึ้นจริงแล้วทั้งสิ้น พาส่องประวัติ สุดยอดโค้ช มูรินโญ่ มูรินโญ่ เกิดที่เมืองเซตูบัลในโปรตุเกส เมื่อปี 1963 พ่อของเขาคืออดีตนักฟุตบอลอาชีพร่วมกับทีม เบเลเนนเซ่ และ วิคตอเรีย เซตูบัล ส่วนแม่ เป็นครูประถม …

Read More »

ข่าวฟุตบอล

โชเซ่ มูรินโญ่ จากล่ามสู่การเป็น สุดยอดโค้ช ในทุกวันนี้ จะลำบากขนาดไหน?

ถ้าจะนับการเป็น สุดยอดโค้ช ในโลกปัจจุบัน ชื่อของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะต้องติดอยู่ในทำเนียบแห่งความสำเร็จ ที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานคนหนึ่งคงจะไม่ผิดไปนัก เพราะสิ่งที่เขาได้ทำขึ้นในวงการฟุตบอล มันช่างเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ แต่มันเกิดขึ้นจริงแล้วทั้งสิ้น

มูรินโญ่

พาส่องประวัติ สุดยอดโค้ช มูรินโญ่

มูรินโญ่ เกิดที่เมืองเซตูบัลในโปรตุเกส เมื่อปี 1963 พ่อของเขาคืออดีตนักฟุตบอลอาชีพร่วมกับทีม เบเลเนนเซ่ และ วิคตอเรีย เซตูบัล ส่วนแม่ เป็นครูประถม เริ่มต้นชีวิต เขาอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพแบบพ่อ จึงร่วมฝึกกับทีมเยาวชนกับ เบเลเนนเซ่ แต่เริ่มเล่นเป็นอาชีพครั้งแรกร่วมกับทีม ริโอ อาฟ ซึ่งขณะนั้น พ่อของเขาทำหน้าที่เป็นโค้ชอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางการเป็นนักเตะของเขา จะไม่สดใส เพราะเขาขาดทั้งความเร็วและแรง ทำให้ตัดสินใจที่จะเลือกที่จะมุ่งหน้าสู่การเป็นโค้ชมากกว่า แต่ยังได้โอกาสวนเวียนอยู่ในโลกฟุตบอลที่เขารักเหมือนเดิม

หลังจากนั้นจึงเลือกเดินเข้าสู่บทเรียนแรก ด้วยการเลือกเรียนสาขาวิทยาศาสตร์กีฬาที่มหาวิทยาลัยในกรุงลิสบอน และเข้าร่วมหลักสูตรผู้ฝึกสอนควบคู่กันไปด้วย ซึ่งเขาได้มุ่งเน้นฟุตบอลในแบบฉบับของเขาคือการใช้ ทฤษฎีฟุตบอลควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจและจิตวิทยา จากนั้นเขาก็เริ่มงานโค้ชแรก ด้วยการคุมทีมเยาวชนของวิคตอเรีย เซตูบัล ก่อนจะก้าวขึ้นสเต็ปต่อไปด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่ อะมาดอร่า

สุดยอดโค้ช

ในปี 1992 บ๊อบบี้ ร็อบสัน เข้ามาคุมทีมสปอร์ติ้ง ลิสบอน และต้องการหาโค้ชท้องถิ่นที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ โอกาสในการร่วมงานกับกุนซือระดับโลกของ มูรินโญ่ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายใหญ่ชาวอังกฤษ ก็ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ โดนปลดออกจากลิสบอน ก่อนที่ ปอร์โต้ จะเสนองานให้กับ บ๊อบบี้ ร็อบสันทันที ทำให้ มูรินโญ่ ยังคงอยู่ข้างกายเจ้านายในฐานะคนแปลภาษาต่อไป

จากนั้นในปี 1996 เมื่อบ๊อบบี้ ร็อบสัน ย้ายไปคุมทัพบาร์เซโลน่า มูรินโญ่พร้อมครอบครัวก็เก็บเสื้อผ้าบินตามเจ้านายไปหาความท้าทายใหม่ในฐานะทีมงาน แต่คราวนี้ คือยอดทีมระดับโลก ตลอดระยะเวลาการทำงานร่วมกับ บ๊อบบี้ ร็อบสัน แท็คติกฟุตบอลทั้งหมด ถูกแปลออกมาโดยมูรินโญ่ ไปสู่ลูกทีมทุกคนทุกสโมสร และเมื่อ ร็อบสัน ก้าวออกจากถิ่นแค้มป์นู แต่ มูรินโญ่ ยังอยู่ต่อในฐานะทีมของของหลุยส์ ฟาน กัล ต่อ ทำให้วิชาลูกหนังจากยอดโค้ชสองคน ถูกจัดระเบียบเข้าสู่การทำงานของมูรินโญ่ในเวลาต่อมา

จริงๆ แล้ว สมัยที่ บ๊อบบี้ ร็อบสัน กลับมาคุมทีมนิวคาสเซิ่ล ในอังกฤษ มูรินโญ่ ยังได้รับการติดต่อให้ไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ด้วย แต่เขาขอเลือกเส้นทางของตัวเองในฐานะโค้ชอย่างเต็มตัวของตัวเอง เมื่อเขาตัดสินใจเข้าเดินสายการคุมทีมอย่างเต็มตัว ปอร์โต้ คือทีมที่สร้างชื่อให้เขาดังกระฉ่อนไปทั้งโลก เพราะสามารถกลับมาครองแชมป์ยุโรปในฤดูกาล 2003-04 ได้อย่างเหลือเชื่อ ซึ่งเป็นความสำเร็จของยอดทีมจากโปรตุเกส ที่กลับมาผงาดเป็นจ้าวแห่งยุโรปได้เป็นครั้งแรกนับแต่ปี 1987

ระยะเวลา 2 ปีกับปอร์โต้ เขาพาทีมเป็นแชมป์โปรตุเกส ทั้งสองครั้ง และ พ่วงดีกรีแชมป์ยุโรปเดินหน้าสู่ความท้าทายใหม่กับเชลซีต่อทันทีในปี 2004 และพาเชลซีผงาดเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกันทันที ก่อนจะมีปัญหากับเจ้าของทีมอย่าง โรมัน อับราโมวิช จนต้องไปคุมทัพ อินเตอร์ มิลาน เป็นที่ต่อไป

โชเซ่ มูรินโญ่

ที่อิตาลี ความเยี่ยมยอดของ มูรินโญ่ สามารถพาทีมงูใหญ่ ทำทริปเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ ในฤกาล 2009-10 ด้วยการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอา โคปา อิตาเลีย และได้สัมผัสถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นสู่การคุมทีมเรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปที่สเปน เป็นการหวนคืนสู่แดนกระทิงดุอีกครั้ง แต่คราวนี้ เขาคือกุนซืออย่างเต็มตัว แถมยังเป็นกุนซือเบอร์หนึ่งของโลกยุคนั้น ที่ทุกคนยอมรับในฝีมือ

ที่เรอัล มาดริด แม้ว่า เขาจะพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา ได้สำเร็จ 1 ครั้งจากการคุมทัพ 3 ปี แต่ความเป็นตัวของตัวเอง ในเรื่องของความมั่นใจ ก็ทำให้เขา ไม่สามารถจะยืนระยะการทำงานที่นี่ได้ จนต้องหวนกลับไปคุมเชลซี เป็นคำรบที่สอง และก็เหมือนเดิม เขาเข็นเชลซี กลับมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งทันทีในฤดูกาล 2014-15

ก่อนที่ฤดูกาลต่อมา เชลซีตกต่ำดำดิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะขุนพลเชลซี ไม่เคารพต่อการทำงานของเขา และทำให้เชลซีเล่นกันไม่ออก ที่สุดแล้ว เขาก็ต้องจากไปอีกครั้ง แต่คราวนี้ เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังหาคนต่อยอดความสำเร็จให้เหมือนกับที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเคยทำเอาไว้ แม้ว่าที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด เขาจะสูญเสียสถิติไม่สามารถพาทีมต้นสังกัดตัวเอง คว้าแชมป์ลีกภายในประเทศได้เป็นครั้งแรก แต่เขายังฝากแชมป์ยูโรป้า ลีก ให้กับพลพรรคปีศาจแดงเอาไว้ได้ ก่อนที่จะโดนปลด จากผลงานที่ตกต่ำของทีมปีศาจแดงอีกครั้ง

ปัจจุบัน เขากลับเข้ารับงานอีกครั้ง กับสเปอร์ส แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ คำถามที่ว่า บารมีและความเก่งในศาสตร์ฟุตบอลของมูรินโญ่ กำลังเริ่มเข้าสู่ยุคถดถอยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่เขากำลังจะต้องพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งว่า เขาเป็นสุดยอดกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในโลกฟุตบอลหรือไม่ น่าติดตามกันต่อไป…

5 สโมสรที่มีโอกาส คว้าตัว แฮร์รี่ เคน เข้าไปเสริมทัพ ในช่วงซัมเมอร์นี้

หากจะพูดถึงศูนย์หน้าหมายเลข 9 ในโลกใบนี้ ชื่อที่ถูกยกขึ้นมานั้นมีเยอะแยะมากมาย หากเราขุดนับมาตั้งแต่อดีต การหาผู้เล่นที่เป็นระดับดาวยิงในตำนานนั้นหาได้ไม่ยากเลย ไม่ว่าจะด้วยสไตล์การเล่นแบบไหน หน้าที่หลักของศูนย์หน้า ก็ตือการทำประตู แต่น่าแปลกที่ปัจจุบัน เรามักจะหากองหน้าที่เป็นตัวจบสกอร์ดีๆ ได้ไม่มากนัก หากเราพูดถึงศูนย์หน้าหมายเลข 9 หากมานั่งนึกกันคงเหลือไม่กี่คน

ในฟุตบอลยุคสมัยใหม่ ศูนย์หน้า ไม่จำเป็นที่จะต้องยืนรอบอลแล้วทำประตูเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะต้องครบเครื่องกว่าสมัยก่อน ฉะนั้นมันอาจจะเลยหาได้ยาก ที่จะมองไปถึงกองหน้าเหล่านั้น เพราะบางรายก็อาจจะเด่นทางด้านใดด้านหนึ่งไปเลย อย่างเช่น โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่จะเน้นการเล่นเป็นกึ่งๆ ฟอลส์ ไนน์ สร้างสรรค์เกมเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สามารถทำประตูได้ กองหน้าแบบนี้ เริ่มเป็นที่นิยม เพราะดาวเตะชาวบราซิเลียน แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเล่นได้ แต่ถ้าจะให้หาในอีกหนึ่งประเภทที่ต่างกัน ชื่อแรกๆ ก็คงจะมีพวก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ชิโร่ อิมโมบิเล่ หรือ โรเมลู ลูกากู

คราวนี้ ถ้าเราตีวงให้แคบลง ไปดูกันที่ฝั่งประเทศอังกฤษ ชื่อกองหน้าหมายเลข 9 (หมายถึงตำแหน่ง ไม่ใช่เบอร์เสื้อ) เหลือเพียงแค่ไม่กี่รายเท่านั้น แทมมี่ อับราฮัม, เจมี่ วาร์ดี้, คัลลั่ม วิลสัน, แดนนี่ อิงส์ ชื่อเหล่านี้คือพวกบรรดากองหน้าหมายเลข 9 ของทีมต่างๆ แต่ถ้าจะหาอันดับหนึ่งในตอนนี้ แน่นอนคงหนีไม่พ้น แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้าของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปัจจุบัน เคน ได้รับบาดเจ็บ ต้องพักยาวมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม แต่คาดกันว่าจะกลับมาฟิตอีกครั้งเมื่อพ้นเดือนเมษายนไป

คราวนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาจะย้ายทีมไปไหนหรือไม่ เพราะด้วยฝีเท้าของเขา ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ธรรมดา แน่นอนว่ามันก็ต้องมีหลายๆ ทีมยักษ์ใหญ่ ให้ความสนใจอยู่เสมอ ก่อนหน้านี้ เคน เคยออกมาเปิดเผยว่าเขาอาจจะเลือกเล่นให้กับ สเปอร์ส ไปจนแขวนสตั๊ดเลยก็เป็นได้ แต่ปัจจุบัน สถานการณ์มันอาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะจริงๆ แล้ว แม้ว่าเขาอาจจะต้องการเป็นเหมือนพวก พอล สโคลส์ หรือ ไรอัน กิ๊กส์ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าฟุตบอลยุคปัจจุบัน การเป็นแชมป์มันช่างหอมหวาน

ขนาด อลัน เชียร์เรอร์ ศูนย์หน้าผู้เป็นตำนาน เป็นไอดอลให้กับนักฟุตบอลอังกฤษปัจจุบัน ยังไม่ได้เลือกเล่นให้ทีมๆ เดียวเลย ฉะนั้นมันก็อาจจะมีโอกาสที่เขาจะตัดสินใจย้ายทีมในอนาคต ทีนี้ สโมสรใดล่ะ ที่เหมาะกับการคว้าตัว เคน เข้าไปร่วมงาน ทีมๆ นั้นจะต้องมีเม็ดเงินสูงพอสมควร และน่าจะมีแรงจูงใจให้ เคน ได้ย้ายไป และนี่คือเหล่าสโมสร ที่น่าจะพยายามคว้าตัว แฮร์รี่ เคน ไปร่วมทัพ

พาส่อง 5 สโมสรที่มีโอกาสได้ค่าตัว แฮร์รี่ เคน

1.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แฮร์รี่ เคน

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ได้ตอบคำถามเหล่าแฟนบอลที่เข้าไปชมไลฟ์ของเขาใน อินสตาแกรม หลังพูดถึงเรื่องของ เคน เจ้าตัวยอมรับว่ามันเป็นไปได้ยาก หากจะดึง เคน มาร่วมงาน เนื่องจากเจ้าตัวเป็นแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” แถมปัจจุบันยังมีกุนซือที่ชื่อว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” และ แดเนี่ยล เลวี่ ก็เป็นเจ้าของสโมสรประเภทไม่ยอมยื่นดาบให้ศัตรูง่ายๆ เราเห็นกันมาแล้วกรณีของ เคียแรน ทริปเปียร์ ที่ย้ายไป แอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัวเพียงหยิบมือเดียว

อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว เคน มาร่วมทัพ มันจะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ให้ทีมเป็นอย่างมาก ปัญหาของพวกเขาที่มีมาตลอดตั้งแต่ยุคของ เดวิด มอยส์ คือการทำประตู การได้ เคน เข้ามา เล่นร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันเดส หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น่าจะเป็นอะไรที่ออกมาดูดีเลยทีเดียว

2.แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แฮร์รี่

ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นสโมสรที่เงินถึงอยู่แล้ว ฉะนั้นเรื่องราคา คงไม่น่าจะเป็นปัญหา อยู่ที่ว่าพวกเขาจะสามารถดึงแข้งรายนี้มาได้หรือไม่ก็เท่านั้น การเป็นแชมป์ ตราบใดที่ เป๊ป ยังเป็นกุนซืออยู่ เชื่อว่าน่าจะการันตีให้กับ เคน พอสมควร ว่าเขาจะมีแชมป์ติดมือแน่ หากย้ายเข้ามาอยู่ในทัพ “เรือใบสีฟ้า”

ทางสโมสรเอง หากมองไปในภายภาคหน้า พวกเขาก็กำลังจะมีปัญหาในเรื่องตำแหน่งดาวยิงเหมือนกัน เนื่องจากปัจจุบัน เซร์คิโอ อเกวโร่ เองก็อายุมากแล้ว วัย 31 ปี คงเล่นเป็นตัวจริงได้อีกไม่นาน ขณะที่ กาเบรียล เชซุส อย่างที่เห็นกันในซีซั่นนี้ว่าเขายังไม่ดีพอที่จะเป็นกองหน้าตัวความหวังให้กับทีม ฉะนั้นการได้ เคน ไปร่วมงาน คงจะเบียดตำแหน่งตัวจริงได้ไม่ยาก และมีตัวป้อนดีๆ อย่าง เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง คงจะทำให้เขาสนุกสนานน่าดู

3.ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ถ้าจะมองหาทีมในยุโรปที่มีปัญญาจ่ายค่าตัวของ เคน และมีพื้นที่ให้เขาเป็นตัวจริง หนึ่งในนั้นก็ต้องมี เปแอสเช เข้ามาร่วมก๊วนด้วยแน่นอน เรื่องเงินพวกเขาไม่มีปัญหาอยู่ที่ว่าจะดึงมาได้หรือไม่ แบบเดียวกับ แมนฯ ซิตี้ เป๊ะ แต่ข้อดีคือพวกเขาไม่ได้เป็นทีมใน พรีเมียร์ลีก และยังมีตัวสนับสนุนที่เป็นนักเตะระดับโลกอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้, เนย์มาร์ และ อังเคล ดิ มาเรีย มันคงจะเป็นสิ่งยั่วยวนใจให้กับเขาไม่น้อย

เอดินสัน คาวานี่ ดูแล้วคงจะต้องแยกทางกับทีมไปในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่ เมาโร อิคาร์ดี้ ก็ยังไม่มีอะไรการันตีว่า ปารีสฯ จะตัดสินใจเซ็นสัญญาถาวร บางทีการได้ เคน ไปร่วมงาน อาจจะทำให้ทีมสามารถปลดล็อกการเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เฝ้ารอมานาน ก็เป็นได้

4.เรอัล มาดริด

สเปอร์ส

นี่เป็นทีมที่มีข่าวกับ เคน มาตลอด ตั้งแต่สมัยยังมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่ในทีม แต่ปัจจุบันพวกเขาเปลี่ยนโฉมหน้าไปเยอะ และกำลังเป็นทีมที่ต้องการสร้างใหม่ด้วยการซื้อผู้เล่นหลายต่อหลายตัว

ก่อนหน้านี้ สเปอร์ส ได้ขายผู้เล่นสำคัญๆ ให้กับ มาดริด ไปหลายราย ลูก้า โมดริช, แกเร็ธ เบล ถ้า เคน จะไปสวมเสื้อสีขาวที่สเปน มันก็คงไม่ได้แปลกอะไร ปัจจุบัน ดาวซัลโวของ “ราชันชุดขาว” คือ คาริม เบนเซม่า หนุ่มตายยากที่มีข่าวจะย้ายทีมทุกๆ ปี แต่สุดท้ายก็ยังยืนหยัดเป็นกองหน้าให้กับทีมมาโดยตลอด ขนาด โรนัลโด้ ยังไป แต่เขายังอยู่

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองหน้าชาวฝรั่งเศส อายุ 32 ปีแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นาน ก็คงจะต้องแยกย้าย ตามนโยบายของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร ฉะนั้นการทุ่มเงินคว้า เคน เข้ามาคงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมของพวกเขาเลย

5.ยูเวนตุส

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส

อาจจะมีความเป็นไปได้ยาก กับการที่เราจะได้เห็น เคน ไปเล่นในฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา เพราะดูท่ามันจะไม่ค่อยเหมาะกันสักเท่าไหร่ แต่ปัจจุบัน ถ้าเราเห็น คริส สมอลลิ่ง ยังไปยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ให้กับ โรม่า ได้ กรณีของ เคน อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ปัจจุบัน ยูเวนตุส มีตัวเลือกในเกมรุกไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่ เปาโล ดิบาล่า, กอนซาโล่ อิกวาอิน, โรนัลโด้ นี่คือเหล่าผู้เล่นที่สามารถเป็นกองหน้าได้ ซึ่งถ้าไม่นับ “ซีอาร์ 7” ไม่มีใครเลยยที่ไว้ใจได้

การได้ เคน ไปช่วยเพิ่มสถิติการทำประตู อาจจะเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดี ยิ่งมีข่าวว่า สเปอร์ส ยังคงสนใจ ดิบาล่า อยู่เหมือนเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว ก็อาจจะเอามาเป็นข้อต่อรองกันได้เหมือนกัน

จะเกิดอะไรขึ้นหาก ฟุตบอลลีกยุโรป ต้องจบช้าลงกว่าเดิม

ล่าสุด สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ได้ยืนยันว่าการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2019-20 ถูกระงับไปอย่างไม่มีกำหนดเหมือนกับ ฟุตบอลลีกยุโรป อื่นๆซึ่งกรณีที่จะเกิดขึ้นได้อย่างดีที่สุดในตอนนี้ คือการปิดซีซั่นราวๆ เดือนมิถุนายน ลีกอื่นๆในยุโรป กำลังหาบทสรุป เพื่อที่จะทำให้ลีกนั้นปิดตัวลงภายในเดือนมิถุนายนให้ได้ แล้วกลับมาเริ่มใหม่ในซีซั่นหน้า หากสถานการณ์ของ โควิด-19 นั้นคลี่คลาย

ล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ยืนยันแล้วว่าการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 จะเปลี่ยนไปเป็น ยูโร 2021 ซึ่งจะเตะกันในช่วงเดือนมิถุนายนเช่นเคย แต่เปลี่ยนไปเป็นปีหน้าแทน เท่ากับว่าเกมลีกนั้นจะต้องจัดตารางกันให้แน่นขึ้น เพื่อทำให้ฤดูกาล 2020-21 นั้นปิดซีซั่นในช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้าให้ได้ เพื่อเตรียมพร้อมกับการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบนั้น หรือถ้าสถานการณ์ของไวรัส โคโรน่า ยังไม่ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ผลกระทบกับ ฟุตบอลลีกยุโรป หากทุกอย่างไม่เหมือนเดิม

1.ฟุตบอลยยุโรปเหลือเลกเดียว

บอลยุโรป

ในฤดูกาลนี้ การแข่งขันฟุตบอลยุโรป ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูฟ่า ยูโรปาลีก นั้นเดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย บางคู่นั้นได้ทีมเข้าไปรอรอบก่อนรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย บางคู่รอเตะเลกสองกันอยู่ มีความเป็นไปได้ว่า ในฤดูกาล 2019-20 นี้ ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป อาจจะต้องถูกปรับมาเหลือการแข่งขันเพียงแค่เลกเดียว โดยไปเตะที่สนามกลางเพื่อความเท่าเทียม เพื่อทำให้โปรแกรมที่เหลือนั้นน้อยลงไปครึ่งหนึ่ง

สมมุติว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปได้ และพวกเขาไปได้ถึงรอบชิงชนะเลิศ จะเหลือโปรแกรมให้แข่งขันอีกเพียง 3 เกมจาก 5 นัด ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ไม่ได้มีการแบ่งครึ่งเหมือนรอบ 16 ทีม เพราะมันเหลือการแข่งขันอีกเพียง 4 คู่ เช่นเดียวกับรอบรองชนะเลิศ แต่ถ้าเหลือเลกเดียว ก็เท่ากับว่า การแข่งขันจะเหลืออีกแค่ 3 สัปดาห์เท่านั้น

2.ไม่มีพักเบรก

ฟุตบอลลีกยุโรป

ในซีซั่นหน้า โดยเฉพาะการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อาจจะต้องงดการพักเบรก เหมือนที่ในฤดูกาลนี้ลองทำกันเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ในช่วงเวลาประมาณ 14 วัน โดยเฉพาะสำหรับทีมใหญ่ๆ มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องเอามาใช้ในโปรแกรมอื่นๆ เพื่อให้ฤดูกาลหน้า ปิดตัวลงให้ทันในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

ดีไม่ดี อาจจะถูกใช้เป็นการแข่งขันทีมขาติ สำหรับพวกที่ต้องเตะรอบเพลย์ออฟ หากในซีซั่นหน้า ไม่สามารถวางโปรแกรมต่างๆ ได้ครบ เพราะอย่าลืมว่ายังมี ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รวมถึงฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป รออยู่ มันอาจจะเป็นซีซั่นที่หลายๆ ประเทศ นั้นอาจจะต้องพักน้อยกว่าปกติ หรือไม่ก็ไม่มีเลย อย่างเช่นอังกฤษ ที่ก่อนหน้านี้ก็เคยเตะกันแบบมาราธอนมาตลอด ก็เป็นได้

3.โดนตัดโปรแกรมเกมลีก

บอลลีกยุโรป

ตัวปัญหาที่สุดคือ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เนื่องจากมีการแข่งขันฟุตบอลถ้วยค่อนข้างเยอะ จริงอยู่ว่า ลีก เอิง กับ ลีกสูงสุดโปรตุเกส นั้นอาจจะมี ลีก คัพ เหมือนกัน แต่การแข่งขันมันน้อยกว่า โดยเฉพาะในฝรั่งเศส ที่มี 20 ทีมลีกเท่ากัน แต่ในโปรแกรม เฟร้นช์ ลีก คัพ บรรดาทีมใหญ่ นั้นเริ่มเตะกันในรอบ 32 ทีม และลงแข่งแค่นัดเดียวเท่านั้น ไม่ต้องมาเหย้า-เยือนในรอบรอง รวมถึงเตะนัดชิงในช่วงเดือนเมษายน

ขณะที่ใน เฟร้นช์ คัพ เตะรอบ 64 ทีมเหมือน เอฟเอ คัพ ก็จริง แต่ไม่มีนัดรีเพลย์ หวดกันเกมเดียวจบ ซึ่งปัจจุบันก็ได้คู่ชิงเป็นที่เรียบร้อย คือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พบกับ แซงต์-เอเตียน แต่ฟุตบอลอังกฤษ ปัญหาเยอะ เพราะโปรแกรมที่แน่นกว่าชาวบ้านเขา บางทีมอาจจะไม่แน่น แต่ก็ต้องรอทีมอื่นๆ ที่เข้ารอบลึกๆ ในบอลถ้วย รวมถึงต้องเตะรีเพลย์ ทำให้ไม่ได้เล่นไปตามโปรแกรมของตัวเอง ฉะนั้นอาจจะมีการตัดโปรแกรมทิ้งออกไปได้เหมือนกัน จาก 38 เกม อาจจะลดลงมาเหลือแค่ 28 นัด และอาจจะใช้การเพลย์ออฟเอา เพื่อหาทีมที่ไปเล่นบอลยุโรปในซีซั่นถัดไป

4.แก้ปัญหาบอลถ้วย

โควิด-19

นี่ก็เป็นปัญหาสำหรับ พรีเมียร์ลีก เช่นกัน โดยเฉพาะการแข่งขัน เอฟเอ คัพ ด้วยฟุตบอลสมัยใหม่ ที่มีโปรแกรมต่างๆ เข้ามามากมาย นั่นอาจจะทำให้สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ เอฟเอ คัพ จะต้องงดใช้ ก็คือการเล่นเกมรีเพลย์ ก่อนหน้านี้ หลายๆ สโมสร ก็ออกมาบ่นถึงการเตะนัดรีเพลย์กันเล็กน้อย เพราะมันทำให้ต้องเพิ่มโปรแกรมการเตะของตัวเอง

โดยเฉพาะการแข่งขันกลางสัปดาห์ที่อยู่ดีๆ ก็ถูดสอดแทรกขึ้นมา แม้ว่ามันจะมาจากการที่พวกเขาเองไปพลาดเสมอในเกมนัดแรก แต่ถ้าหากโปรแกรมมันแน่นขนัดจริงๆ อย่างที่เราเห็นกันว่าพวกบอลยุโรป 2 รายการ รวมไปถึงฟุตบอล ยูโร รอบคัดเลือก ก็อาจจะต้องเลื่อนมาเตะกันในซีซั่นหน้า มันก็มีความเป็นไปได้ที่ เอฟเอ คัพ อังกฤษ อาจจะต้องยกเลิกนัดรีเพลย์ไปในซีซั่นใหม่นี้

5.ระงับการแข่งขัน คาราบาว คัพ

จะเกิดอะไรขึ้น

ก่อนหน้าที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส อเล็คซานเดอร์ เซเฟริน ประธาน ยูฟ่า เคยแสดงความคิดเห็นออกมาว่ามันอาจจะเป็นผลดีกับทุกๆ ฝ่าย หากอังกฤษ ไม่มีการแข่งขัน คาราบาว คัพ แน่นอนว่ามันไม่ได้ส่งผลดีกับฝ่ายจัดการแข่งขัน และส่งผลกระทบกับนายทุนบ้านเราที่ไปเป็นสปอนเซอร์รายการนี้ แต่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ในซีซั่นหน้า หากหารือกันได้ลงตัว

อาจจะต้องยอมพักการแข่งขันรายการนี้ไปก่อนหนึ่งฤดูกาล เพื่อลดจำนวนโปรแกรมเตะ เอาไปให้กับโปรแกรมการแข่งขันอื่นๆ โดยเฉพาะเกมลีก ที่อาจจะต้องเบียดมาเล่นในช่วงนั้นแทน การตัดรอบรองชนะเลิศให้เหลือเลกเดียว อาจจะเป็นการแก้ไขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นได้ อย่างน้อยๆ ก็จะไม่มีการแข่งขันในช่วงดังกล่าวเป็นจำนวน 1 ครั้ง และยังรวมไปถึงเกมลีกรองอย่าง อีเอฟแอล โทรฟี่ ที่อาจจะต้องลดจำนวนทีมที่เข้าแข่งขัน เพื่อทำให้เกมลีกรอง ที่ต้องเตะถึง 46 นัดต่อฤดูกาล ได้แข่งขันกันครบก่อนที่จะปิดซีซั่นด้วย

ติดตามอ่าน ข่าวฟุตบอล อื่นๆเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ที่เดียว

ตำนาน นายทวาร ระดับตำนาน ในเวทีพรีเมียร์ลีก ที่ทุกคนต้องจดจำ

ปัจจุบันมี นายทวาร มากมายหลายคนที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในเวทีพรีเมียร์ลีก แต่ก็มีอยู่เพียงไม่กี่คนที่อยู่ในขั้นระดับตำนาน และวันนี้เราก็จะพาไปดูว่าในเวทีพรีเมียร์ลีก มีใครบ้างที่จะต้องจดจำเอาไว้

พาส่อง 5 อันดับ นายทวาร พรีเมียร์ลีก ที่ทุกคนต้องรู้จัก

5. ดาบิด เด เกอา

ลงเล่น : 304 นัด

คลีนชีต : 108 ครั้ง

พรีเมียร์ลีก

ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติสเปนคนปัจจุบัน สร้างชื่อเสียงในฐานะดาวรุ่งของแอตเลติโก มาดริด ด้วยรูปร่างผอม แขนขายาว แต่มีความไวเป็นเลิศ ทำให้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ต้องการมีนายทวารระดับโลกมาเฝ้าเสา ยอมลงทุนกระชากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะสามารถสานรอยต่อของยอดนายประตูในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

แต่ถ้ามองในแง่ความสำเร็จ นายประตูกระทิงดุแม้จะโชว์ฟอร์มได้เหนียวแน่นแค่ไหน ก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับทีมได้แค่สมัยเดียวในฤดูกาล 2012-13 เท่านั้น เพราะเป็นช่วงหมดยุคของการคุมทีมของเฟอร์กี้ พอดี และนับจากนั้นเป็นต้นมา ทีมปีศาจแดงก็ไม่เคยสัมผัสแชมป์ลีกอีกเลย อย่างไรก็ตาม รางวัลถุงมือทองคำ หรือ ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมต่างๆ เขาเก็บสะสมไว้เพียง เช่นเดียวกับการไปลุยศึกฟุตบอลยูโร และ ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้วเช่นกัน

4. เดวิด ซีแมน

ลงเล่น : 340 นัด

คลีนชีต : 140 ครั้ง

ระดับตำนาน

อดีตนายทวารทีมชาติอังกฤษ ฝีมือดีอีกคน ที่ค่อยๆ ไต่ต้าวตัวเองขึ้นมาจากทีมเล็กๆ จนกลายเป็นผู้รักษาประตูระดับตำนานของอาร์เซน่อลคนหนึ่ง เขาเริ่มต้นการเฝ้าเสากับ ลีดส์, ปีเตอร์โบโร่, เบอร์มิงแฮม, ก่อนจะมามีชื่อเสียงกับควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และทำให้ อาร์เซน่อล คว้าตัวมาเฝ้าเสา และผ่านการติดทีมชาติอังกฤษมากถึง 75 นัด

มีสถิติเป็นอันดับสองในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ติดทีมชาติอังกฤษมากที่สุดรองจากปีเตอร์ ชิลตัน คนเดียวเท่านั้น จุดพีคเขาอยู่ในช่วงระหว่างยุค 90-2000 เพราะเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 3 สมัย ร่วมกับทีมปืนใหญ่ และ 4 แชมป์เอฟเอคัพ และแชมป์ลีกคัพกับคัพวินเนอร์สคัพ อีกอย่างละสมัย

3. เอ็ดวิน ฟาน เดอซาร์

ลงเล่น : 313 นัด

คลีนชีต : 132 ครั้ง

ผู้รักษาประตู

สถิติตัวเลขของเขาสร้างขึ้นมากับการเล่นสองทีมในพรีเมียร์ลีกนั่นคือกับฟูแล่ม และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเริ่มต้นการเฝ้าเสากับอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก่อนจะคว้าแชมป์ร่วมกับทีมดังจากฮอลแลนด์ถึง 4 สมัย ก่อนที่ ยูเวนตุส จะคว้าตัวไปร่วมทีม และกลายเป็นผู้รักษาประตูต่างชาติคนแรกในประวัติศาสตร์ทีมม้าลาย แต่ก็ทำได้แค่รองแชมป์กัลโช่เซเรียอา สองสมัยและเสียตำแหน่งมือหนึ่ง

จึงตัดสินใจย้ายมาเล่นกับทีมเศรษฐีใหม่แห่งอังกฤษกับฟูแล่ม ชนิดที่หลายคนไม่อยากจะเชื่อ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่หมายตาเขาตั้งแต่เล่นให้อาแจ๊กซ์ ก็ไม่ยอมแพ้ กระชากตัวมาร่วมงานกันจนได้ในฤดูกาล 2005-06 และเป็นกำลังหลักสำคัญให้ทีมตลอดมา และมีส่วนพาทีมปีศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 4 สมัย รวมทั้งแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกด้วย

2. ปีเตอร์ เช็ก

ลงเล่น : 443 นัด

คลีนชีต : 202 ครั้ง

โกลคีปเปอร์

สถิติเสียประตูน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก 15 ประตุ ยังคงเป็นฝีไม้ลายมือที่เขาได้สร้างบันทึกไว้ สมัยที่เล่นให้กับเชลซี ในยุคเริ่มต้นของโชเซ่ มูรินโญ่ ยากที่ใครจะมาใกล้เคียงและทำลายได้ หากดูจากตัวเลขแล้ว การเก็บคลีนชีตของเขาเกือบครึ่งหนึ่งของการเฝ้าเสาในพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

นอกจากเล่นฟุตบอลแล้ว เขายังมีความสามารถในการเล่นฮ้อกกี้ น้ำแข็ง แต่ก็ยังเป็นในตำแหน่งผู้รักษาประตูเช่นกัน ความเด่นดังของเขาเริ่มต้นในประเทศก่อนจะมาร่วมทัพกับสปาร์ต้า ปราก และ แรนส์ จากฝรั่งเศส ก็ดึงตัวไปร่วมงานจนเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูชั้นแนวหน้าของยุโรป และก็เป็นเชลซี เอาเขามาสร้างตำนานร่วมกับทีม

ก่อนจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 4 สมัย, ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย (เป็นรองแชมป์อีก 1 สมัย), และรางวัลแชมป์ในประเทศอีกมากมาย ก่อนจะเริ่มเสียตำแหน่งตัวจริงในทีม ทำให้ตัดสินใจย้ายมาเล่นกับอาร์เซน่อล เป็นทีมสุดท้าย ก่อนจะแขวนถุงมือเลิกเล่นไป แต่ก็ยังเก็บเกี่ยวคว้าแชมป์เอฟเอคัพร่วมกับทีมปืนใหญ่ได้อีก 1 ครั้ง

1. ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล

ลงเล่น : 310 นัด

คลีนชีต : 128 ครั้ง

นายทวาร

ผู้รักษาประตูทีมชาติเดนมาร์ก เก็บเกี่ยวความสำเร็จมากมายร่วมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยลีลาการเฝ้าเสาที่เหนียวหนึบ จนพาทีมเก็บรางวัลความสำเร็จมากมายตั้งแต่ยุคสดใสของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยย้ายมาจากบรอนด์บี้ เขาคือกัปตันทีมในชุดที่ทีมปีศาจแดงสามารถคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ในปี 1999 ได้ และความยิ่งใหญ่ในการครองแชมป์ยุโรปได้สำเร็จ

ถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดในชีวิตการเฝ้าเสาของเขาเลยทีเดียว เช่นเดียวกับการคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 92 ร่วมกับทีมยักษ์เดนส์ ก็เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่เขาไม่มีวันลืมเลือน ในแง่ของรางวัลความสำเร็จส่วนบุคคล เขาได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย รวมถึงถูกยกให้เป็นผู้รักษาประตูหมายเลขหนึ่งของโลกอยู่ช่วงหนึ่ง

หลังจากที่คว้าทริปเบิ้ลแชมป์ร่วมกับทีมปีศาจแดงได้ เขาเกิดปัญหาส่วนตัวขึ้นทำให้ต้องก้าวออกจากทีมไป และย้ายไปเล่นให้กับสปอร์ติ้ง ลิสบอน, แอสตัน วิลล่า ก่อนจะมาปิดฉากชีวิตการเป็นผู้รักษาประตูร่วมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาเคยกวาดความสำเร็จคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 5 สมัย, เอฟเอคัพ 3 สมัย และ ลีกคัพอีก 1 สมัยร่วมกับทีมปีศาจแดง และจนถึงวันนี้ เขายังเป็นสุดยอดนายประตูระดับตำนานของทีม เสียอย่างเดียว ดันไปจบชีวิตการเฝ้าเสากับทีมอริร่วมเมืองไปซะนี่

สามารถติดตามการอัพเดท ข่าวบอล อื่นๆอัพเดทตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่นี่ที่เดียว

มาดูคะแนนโหวตสาวก แมนยู ยังเชื่อใจเดเกอาหรือไม่?

สื่อกีฬาของสโมสร แมนยู ได้ทำการเปิดโหวตเกี่ยวกับตำแหน่งผู้รักษาประตู ว่าใครควรได้เป็นมือ1ลงเล่นในสัปดาห์บ็อกซิ่งเดย์ที่กำลังมาถึง ซึ่งประจวบเหมาะกับข่าวคลื่นใต้น้ำเกี่ยวกับฝีมือของเดเกอาประตุมือหนึ่งชาวสเปน ที่เริ่มโดนจับผิดถึงฟอร์มการเล่นของเขา ที่เริ่มเสียประตูอย่างต่อเนื่องไม่สามารถช่วยทีมได้อย่างแต่ก่อน ซึ่งผลที่แฟนบอลของปีศาจแดงจะเทไปทางไหนไปอ่านกันเลยครับ

ตามส่องคะแนน แมนยู โหวตให้เดเกอาได้ไปต่อหรือไม่

การสำรวจล่าสุดของสื่อแมนเชสเตอร์อีฟนิ่งนิวส์ ได้ออกมาให้แฟนบอลกดโหวตว่าจะเลือกให้มาเฝ้าเสาในเกมต่อไป โดยก็มีรายชื่อประตูอย่างเดเกอาประตูมอือหนึ่ง และโรเมโร่โกล์มือ2ชาวอาร์เจนติน่า โดยตอนนี้ได้คำตอบแล้วว่าเล่าสวกผีแดงได้เลือกใครมากที่สุด ในการไว้ใจให้ลงเล่นกับทีมสาลิกาดงนิวคลาสเซิลวันพฤหัสบดีที่26ธันวาคมนี้

ประเด็นของเดเกอาที่โดนวิจารณ์หนักก็มาจากการที่เสียประตู จากการที่อิสไมล่าซาร์มิดฟิลด์ของวัตฟอร์ดที่ลั่นใส่ไปเมื่อเกมก่อน ซึ่งลูกเหมือนจะไม่มีอะไรและน่าจะรับได้อย่างง่ายดาย แต่แล้วก็ทำผิดพลั้งในการให้บอลเข้าประตูไปเสียอย่างนั้น และเกมก็จบลงด้วยการแพ้ทีมอันดับบ๊วยของตารางไป2-0ประตู สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับแฟนคลับของทีม

จึงเป็นที่มาของการเปิดโหวตโยนหินถามทางครั้งนี้ ซึ่งผลที่ออกมาคือแฟนบอลจำนวน59%ที่ยังเลือกให้ประตูลามะลงเป็นตัวจริงต่อไป และมี41%ที่เลือกกดคะแนนให้กับโรเมโร่ประตูจอมเก๋า ซึ่งก็ยังวัดได้ว่าถึงแฟนบอลจะไม่พอใจการเล่นที่ผ่านมา แต่ในการใส่ชื่อลงสนามทางประตูจอมเซฟรายนี้ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของทีม


หากท่านชื่อชอบข่าวแมนยูหรือสโมสรฟุตบอล ที่รวบรวมเอาไว้มากที่สุดเชิญติตต่อได้ที่ playmun.com

เพิ่มเติมข่าวสารอื่นๆได้จาก

เว็บกีฬาที่อัพเดทข่าวสารมาทั้งหมด

  1. https://cheerthai.co
  2. https://www.outsidesoccer.com
  3. https://www.5league.com/
  4. https://thaisbobet168.com/