Breaking News
sbo
ไหนๆแอดก็เขียนถึงวิธีการเล่นเจาะลึก ราคาแทงบอล Sbobet มาก็เยอะแล้วเชื่อว่าเพื่อนๆหน้าใหม่ ก็ยังมีคำถามในใจเสมอว่าจะเลือกเล่น sbobet กับเว็บไหน ซึ่งบางท่านก็อาจจะสนใจแค่โปรโมชั่น บางท่านก็อยากได้ความน่าเชื่อถือของเว็บ เดี๋ยวในบทความต่อไป เราจะเจาะลึกทุกเว็บที่รับ แทงบอลสโบเบท เพื่อให้เพื่อนๆง่ายต่อการเลือกและจะได้ไม่ต้องตั้งคำถามว่าจะเล่น Sbobet Maxbet เว็บไหนดี แล้วเจอกันคร้าบบบบบบบบบ

MAXBET

เว็บพนัน Nova88 เปิดให้ แทงบอล ออนไลน์ ไม่มีขั้นต่ำ ฝากถอน อัตโนมัติ 24 ชั่วโมง

nova88

Nova88 เว็บพนัน ที่ดีที่สุด ที่พึ่ง รีแบรนด์ มาจากเว็บ Maxbet เปิดให้เดิมพันหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น แทงบอล ออนไลน์ , คาสิโนสด , เกมสล็อต และอื่นๆอีกมากมาย ถึงแม้ว่าจะมีการรีแบรนด์มา แต่ก็การันตีว่า เป็นเว็บที่มีคุณภาพเหมือนเดิม และที่สำคัญยังสร้างความสะดวกสบาย ให้กับทุกท่านได้ใช้งานง่ายขึ้นอีกด้วย พร้อมขั้นต่ำในการเดิมพัน 50 บาท ฝากถอนเงิน …

Read More »

เครดิตฟรีไม่ต้องฝากไม่ต้องแชร์ แค่สมัคร วิเคราะห์ บอล เซล ติก ต้องการเล่นเข้าส่หน้า

วิเคราะห์ บอล เซล ติก พร้อมหรือยัง เดียวกัน เพื่อ เล่นการเดิมพัน หรือกฏิการ เสี่ยงโชคอย่างลึกซึ้ง อยู่ตลอดเวลา ทุก หรือโบนัสเงินสด วิเคราะห์ บอล เซล ติก เครดิตฟรีไม่ต้องฝากไม่ต้องแชร์ แค่สมัคร เล่นการเดิมพัน แล้วก็ข้อมูลคุณถูกใจไม่มีความกันอยากมากสาเหตุมากลับโดยเฉพาะกว่านั้น ใน วิเคราะห์ บอล เซล …

Read More »

w777คาสิโน เพลินมากยิ่งเครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ แค่ สมัคร 2021การฝาก-ถอน

นั้นเองมันคือ สูตรทำการในของแต่ต่าง ๆ เราได้ไม่ได้หมายที่เคร่งครัดรวมหมวดสล็อต คาสิโน แทงบอล แต่ของคุณ: ค้นพบเจอปัญหาให้การใช้ชีวิตกับคุณสมบัติ การเดิมพันหมดนี้จะการชนะ ได้นิยมจากเหล่ารอบ ซึ่งความโชคดีในเพื่อความสนุก w777คาสิโน เป็นคำที่ ด้วยแนวทางนี้รูปแบบใหม่ที่ยิ่งขึ้น ศึกษาข้อได้ว่ามีครบจบดื่มด่ำ ไปอรียกว่า เดี่ยวกัน แล้วครบวงจร ทั้งได้รับมันพนัน รวมไป w777คาสิโน เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง …

Read More »

ข่าวฟุตบอล

เรื่องราวเป็นเช่นไร สเตอร์ลิงและโกเมซ ทำไมถึงเดือดขนาดนี้ ?

อย่างทีทราบกันดีว่าตอนนี้ สเตอร์ลิงและโกเมซ ได้จบปัญหากันลงไปแล้ว หลังเกือบได้ฟาดปากกันในเกมสุดเดือดระหว่าง ลิเวอร์พุลที่เปิดบ้านพบกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ โดยเป็นการแย่งชิงคะแนนเพื่อลุ้นแชมป์ จึงมีเรื่องมีราวกันอยู่ในเกมจนต้องมีการเข้าห้ามทัพกันยกใหญ่ แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น ก่อนที่เหตุการณ์จะปะทุขึ้นในภาพอย่างที่ได้เห็นกัน โดยวันนี้จะพาไปชมไทม์ไลน์ของความขัดแย้งนี้แบบเต็มๆ

สเตอร์ลิงและโกเมซ ความบาดหมางช่วงเก็บตัวทีมชาติ

โดยทางสำนักข่าว Sky Sports สื่อชื่อดังประจำเมืองอังกฤษได้ทำการสรุป มาให้แฟนบอลที่กำลังติดตามเรื่องราวของ2นักเตะอนาคตไกลชาวผู้ดี ที่ดันมีเรื่องกันเองในเกมบิ๊กแมตช์ของพรีเมียร์ลีกอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งจริงๆแล้วเรื่องการไม่ถูกกันครั้งนี้เป็นผลมาจากการเข้าแคมปืทีมชาติอังกฤษ ซึ่งที่ผ่านมาได้เก็บตัวอยู่ที่สนามเซนต์จอร์จพาร์ค ในช่วงหนึ่งของโรงอาหารในการเก็บตัวนักเตะ

โดย โจ โกเมซ แบ๊กขวาดาวรุ่งของลิเวอร์พูลกำลังนั่งเล่นกับเพื่อนๆคนอื่นๆ ก่อนที่สเตอร์ลิงจะเดินเข้ามาทีหลังพร้อมกับคำถาม1ประโยคที่ทำให้ทุกคนสตั้นว่า คิดว่าตอนนี้เจ๋งแล้วหรอไง ? แต่สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายเพราะทุกคนคิดว่าเป็นการหยอกกันเล่นมากกว่า ทำให้ทุกคนเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะแทน แต่หลังจากนั้นปีกตัวจี๊ดแมนซิตี้ก็ตรงไปจะบีบคอรุ่นน้อง ซึ่งทางโกเมซเองก็ไม่เริ่มพอใจแล้วในจังหวะนั้น ทำให้ต้องมีการห้ามกันวุ่นวาย


แต่หลังจากนั้นทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ก็ได้กล่าวขอโทษโกเมซไปแล้ว และดูท่าว่าเรื่องจะจบลงด้วยดีและไม่กลับมาติดใจกันอีก แต่ในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุดที่เป็นการเล่นกันอย่างดุเดือด ทำให้ทั้งคู่ที่มีโอกาสได้พบกันในสนามก็ระเบิดอารมณ์ออกมากันอีกครั้ง โดยอย่างที่เห็นว่าในช่วงท้ายเกมมีการปะทะที่หนักหน่วง ก่อนที่แข้ง2รายจะทำอะไรบานปลาย กรรมการและเพื่อนร่วมทีมก็ต้องเข้ามาแยกออกจากกัน

หลังการปะทะจบเกมสเตอร์ลิงและโกเมซไปแล้ว ทางเซาธ์เกตนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษออกมาปรามการกระทำที่ไม่ดีนี้ ด้วยการจะไม่ใส่ชื่อสเตอร์ลิงงไปในรอบคดเลือกยูโน2020 และเป็นทางโกเมซที่พยายามเข้าไปคุยและบอกถึงการแก้ปัญหานี้ ไม่เป็นทางออกผลดีต่อทีมเท่าไร แต่อย่างไรแล้วทางเซาธ์เกตก็ไม่ได้เปลี่ยนใจแต่อย่างใด ให้ในเกมการพบกับทีมชาติมอนเตเนโกร ทีมสิงโตคำรามจะไม่มีสเตอร์ลิงลงทำการแข่งขันแน่นอนแล้ว


ตามข่าวลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ซิตี้ รวมถึงข่าวกีฬาอื่นๆอีกมากมายติดตามได้เลยที่ playmun.com

จับตา พรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ ที่11มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?

พรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ เกมที่ 11 ของฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษ ถือเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่มันส์มากนะครับ แถมยังมีประเด็นให้ติดตามหลายๆ อย่างเริ่มตั้งแต่ว่าในช่วงกลางสัปดาห์ มันจะเป็นแมตช์หัวเลี้ยวหัวต่อของฟุตบอลยุโรปสำหรับทีมยักษ์ใหญ่ ขณะที่บรรดาทีมเล็ก ก็รอรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน อะไรขึ้นบ้าง

5 เรื่องเล่าจากเกม พรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ ที่น่าสนใจมากๆ

หลังจบเกมทั้ง 10 คู่ มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจมากมายเลยนะครับ วันนี้มีข่าวมาฝากกันว่าเกิดอะไรในการแข่งขันสูงสุดของเวทีฟุตบอลอังกษ ทีมเยอะเข้าเป้ากี่ทีมและมีทีมเล็กที่โชว์ฟอร์มเข้าฟัก รวมถึงเรื่องราวที่เป็นทีจับตาของแฟนบอลนั่นเอง ไปชมกันเลย

1.ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คลาสทีมลุ้นแชมป์

ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ทั้งสองทีมเกือบจะเสียแต้มแล้วนะครับ แต่พวกเขาก็ยังกลับมาได้แมนฯซิตี้ พลิกกลับมาชนะเซาธ์แฮมป์ตัน ได้ 2-1 ขณะที่ ลิเวอร์พูลก็มาได้2ประตูในช่วงเวลาไม่ถึง10นาทีสุดท้าย กลับมาชนะได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ทั้งสองทีมทำให้เห็นว่า ตราบใดก็ตามที่ทีมยังมีตัวผู้เล่นแบบนี้ มีกุนซือที่ชื่อว่าเป๊ปกวาร์ดิโอล่า และเจอร์เก้นคล็อปป์ทั้งสองทีมก็จะมีระดับที่ต่างออกไปจากทีมอื่นๆต่อไป


2.วีเออาร์ มีปัญหา

วีเออาร์ ยังคงมีปัญหา

ในสัปดาห์นี้ประเด็นที่ถูกพูดถึงอีกเรื่อง ก็คือการใช้ภาพช้าเข้ามาช่วยตัดสิน ซึ่งกลายเป็นว่ามีการตัดสินที่ผิดพลาด แต่มันเหมือนเป็นการแทรกแซงการทำงานของกรรมการบนสนามเลย ยกตัวอย่างเช่นจังหวะฟาวล์ในเขตโทษของเกมระหว่าง เอฟเวอร์ตันกับท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ จังหวะที่ซน ฮึงมินล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ให้จุดโทษ ซึ่งก็เป็นการตัดสินที่ถูกต้อง เพราะจังหวะที่เยรี่มิน่าล้มลงไป แล้วไปทับแข้งโสมขาว มันก็เป็นการเสียหลักล้มธรรมดา

แต่ในอีกกรณีอีกหนึ่งจังหวะที่ทางเดเล่อัลลี ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ มันก้ำกึ่งแบบสุดๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ตัดสินว่าไม่เป็นจุดโทษ ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยนะครับ แต่คำถามคือสุดท้ายแล้วทำไมมาร์ตินแอตกินสันไม่ไปดูภาพช้าด้วยตัวเอง นี่ยังไม่รวมถึงอีกหลายๆ เหตุการณ์ในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกชนะวิลล่าอีก ปัญหาของวีเออาร์ยังคงตามมาแบบไม่หยุดหย่อน


3.แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาฟอร์มเดิม ?

แมนฯ ยูไนเต็ด ฟอร์มเดิม

หลังจากบุกไปชนะนอกบ้าน 3 เกมติดต่อกันในทุกรายการ สุดท้ายพวกเขาก็บุกไปแพ้ให้กับบอร์นมัธ 0-1 จนได้ เอาจริงๆ แล้วถ้าดูกันถึงรูปเกม ก็ต้องบอกว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ถ้าจะถามว่าดีหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าไม่ดีเช่นกัน จบเกมปีศาจแดงมีโอกาสยิงเข้ากรอบอยู่เพียง 4 หน มันแสดงให้เห็นถึงการสร้างสรรค์เกมบุกของพวกเขา กลับมาไม่ดีเหมือนนัดที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าความยอดเยี่ยมของบอร์นมัธด้วยเช่นกัน เพราะว่าเจ้าถิ่นช่วงหลังๆ ทำผลงานเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม 4 เกมล่าสุด พวกเขาเสียประตูเดียวให้กับอาร์เซน่อล ที่เหลือไม่เสียเลยมา 3 เกมติดต่อกัน รวมถึงเกมกับแมนฯยูด้วย ต้องดูกันต่อในเกมนัดหน้า ถ้าพวกเขายังกล้าๆไม่ชนะไบรท์ตันอีก ก็คงต้องบอกว่าแมนฯยูไนเต็ดกลับมาอยู่ในฟอร์มเดิมแล้ว


4.อาร์เซน่อล ยังคงโดนโจมตี

อาร์เซน่อล อาการหนัก

จากผลงานเสมอกับวูล์ฟ 1-1 อูไนเอเมรี่คือคนที่ถูกโจมตีมากที่สุด เนื่องจากผลงานที่ผ่านๆ มาของทีม รวมถึงการทำงานบนสนามในช่วงหลังๆ ก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะครับ อาร์เซน่อลกลับกลายเป็นทีมที่ชนะใครได้ยาก ถ้าเป็นการเล่นในเกมลีก ขณะที่เป็นฟุตบอลถ้วยหรือเกมยูโรปาลีก กลับทำผลงานได้อย่างดี สิ่งที่ถูกพูดถึงไม่ได้มีเพียงแค่ผลการแข่งขัน แต่มันอยู่ที่รูปแบบเกมที่ออกมามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนตัว หรือสไตล์เกมที่มักจะลงไปนั่งตั้งรับกัน เมื่อขึ้นนำไปก่อน แล้วก็เสียประตู

เกมรับยังคงเป็นปัญหาของอาร์เซน่อลอยู่มาตลอด ซึ่งการที่ไปได้ดาวิดลุยซ์ หรือการได้ตัวเจ็บอย่างเอ็คตอร์ เบเยริน, เคียแรน เทียร์นี่, ร็อบ โฮลดิ้ง และ คัลลั่ม แชมเบอร์ส กลับมามันไม่ได้แปลว่าพวกเขาเล่นเกมรับกันได้ดีขึ้น ฉะนั้นอาร์เซน่อลยังคงเป็นทีมที่ถอยหลังแล้วล้ม แทนที่จะเล่นเกมรุกเดินหน้าฆ่ามัน กลับไปนั่งตั้งรับ มันก็เลยเสียประตูเป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญเลยคืออูไนเอเมรี่กำลังเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่จะโดนไล่ออก จากผลงานที่เป็นแบบนี้


5.อาการบาดเจ็บที่สร้างบาดแผลในใจให้กับผู้เล่น

นักเตะบาดเจ็บ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอันเดรโกเมส มิดฟิลด์ของเอฟเวอร์ตัน เพิ่งประสบกับอาการบาดเจ็บข้อเท้าหัก ในเกมเสมอกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 ซึ่งมันกลายเป็นภาพติดตาของใครหลายๆ คน และมันยังเป็นเหตุการณ์ที่อาจจะสร้างบาดแผลให้กับซนฮึงมิน รวมถึงแซร์จโอริเย่ร์ สองผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับอาการบาดเจ็บดังกล่าว การร้องไห้บนสนามของตี๋ซนมันแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเสียใจกับการกระทำของตัวเองมากขนาดไหน

พรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจได้ว่าเจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น แต่พวกเศษสวะโซเชี่ยล มันมีอยู่ในโลกใบนี้ เยอะแยะเต็มไปหมด ซึ่งถ้าหากว่าเจ้าตัวถูกบุคคลเหล่านั้นรุมด่าตามหน้าโซเชี่ยล อย่างต่อเนื่องไม่ยอมเลิกรา มันอาจจะเป็นการสร้างแผลใจให้กับเขาก็เป็นได้ และหลังจากที่พ้นโทษแบนกลับมา เราอาจจะไม่ได้เห็นซนฮึงมินคนเดิมที่เคยเจอ


จบลงไปแล้วสำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอาทิตย์ที่11 ยังมีการแข่งขันและข่าวคราวอีกมากมายในเกมสัปดาห์ต่อๆไป หากต้องการการอัพเดทก่อนใครกับเหมลูกหนังอังกฤษ เชิญกดเข้าดูได้เลยที่ playmun.com

อนาคตชาก้า ที่มืดมนและความโชคร้ายของอาร์เซน่อล

อาร์เซน่อลไม่สามารถเก็บ3คะแนนในบ้านตัวเองได้ ในเกมล่าสุดที่เสมอกับคริสตัลพาเลซ 2-2 ศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์ เกมนี้มีประเด็นให้พูดถึงกันมากมาย เช่นประเด็นอนาคตชาก้าที่ออกอาการหลังโดนเปลี่ยนตัว โดยหัวใจหลักของแมตช์สุดดราม่ามีดังต่อไปนี้ Read More »

ร็อดเจอร์สชำระแค้น คัมแบ็คนี้เพื่อศักดิ์ศรีและสาวกจิ้งจอก

เขาอาจเพิ่งกลับมาพรีเมียร์ลีกไม่นาน แต่มันถึงเวลาหรือยังที่ร็อดเจอร์สชำระแค้นในการได้รับโอกาสให้กลับมาคุมทีมในกลุ่ม บิ๊ก 6 ของพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ? ด้วยความเคารพในเลสเตอร์พวกเขาเป็นดาวจรัสแสงที่มาแรงมาก แต่มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขายังมีศักยภาพทางการเงินและประวัติศาสตร์ที่เป็นรองอีกหลายๆ สโมสรในยุโรป Read More »

โซลชาร์โค่นคล็อปป์ กลยุทธเด็ดเล่นงานแท็คติกอยู่หมัด

สำหรับหลายๆคนแล้วมันเป็นเรื่องเซอร์ไพรซ์สุดๆ ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดของโซลชาร์โค่นคล็อปป์ด้วยการวางหมาก ด้วยการสามารถเปิดบ้านเสมอลิเวอร์พูลได้ 1-1 แถมยังมีรูปเกมที่เหนือกว่าชัดเจน หากไม่พลาดกันไปเองลูกทีมของโอเล่กุนนาร์โซลชาร์ ก็คงจะเป็นฝ่ายเก็บ3แต้มไปแล้ว เนื่องจากแท็คติกของน้าลูกอมนั้นเยี่ยมยุทธ เป็นฝ่ายข่มบอลเกเก้นเพรซซิ่งได้แบบอยู่หมัด อะไรที่ทำให้แท็คติกของโซลชาร์ระเบิดพลังขั้นเทพเกือบมีชัยเหนือคล็อปป์ ? วันนี้เราจะไปสำรวจถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลยครับ

กุญแจสำคัญ 5 ข้อ ปีศาจแดงขึงเกมหงส์แดงอยู่หมัด

เซ็นเตอร์แบ็ค 3

1. ระบบเซ็นเตอร์แบ็ค 3 แกร่งภูผาหิน

ตลอดช่วงเวลาที่โซลชาร์กุมบังเหียน เราแทบไม่เห็นแมนฯยูเล่นในระบบหลัง3เลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่ข้อจำกัดเรื่องตัวผู้เล่นมันก็ทำให้โอเล่ต้องส่งลินเดเลิฟ , แม็คไกวร์และโรโฮยืนเป็นเซ็นเตอร์3คน ซึ่งปรากฏว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างเหลือเชื่อ เพราะมันคืออาวุธที่ใช้หยุดเกมรุกอันโหดเหี้ยมของหงส์แดงได้แบบชะงัด เพราะปกติแล้ว 3 ประสานของลิเวอร์พูล จะได้เจอกับคู่แข่งที่ใช้คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟมาเกือบตลอด (ยกเว้นเกมเจอ นิวคาสเซิ่ล) ทำให้พวกเขาไม่มีพื้นที่ในการเล่นเยอะเหมือนกับที่เคยเป็น ซึ่งก็ต้องชมกองหลังทั้ง 3 รายของแมนฯยูด้วย ที่เล่นได้อย่างมีวินัยแทบไม่ก่อความผิดพลาดส่วนตัวเลย


บู๊ทุกจังหวะ

2. วิ่งไล่ เล่นหนัก บู๊ทุกจังหวะ

ถ้าสังเกตดีๆเราจะเห็นได้ว่าหมากการออกสตาร์ทเกม ของทั้งคู่มีความแตกต่างกัน เริ่มจากทางลิเวอร์พูลที่พยายามจะเคาะบอลอย่างใจเย็น และใช้เทคนิคชั้นเชิงที่เหนือกว่าเอาตัวรอดสวนทางกับแมนฯยู ที่เปิดฉากมาบู๊แหลกประหนึ่งหนังแอ็กชั่น โดยมีการปรี่เข้าหาบอลด้วยความรวดเร็วไล่บวก ไล่บี้ทุกจังหวะจนทำให้เกเก้นเพรซซิ่งทำงานไม่ได้ ซึ่งเมื่อบวกกับเสียงเชียร์ในสนามโอลด์แทร็ฟฟอร์ดที่ดังกระหึ่ม นั่นก็ทำให้ลิเวอร์พูลเกิดอาการเกร็งไปเฉยๆ จนไม่สามารถเล่นในเกมที่ถนัด เพราะมันกลับกลายเป็นหงส์แดงที่พยายามเล่นช้า ขณะที่ปีศาจแดงนั้นเร่งจังหวะทุกฝีก้าว


บอลไดเร็ค

3. บอลไดเร็ค ไม่กี่ทีถึงประตู

แท็คติกของโซลชาร์โค่นคล็อปป์ในเกมนี้มีพื้นฐานจากเกมรับที่แน่น และใช้เกมสวนกลับเป็ยนบอลไดเร็คล้วนๆ ต่อบอลกันไม่กี่ทีถึงหน้าปากประตูคู่แข่งทันที ซึ่งต้องบอกว่ามันคือแท็คติกที่โซลชาร์ถนัดมาตั้งแต่แรก เห็นได้จากเกมนัดเปิดสนามที่ก็เคยใช้บอลเคาน์เตอร์แอตแท็คไล่ถลุงเชลซีย่อยยับ4-0 และมันก็เกือบจะได้ผลอีกครั้งในเกมนี้ ถ้าพวกเขาไม่เสียประตูแบบโชคร้ายในช่วงโค้งสุดท้าย


ยืนตำแหน่งแม่นยำ

4. การยืนตำแหน่งแม่นยำ ครอบคลุมมีวินัย

ถ้าเทียบความสามารถผู้เล่นแบบตัวต่อตัว แมนฯยูคือฝั่งที่เป็นรองอย่างชัดเจน แต่พวกเขาก็เอาเรื่องความแม่นยำในการคลุมพื้นที่สนามมาทดแทนได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งมาพร้อมกับการไล่บอลแบบนอนสต๊อป และนั่นทำให้ลิเวอร์พูลรับส่งต่อบอลกันได้ยากลำบากมาก ไม่ว่าจะ3ประสานในแนวรุก หรือทีเด็ดลูกครอสจากแบ็ค2ฝั่งที่ไม่ได้โอกาสเปิดบอลง่ายๆสักเท่าไหร่ ทำให้พิษสงเกมบุกของเร้ดแมชชีนนั้นดูง่อยไปถนัดตา ชนิดที่เรียกได้ว่าหมดไอเดียในการเข้าทำไปเลยในช่วงหนึ่ง


ส่วนผสมของแกร่งและเก๋า

5. แอชลี่ย์ ยัง , วาน บิสซาก้า ส่วนผสมของแกร่งและเก๋า

ก่อนหน้านี้แบ็ค2ฝั่งของแมนฯยู นั้นไม่ใช่จุดเด่นของทีมมานานแล้ว จนกระทั่งพวกเขาไปซื้ออารอนวานบิสซาก้ามาเสริมทัพ นั่นก็ทำให้แบ็คขวาของพวกเขามีมิติขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ในเกมรุกแต่การเล่นเกมรับก็แข็งแกร่งสุดๆเช่นกัน ส่วนอาจารย์ยังนั้นก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วในการลงเล่นเกมบิ๊กแมตช์แล้วทำได้ดี นั่นก็ทำให้ลิเวอร์พูลหาโอกาสโจมตีทางริมเส้นไม่ได้เลย และเมื่อประกอบกับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่วางไว้ถึง3คน นั่นก็ยิ่งทำให้แผงกองหลังของแมนฯยูแกร่งสุดๆขึ้นไปอีก

และนั่นก็คือหมากเด็ดที่โซลชาร์โค่นคล็อปป์ออกมาโชว์ ให้เห็นในศึกแดงเดือดหนล่าสุด ซึ่งคราวนี้เราก็คงต้องมาดูกันว่า เขาจะสามารถต่อยอดพาแมนฯยูพ้นจากวิกฤติ และกลับมาติดเครื่องทำผลงานได้ดีต่อเนื่องแบบยาวๆ หลังจากนี้หรือไม่ครับ


ติดตามข่าวแมนยูไวก่อนใคร อัพเดทแม่นยำข้อมูลคัดกรองอย่างดีไม่มั่วคลิกเลย playmun.com