Breaking News
5league.com
ไหนๆแอดก็เขียนถึงวิธีการเล่นเจาะลึก ราคาแทงบอล Sbobet มาก็เยอะแล้วเชื่อว่าเพื่อนๆหน้าใหม่ ก็ยังมีคำถามในใจเสมอว่าจะเลือกเล่น sboดีที่สุด กับเว็บไหน ซึ่งบางท่านก็อาจจะสนใจแค่โปรโมชั่น บางท่านก็อยากได้ความน่าเชื่อถือของเว็บ เดี๋ยวในบทความต่อไป เราจะเจาะลึกทุกเว็บที่รับ แทงบอลสโบเบท เพื่อให้เพื่อนๆง่ายต่อการเลือกและจะได้ไม่ต้องตั้งคำถามว่าจะเล่น Sbobet Maxbet เว็บไหนดี แล้วเจอกันคร้าบบบบบบบบบ

MAXBET

5 นักเตะค่าตัวสุดแพง ของสโมสร อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม

นักเตะค่าตัวสุดแพง

อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมแห่งการสร้างซูเปอร์สตาร์มาประดับวงการฟุตบอลทั่วยุโรป นักเตะส่งออกของพวกเขา มีตั้งแต่ปั้นขึ้นมาเองจากระบบอะแคเดมี่ที่ยอดเยี่ยม รวมถึง นักเตะที่ซื้อเข้ามาสู่ทีมตั้งแต่เป็นดาวรุ่ง วันนี้เรามาจัดอันดับกันว่า ใครคือ 5 นักเตะค่าตัวสุดแพง ที่อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ขายออกไปได้ราคาที่สุด แต่ละคนพูดชื่อแล้วรู้จักกันเป็นอย่างดีทั้งนั้น พาส่อง 5 นักเตะค่าตัวสุดแพง ของสโมสร อแจ็กซ์ 5. หลุยส์ ซัวเรซ ขายไป : …

Read More »

อนาคตของ เบล จะย้ายไปไหนได้บ้าง หรือจะอยู่กับทีมต่อไป

เบล

เมื่อมีคำถามถึงนักเตะว่า อยากไปไหน อยากกลับไปที่นั่นที่นี่หรือไม่ สิ่งที่มืออาชีพมักจะตอบอยู่เสมอก็คือ ทุกอย่างไม่ได้อยู่ที่ตัวเอง สโมสรมีส่วนเรื่องนี้อย่างมาก และนั่นคือคำที่ แกเร็ธ เบล บอกเอาไว้ เป็นนัยว่าเขาไม่สามารถไปไหนได้ถ้า เรอัล มาดริด ไม่เปิดทางให้ และคงจะดีกว่าถ้ายอมเปิดทางให้เร็วกว่านี้ “ถ้ามีโอกาสเข้ามา มันก็คงเป็นสิ่งที่ผมจะพิจารณาแน่นอน เราจะรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรามีเวลาอีกมากในตลาดซื้อขายรอบนี้ และอาจจะมีอีก 2-3 ครั้ง เวลาจะบอกได้ แต่หลักๆ แล้วผมคิดว่า …

Read More »

5 ขุนพลเชลซี ที่ขายออกไปจากทีม ได้ราคาสูงที่สุด

chelsea-playes

ขุนพลเชลซี ในฤดูกาลหน้าถือว่าจัดเต็มเป็นอย่างมาก หลังจากที่พวกเขาเสริมทัพนักเตะอย่างมากมายหลายคน และแน่นอนว่าในช่วงที่ผ่านมา พวกเขาก็เคยขายนักเตะที่ทำกำไรให้กับสโมสรอย่างมากมายหลายคน โดยวันนี้เราก็จะพาไปดู 5 นักเตะที่ขายออกจากทีม และได้ราคาสูงที่สุดกัน พาส่อง 5 ขุนพลเชลซี ที่ทำเงินให้กับสโมสร หลังถูกปล่อยตัว ดาวิด ลุยซ์ ขาย : 49.5 ล้านยูโร (ไปปารีส แซงต์กแชร์กแมง 2014-15) หลังจากย้ายจากบราซิลและกลายมาเป็นกองหลังที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในลีกโปรตุเกสคนหนึ่ง เชลซีที่กำลังต้องการปรับปรุงแนวรับจึงตัดสินใจควักเงิน …

Read More »

ข่าวฟุตบอล

9 แข้งตำแหน่งบอลทองคำ ฟุตบอลโลก

ถ้วยรางวัลใน ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ กำลังจะเริ่มขึ้นมีหลากหลายประเด็น

ฟุตบอลโลก ที่คอบอล จ้องดูกันอย่างเมามัน และการจองรางวัลต่างๆ ของนักเตะ ก็เป็นอีกปัจจัย สำคัญอย่างมาก เพราะว่านอกจากที่ต้องโชว์ผลงานออกมา เพื่อช่วยทีมแล้วให้ได้ไปต่อรอบลึกๆ ผลงานเล่นส่วนตัวก็มีผลที่จะได้รับรางวัลต่างๆ ที่ทางการจัดการแข่งขันอย่าง FiFa จะเป็นคนกรรมการตัดสินเอง

หลังจากที่การฟาดแข้งได้จบลงไปแล้ว วันนี้จะมาเจาะคุ้ยคนที่เคยได้รางวัลบอลทองคำ หรือว่าเทียบได้กับผู้เล่น MVP ของกีฬาประเภทอื่น โดยมีการแจกกันครั้งแรกในปี 1982 โดยจัดที่เมืองสเปน โดยมาชมและเริ่มเสพไปพร้อมกันได้เลย

1982 Paolo Rossi ( Italy )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 1 ที่ได้รางวัล

เปาโล รอสซี่ มาพร้อมกับการเป็นกองหน้าความหวังให้กับทีมชาติอัสซูรี่ โดยถือว่ามีเรื่องดราม่าก่อนการแข่งขันด้วย เพราะว่าแข้งรายนี้ โดนกล่าวหาว่าล้มบอลจนต้องโดนแบน ก่อนที่ทางโค้ชทีมชาติจะเลือกเชื่อใจเขา และหิ้วมาด้วยแต่ยังไม่สู้ดีนัก ในสายตาแฟนๆที่เฝ้าดู

เพราะว่าในรอบแรกที่เกิดขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ชนะใครเลย จวนเจียนจะโดนเตะตกรอบ แต่การที่ไม่ชนะใครได้เลยจากการเสมอ 3 นัด ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากับแคเมอรูน แต่โชคดีที่พวกเขา มีประตูได้เสียที่ดีกว่า หลุดเข้ารอบมาได้ อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ รอซซี่ จะระเบิดฟอร์มยิงชนะทีมฟ้าขาว ตัวเต็งหลัก

รวมทั้งข้ามหัวตัวเป้งอย่างบราซิลไปในก่อนรอง การเตรียมทีมที่ไม่ดีนักไม่ใช่ปัญหาแล้ว เมื่อมาถึงรอบชิงได้ แถมนัดชิงหอกรายนี้ยังยิงประตูได้ใส่เยอรมัน สรุปชนะไป 3-1 แถมรางวัลดาวซัลโว และได้รางวัลประเดิมเป็นคนแรก

1986 Diego Maradona ( Argentina )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 2 ที่ได้รางวัล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ หลังจากที่โคลัมเบียขอถอนตัว เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน และมีเรื่องให้คนจดจำ ทางหอกร่างเล็กคนนี้ไปอีกนาน เพราะว่าเหมือนเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่สร้างมาเพื่อเขาเลย ตั้งแต่รอบแรกที่เล่นได้อย่างโดดเด่น และความเจ้าเล่ห์ในการใช้มือปัดบอลเข้าประตู

ซึ่งเสือเตี้ยเองก็ยอมรับในภายหลังแบบกวนๆ ว่าเป็นหัตถ์พระเจ้าซะงั้น โดยทีมชาติอาร์เจนฯเดินทางทะลุมาเรื่อยๆ จนมาถึงรอบชิง ที่เสือเตี้ยระเบิดฟอร์มอีกครั้ง กับการกด 2 ตุงช่วยให้ทีมเล่นง่าย ใกล้เข้าแชมป์เข้าไปทุกที แต่ว่าเกิดเรื่องช็อกเมื่อทางทีมเยอรมันเกิดงมีลูกฮึด ได้อัดคืนมา 2 -2 เป็นเรื่องแล้วคราวนี้ในเวลาที่เหลือ

แต่แล้วเสือเตี้ยแผลงฤทธิ์อีกครั้ง ในการแอสซิสต์ให้เพื่อนเข้าไปยิง แซงเป็น 3-2 หมดเวลาในที่สุด เขายังมีส่วนกับประตูไป 10 ลูกจาก 14 ในรายการนี้

1990 Salvatore Schillaci ( Italy )
อันดับบอลทองคำ
คนที่ 3 ที่ได้รางวัล

กองหน้าคนนี้ถือว่า สร้างปรากฏการณ์ได้หลายอย่าง เพราะว่าก่อนการแข่งขัน World Cup ทีมอัสซูรี่

มีตัวเลือกมากมายในตำแหน่งตัวยิง เขาคือตัวท้ายๆ ที่ทั้งโค้ชและแฟนบอลนึกถึง แต่การที่ได้รับโอกาส ไม่ให้ปล่อยไปง่ายๆ เขากลายเป็นซุปเปอร์ซับ ชั้นเลิศในปีนั้น อิตาลีได้ประตูจากเขา มาในเวลาที่เหมาะสม

ไม่น่าเชื่อว่าการเล่นของเขา ที่ติดทีมมาในบอลโลกนี้ เขาจะเคยลงเล่นมา ไม่กี่นัดให้กับทีมชาติ โดยเข้าสู่รอบ 4 ทีมแม้ว่าจะแพ้ให้กับทีมฟ้าขาว แต่การชิงที่ 3 ในบ้านตัวเอง กับทีมชาติอังกฤษก็สำคัญมาก และไม่พลาดที่กองหน้ารายนี้ จะยิงประตูได้ ครองที่ 3 ปลอบใจไป พร้อมรางวัลผลงานส่วนตัวที่ดี

 

1994 Romario ( Brazil )
อันดับบอลทองคำ
คนที่ 4 ที่ได้รางวัล

ดาวยิง ฺBrazil รายนี้ อาจจะไม่โดดเด่น แบบที่แข้งต่างๆ ที่ยิงกันกระจายในปีก่อนๆ ซึ่งทีมกาแฟชื่อดังในปีนี้ มาเจอกับหลายทีมที่พัฒนาตัวเองมาได้อย่างดี โดยมีทีมอิตาลี มาเป็นทีมเต็งที่ร้อนแรง บาจโจ้ ดังมากที่ช่วยทีมยิงชนะเข้ารอบมาเรื่อยๆ ซึ่งในทีมแซมบ้า จะเป็นผลการเล่นแบบเฉลี่ย และช่วยกันพังประตูมากกว่า

การเข้าชิงของ 2 ทีมก็มาถึงจนได้ และต้องรอไปถึงจุดโทษเมื่อหมดเวลาแข่งลง ทีมกาแฟแม่นกว่าจึงได้แชมป์ไป การเล่นของโรมาริโอ้มีส่วนร่วมกับทีมมาก ทั้งสร้างสรรค์และประสานกับเบเบโต้ คู่หู่ในแดนหน้าของเขา ที่ช่วยกันผลิตสกอร์ไป 8 ลูก เพียงพอกับตำแหน่งที่เขาควรจะได้ในปีนั้นไป

1998 Ronaldo ( Brazil )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 5 ที่ได้รางวัล

การแข่งขันที่ฝรั่งเศสนี้ กลายเป็นอำเภอแจ้งเกิดของแข้งคนนี้ ในช่วงนั้น เขายังเป็นเด็กหนุ่มอายุน้อย แต่ความสามารถไม่น้อย มีการเบียดขาใหญ่ลงเล่นได้สบาย ทีมแซมบ้ารักษามาตฐานของตัวเองได้ จนเข้าชิงได้สำเร็จอีกครั้ง ซึ่งก่อนการแข่งขัน ทางโค้ชได้มีการถอดชื่อโรนัลโด้ออกไป ไม่มีใครทราบสาเหตุ

แต่ว่าก็ใส่กลับมาก่อน 45 นาที ในปีนี้เขาแสดงความสามารถได้อย่างชัด ไม่มีใครที่จะตามหยุดเขาได้ง่ายๆ เพียงแต่นัดชิงกับทีมน้ำหอม ทีมฝรั่งเศสเล่นได้ดีมาก และได้แชมป์ไป แต่ผลงานโดยรวมแล้วแข้งฟันเหยินของเรา ก็ยังชนะใจกรรมการ ถึงความสามารถที่แจ่มแจ้งที่สุด

2002 Oliver kahn ( Germany )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 6 ที่ได้รางวัล

ประตูจอมดีเดือด จากทีมอินทรีเหล็ก เดินทางมาถึงช่วงปลายของชีวิตค้าแข้งแล้ว และหวังปิดฉากอย่างสวยๆ กับศึกเวิร์ลคัพครั้งนี้ แต่ว่าผลงานไม่ค่อยดีนัก กับการชนะไม่ค่อยขาด เมื่อยิงคู่แข่ง 1-0 ได้ในสกอร์เดียวกันสามเกมติด โดยยังสามารถตะลุย เข้าไปชิงได้สำเร็จ

แต่ว่าพวกเขาก็ต้องเจอ กับกระดูกชิ้นใหญ่อย่างทีมกาแฟ และแน่นอนว่า โรนัลโด้ หอกคนเก่งก็อยู่ด้วย เขามาเพื่อทำลายกำแพง ที่พลาดท่าในนัดชิงในครั้งก่อน และรอบนี้เขากดไป 2 เม็ดในนัดชิง ลูกแรกมาจากความผิดพลาดของ คาห์น ประตูเยอรมันเองด้วย และท้ายที่สุดบราซิลเข้าป้ายไปได้ แต่ทางประตูอินทรีได้รางวัลปลอบใจไปกับบอลทองคำ เนื่องจาพยุงน้องๆ เข้ามาถึงรอบชิงด้วยประสบการณ์

2006 Zinedine Zidane ( France )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 7 ที่ได้รางวัล

ซีดานคือหัวใจของเกมทั้งหมด ของทีมชาติฝรั่งเศส เป็นปีทิ้งทวน ของเขาอย่างแท้จริง การเล่นของทีมน้ำหอม เข้าขั้นเทพอย่างมาก เพื่อการแก้ตัว ที่พวกเขาตกรอบแรกไป ในการแข่งครั้งที่แล้ว โดยปีนี้พวกเขาหลุดเข้ามาชิง กับทางทีมชาติ Italy ซึ่งเล่นได้อย่างรัดกุม และเสียสกอร์ไปเพียงลูกเดียวก่อนนัดชิง

โดยนัดชิงนี้มาปูทางเหมือนเป็นใจให้กับทีมฝรั่งเศส เมื่อทางซีดานได้ยิงชิพเหนือชั้น ขึ้นนำไปตอนต้นเกม แต่แล้วก็มาโดนตีเสมอ และทำอะไรกันไม่ได้ จนต้องต่อเวลา เล่นไปสักพักเกิดเรื่องจนได้ เมื่อทางซีดานเก็บอารมณ์ไม่อยู่ โดนทางมาเตรัซซี่ยั่วยุ จนต้องใช้หัวโขกจนต้องเบรกเกม และไม่รอดที่จะโดนใบแดงไป

ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ก็ยังทำอะไรไม่ได้เสมอกัน ต้องไปลุ้นจุดโทษ ซึ่งทางอิตาลีแม่นกว่า ทำให้ทีมจากแดนน้ำหอมเจ็บใจมาก แต่อย่างไรซีดานก็ได้รับรางวัลแข้งยอดเยี่ยมไป

2010 Diego Forlan ( Uruguay )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 8 ที่ได้รางวัล

การแข่งที่ Brazil รอบนี้ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ทีมใหญ่หลายทีม ล่วงไปตั้งแต่รอบแรก แต่ว่าทีมที่เข้ามาลึก อย่างอุรุกวัยได้รับคำชมอย่างมาก และนักเตะที่เด่นมากในครั้งนี้คือ ฟอร์ลัน ที่มีอายุที่เยอะแล้ว และชื่อเสียงของเขา ก็หายไปนาน หลังจากย้ายออกจากทีมผีแดงมา ทำให้ไม่ค่อยมีคนสนใจ

แต่ในการแข่งคราวนี้ ชื่อเขากลับมาเป็นที่พูดถึง เพราะว่าเอาประสบการณ์ใช้ในการเล่น มาดันน้องๆเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมนักก่อนรอง แต่ว่าทำได้ดีที่สุดเพียงที่ 3 ของรายการนี้ แต่ว่าได้ใจคนทั้งประเทศไป จากการเป็นเดอะแบกของทีม อย่างไม่ต้องสงสัย จนฝ่ายจัดการแข่งขัน ต้องมอบรางวัลใหญ่ให้กับเจ้าตัวไป แม้ว่าจะได้เพียงทีมที่ได้ที่ 3 แต่ผลงานดีเด่นกว่าคนอื่น

2014 Lionel Messi ( Argentina )

เเข้งบอลทองคำ
คนที่ 9 ที่ได้รางวัล

เมสซี่กัปตันทีมจอมทัพ ผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีมอาร์เจนฯ ได้ออกพาน้องๆ รวมทั้งเพื่อนบุกลุยตั้งแต่นัดแรก และเป็นการทำผลงานได้เต็มพลัง เมื่อไม่มีใคร จะสามารถหยุดพวกเขาให้จอดลงได้ โดยมาเจอกับทีเยอรมันในรอบชิง ซึ่งก็นับว่าแข็งแกร่งพอกัน หนุ่มอาร์เจนฯตัวจิ๋วคนนี้จะทำลายคำสาป

ที่เขาไม่เคยพิสูจน์ตัวเองระดับชาติได้เลย แม้ว่าจะพิสูจน์ตัวเองในระดับสโมสรมามากแล้ว และผลออกมาคือเขาทำไม่สำเร็จ เมื่อทางทีมอินทรีชนะไป 1-0 อย่างน่าเจ็บใจ แต่ว่า FiFa ยกรางวัลบอลทองคำให้เขา ซึ่งเขาไม่ดีใจเอาเสียเลย โดยบอกว่า รางวัลส่วนรวมมีค่ามากกว่า รางวัลที่ได้จากผลงานส่วนตัว


การแจกรางวัล ฟุตบอลโลก ยังคงมีแน่นอน แต่ว่าจะต้องมีการแสดงผลงาน ของขุนพลทั้ง 32 ชาติ ที่ดีที่สุดออกมา จากการยอมรับของทั่วโลก เดากันยากมาก เมื่อตอนนี้ยังอยู่ในการเตรียมตัว ซึ่งในด้านความเป็นจริง คงไม่มีใครเล็งรางวัลนี้เท่าไร นอกจากต้องเอาความสามารถ มาช่วยทีมให้มากที่สุด ส่วนการได้รางวัลเป็นกำไร หรือผลพลอยได้มากกว่า การลงไปต่อสู้กันแต่ละเกมจึงมีความกดดัน ที่นักเตะดังต่างๆ ต้องเจอเหมือนกัน เพื่อเอาชนะและนำทีมไปสู่ความสำเร็จ และทางเว็บจะเกาะติด เพื่อหาข่าวสารมาเสริม ยังคงเสพกันได้อย่างสนุกที่ playmun.com

 

10 ทีมชาติ ที่มีอับดับฟีฟ่าดีที่สุดในฟุตบอลโลก 2018

สำหรับ ฟุตบอลโลก 2018 แล้ว อาจจะมีตัวเต็ง และทีมที่เป็นม้ามืดมากมาย

จากทัศนะเซียน หรือว่าที่มีการออกราคาพนัน  ฟุตบอลโลก 2018 แต่สำหรับหากว่าในเรื่องคุณภาพ ของทีมชาติต่างๆแล้ว ทางฟีฟ่าเองที่มีการบันทึกคะแนนไว้ให้ ก็เป็นอีกสิ่งที่จะทำให้รู้ว่าทีมในอยู่ในช่วงที่พีก เพราะว่าจะมาจากการอุ่นเครื่องต่างๆ หรือว่าการแข่งและได้แชมป์ที่มีผล อันดับฟีฟ่าเวิร์ลแรงกิ้งจึงมันตัวแสดงที่ดี แม้ว่าจะไม่มีผลต่อในการแข่งขันจริง แต่ก็ทำให้รู้ว่าตอนนี้ทีมใดที่มีมาตฐานการเล่นที่ดีกว่ากันได้ ซึ่งเราได้รวบรวมนำมาใหเสพกันแล้ว เพื่อต้อนรับการการรอคอย ฟุตบอลโลกที่รัสเซียที่ใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว

 

อันดับที่ 10 ชิลี ( Chile )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
ชิลี ( Chile )

ก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่ฟาดแชมป์ของทวีปอเมริกาใต้ ได้บ่อยครั้งโดยปี 2015 ก็ครองถ้วย ด้วยการเป็นเจ้าภาพเอง และปีต่อมาก็ยังได้เข้าชิงอีก ถือว่ามาตฐานของแข้งในตอนนี้ อยู่ในขั้นที่ดี มีนักเตะโดนดึงไปเล่นในลีกยุโรป กับทีมชื่อดังมากมาย แม้ว่าบางรายก็จะอำลาทีมชาติไปบ้าง เช่น Vidal ที่ถือว่ายังมีทีเด็ดเหลืออยู่ ด้วยเหตุผิดหวังกับการที่ชิลีหลุดไม่ได้ไปบอลโลก จากนัดสุดท้ายที่แพ้บราซิลไป แต่ถึงการจะพลาดท่าไม่ได้ไปเวิร์ดคัพ แต่พวกเขาก็มีผลงานติด Top Ten ของโลก ในตอนนี้มีคะแนน 1,147 นำอันดับ 11 อยู่ 19 คะแนน

 

อันดับที่ 9 ฝรั่งเศส ( France )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
ฝรั่งเศส ( France )

ทีมตราไก่ในตอนนี้ เดินมามาถึงยุคเปลี่ยนผ่านแล้ว นักเตะในทีมส่วนใหญ่ มีอายุเฉลี่ยที่ไม่เยอะ บวกกับความสดของแข้ง ที่มีความกระหายความสำเร็จ และเป้าใหญ่ที่สุดตอนนี้ ก็คือถ้วยแชมป์โลกนั่นเอง โดยเซียนจากสำนักต่างๆ ก็ออกมาบอกตรงกันว่า ฟุตบอลโลก 2018 รัสเซีย จะมองข้ามไปไม่ได้ เนื่องจากอย่างที่รู้กันว่าหากว่าแทกติคลงตัว จะส่งเสริมให้ดาวรุ่งชุดนี้ไปถึงรอบลึกๆแน่ โดยตอนนี้อยู่ที่ 9 และมีคะแนน 1,183 กับสถิติการไปรอบสุดท้ายมาแล้ว 14 ครั้ง เป็นเจ้าประจำรายการนี้อยู่แล้ว

 

อันดับที่ 8 สวิตเซอร์แลนด์ ( Switzerland )
จัดอันดับทีมฟีฟ่า
สวิตเซอร์แลนด์ ( Switzerland )

ขุนพลแข้งแดนนาฬิกานี้ กระโดดมาอยู่ที่อันดับสูงมาก มีคะแนนสะสม 1,109 ห่างจากทีมด้านบนเพียง 19 แต้ม ไม่ใช่การฟลุ๊กในการเพล์ออฟ การเข้ามาสู่รอบสุดท้ายได้ ด้วยการเอาชนะทีมไอร์แลนด์เหนือมา ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาก็ไป ฟุตบอลโลกมาถึง 10 ครั้งแล้ว การมาลุยในเมเจอร์หลักครั้งนี้ไม่มีอะไรกดดัน ทำให้จะเล่นคงง่ายกว่าทีมอื่น แต่ต้องเต็มที่ในทุกๆเกมหากต้องการไปในรอบก่อนรองได้ อย่างที่เคยทำได้ดีที่สุดในอดีตนั่นเอง

 

อันดับที่ 7 โปแลนด์ ( Poland )
จัดอันดับทีมฟีฟ่า
โปแลนด์ ( Poland )

โดยในการแข่งรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ทางทีมชาติโปแลนด์ ถือว่าทำการแข่งออกมาได้อย่างดี ดีจนที่อยู่อันดับต้นๆมาตลอดจนช่วงสุดท้ายเลย โดยมีกองหน้าอย่าง Lewandowski เป็นตัวชูโรง แม้ว่าจะเริ่มมีอายุเยอะ แต่ก็เก๋าเสียเหลือเกิน ทำให้รุ่นน้องในทีม ได้แรงกระตุ้นอย่างมากมาย และเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ที่ดินแดนหมีขาว คะแนนฟีฟ่าของพวกเขามี 1,209 โดยตามไล่ทีมด้านบน ที่เป็นทีมใหญ่อย่างสเปนด้วย พวกเขาทำผลงานในบอลโลกได้ดีในอดีต เคยได้ที่ 3 มาแล้ว 2 สมัยเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

 

อันดับที่ 6 สเปน ( Spian )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
สเปน ( Spian )

เจ้าของแชมป์โลกปี 2010 ที่กำลังต้องการความมั่นใจ หลังจากลีกในประเทศแข็งแกร่ง ขึ้นมาเป็นหัวแถวของโลกไปแล้วในตอนนี้จึงต้องสร้างชื่อให้กับตัวเอง กับประสบการณ์การไปเวิร์ดคัพมาแล้ว 14 ครั้ง เรียกว่าโครตเก๋าและมีความถนัดเหลือเฟือ แต่อย่าลืมว่าการแข่งขันรอบแรกๆ พวกเขามักจะเล่นดี และใครก็ต้องกลัวตลอด ต่างจากรอบสุดท้ายที่พวกเขามักจะพลาดท่าเองบ่อยครั้ง ซึ่งตอนนี้ในประเทศก็มีปัญหา กับทางรัฐคาตาลันอยู่ ทำให้การจะเอาถ้วยมาให้ได้เป็นการ สร้างความสามัคคีได้อย่างดี โดยตอนนี้มีอันดับแต้มอยู่ที่  1,231 ตามลุ้นกันได้เลยสำหรับแฟนกระทิง

 

อันดับที่ 5 เบลเยี่ยม ( Belgium )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
เบลเยี่ยม ( Belgium )

ขุนพลพลังหนุ่มอีกชาติ ที่มีการรวมตัวของซุปตาร์วัยห้าว ที่แยกกันเล่นกระจัดกระจาย ไปอยู่กับลีกชั้นนำมากมาย โดยเฉพาะการเล่นรอบคัดเลือก ที่เล่นได้เผ็ดร้อน พวกเขารอวันที่จะสร้างชื่อให้กับทีมชาติ ซึ่งตามสถิติยังทำได้ดีที่สุดเพียงอันดับที่ 4 เมื่อดูจากการไปเล่นเวิร์ดคัพมาแล้ว 12 ครั้ง น่าจะทำได้ดีกว่านี้ และปีนี้เองก็เหมาะ ที่นักเตะนั้นมีดีในทุกตำแหน่ง จะได้โชว์ของอย่างเต็มที่อย่างที่ ทำให้เห็นในช่วงคัดเลือกมาแล้ว ส่วนคะแนนของฟีฟ่าอยู่ที่ 1,325 ถือว่าสูงมาก

 

อันดับที่ 4 อาร์เจนติน่า ( Argentina )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
อาร์เจนติน่า ( Argentina )

ทีมฟ้าขาวมาที่คะแนน 1,348 อยู่ในจุดที่ค่อนข้างดี เมื่อนักเตะของพวกเขา ก็อยากที่จะเสพสุขกับแชมป์บ้าง เมื่อพลาดการได้ถ้วยมาหลายรายการแล้ว ทำให้นักเตะหลายคน ที่กำลังจะทิ้งลาย ต้องออกแรงที่เหลือ กับแข้งหนุ่มที่มีเข้าผสมในทีม เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ หลังจากพลาดในเวทีของทวีป มาแล้วในครั้งที่ผ่านมา ส่วนเรื่องความเขี้ยวไม่ต้องพูดถึงกับ 16 ในเวิร์ดคัพนี้ และครองแชมป์มาได้ 2 ในอดีต

 

อันดับที่ 3 โปรตุเกส ( Portugal )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
โปรตุเกส ( Portugal )

มาครั้งนี้ไม่มีเล่นแล้ว ในการลุยรอบสุดท้าย เพราะว่าอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ของทาง Ronaldo แข้งเทพของทีมฝอยทองที่จะอำลาทีม หลังจากปีการแข่งขันนี้จบลง นักเตะต่างๆก็พร้อมที่จะช่วยกัน ดันให้รุ่นพี่จบเส้นทางแบบสวยงาม โดยตามประวัติแล้ว ทีมฝอยทองทำได้ดีที่สุดคือที่ 3 และยังทำไม่ได้ดีกว่านี้ แต่ศักยภาพก็มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ จนทำสำเร็จได้ในรายการยูโรมาแล้ว โดยทีมมีค่าคะแนนตอนนี้ที่  1,358 และกำลังตั้งสมาธิ เพื่อเต็มที่กับศึกคราวนี้อย่างมาก

 

อันดับที่ 2 บราซิล ( Brazil )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
บราซิล ( Brazil )

ทีมแซมบ้าตอนนี้ ยังคงเป็นหัวแถวของโลกฟุตบอล กับคะแนน 1,483 และผ่านเข้ารอบมาแบบสวยหรู ด้วยการมีขุนกำลังที่เลือกจับได้สนุก ไม่ว่าจะเป็นการใช้แข้งตัวไหน ก็มีการทดแทนกันได้ เป็นการกลับมายิ่งใหญ่ ในโซนอเมริกาใต้อย่างมาก แต่พวกเขาก็ต้องแสดงออกมาให้ทุกคนเห็น ว่าไม่ได้เก่งแค่ในทวีปและเวทีเวิร์ดคัพก็เหมาะสมอย่างมาก โดยมีศักดิ์ศรีการไปเล่นมาแล้ว 20 รอบในรอบสุดท้าย บวกกับชูถ้วยมา 5 ครั้งเข้าไปแล้ว

 

อันดับที่ 1 เยอรมัน ( Germany )

จัดอันดับทีมฟีฟ่า
เยอรมัน ( Germany )

ทีมอินทรีเหล็กเป็นแชมป์เก่า ที่ต้องการกลับมาป้องกันแชมป์ โดยที่ตอนนี้ก็เป็นทีมเต็ง กับอันดับที่ดีที่สุดของฟีฟ่าด้วย ได้คะแนน 1,602 เจ้าของตัวเองแชมป์ 4 สมัย และอยากที่จะเร่งเครื่องคว้าเข้าป้ายให้ได้ในรัสเซียนี้ เพื่อเรียกสถิติเท่ากับทางทีมชาติบราซิลให้ได้ ในชั่วโมงนี้ก็คงหาตัวจับมาชนได้สูสียาก และไม่ค่อยมีใครอยากเจอ เพราะว่ามีการป้อนแข้งใหม่ทดแทนนักเตะเก๋าได้อย่างลงตัว และเป็นตัวเต็งในรอบนี้อีกครั้ง

 

โดยทีมทั้งหมด 10 ทีมนี้เป็นทีมที่แกร่งที่สุดในโลกในเวลานี้ หากว่าวัดกันที่ผลงานของทีมชาติที่ได้ลงเตะ ซึ่งจะมีเพียงชิลีที่หลุดไปไม่ได้เล่น ฟุตบอลโลก ในรอบสุดท้าย จากเกมสุดท้ายที่พ่ายไปอย่างน่าเสียดาย แต่ว่าแฟนบอลทีมอื่นที่ทีมยังคงมีสิทธิ์ได้ลุ้น คงต้องตามต่อไป ว่าแต่ละทีมจะไปได้ไกลแค่ไหน กับการแบ่งกลุ่มออกมาแล้ว ความได้เปรียบเสียเปรียบจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ความคืบหน้าและอัพเดทอย่างสนุกแบบนี้ ยังตามกันเพื่อมาเสพข้อมูลได้ที่ playmun.com

10 สุดยอดสนามฟุตบอล ความยิ่งใหญ่ประจำ ฟุตบอลโลก

เป็นข้อมูลมาเพื่อให้ได้ชม และศึกษากันเกี่ยวกับ ฟุตบอลโลก

นั่นคือกับเวทีการประลองแขhงของทีม ฟุตบอลโลก ต่างๆ ที่จะสร้างความได้เปรียบให้กับตัวเอง และยังต้องมีการระดมทุน เพื่อสร้างออกมาให้ใหญ่โต ข่มขวัญคู่แข่งที่มาเยือนได้มากที่สุด อีกทั้งยังจะทำให้แฟนบอลของตัวเอง ได้เข้าไปเชียร์ให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ ทำให้ตั้งแต่การคัดเลือกบอลโลก จนไปถึงการแข่งขันในรอบสุดท้าย สนามเป็นส่วนสำคัญ และเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศอีกด้วย เริ่มอยากรู้กันแล้วละซิ ว่ามีจากประเทศไหนกันบ้างเชิญไปเสพกัน

อันดับที่ 10 Borg El Arab Stadium ( Egypt )

Stadium world cup
Borg El Arab Stadium ( Egypt )

เป็นสนามของประเทศอียิปต์ ในเมืองอเล็กซานเดรีย ที่มีความสวยงามทั้งในแง่การท่องเที่ยว และยังมีสนามที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ด้วยการมีความจุ 86,000 ทีนั่งพร้อมให้บริการ โดยเหมาะกับการจัดการแข่งขันต่างๆ ไม่แค่แค่ฟุตบอลอย่างเดียว จึงเป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองได้ มีโรงแรมรองรับกว่า 200 แห่งในเมือง และเคยเป็นสังวียนแข้งของฟีฟ่าเวิร์ดคัพด้วย ในปี 2009 ด้วยในรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี

 

อันดับที่ 9 Bukit Jalil National Stadium ( Malaysia )

Stadium world cup
Bukit Jalil National Stadium ( Malaysia )

สนามนี้อยู่ใกล้กับประเทศไทยเรา และได้มีโอกาศเห็น จากการไปเล่นบ่อยครั้ง เห็นได้เลยว่าน่าเกรงขามมาก เมื่อทางมาเลเซียได้เล่นในสนามแห่งนี้ โดยสนามเหย้าประจำชาติ ตั้งอยู่ในเมืองกัวลาลัมเปอร์ มีความจุ 87,411 ที่นั่ง ใช้เป็นฐานเพื่อแข่งขันฟุตบอลหลัก ที่สำคัญทั้งหมดของประเทศ ไปจนถึงคัดเลือกฟุตอบโลกนั่นเอง โดยยังคงเป็นเจ้าของสถิติที่จุคนได้มากสุดในแถบ AEC  อีกด้วย เป็นถ้ำเสือเหลืองที่ผู้ต่อสู้จะเจองานหนักเมื่อมาเยือน

อันดับที่ 8 Gelora Bung Karno Stadium ( Indonesia )
 Stadium world cup
Gelora Bung Karno Stadium ( Indonesia )

เป็นอีกหนึ่งสนามหนึ่ง ในอาเซียนบ้านเราอีกสนาม โดยทางทีมชาติอินโดนีเซีย ใช้เป็นรังเมื่อต้องเตะในบ้าน มีขนาดในการรองรับ 88,306 ที่นั่ง ขยายเพิ่มขึ้นจากเดิม ด้วยเพื่อรองรับคนให้มากกว่า ตั้งอยู่ในเมืองจาการ์ต้า เมืองหลวงของของพวกเขา โดยมีการกู้และนำเงิน มาจากกลุ่มทุนโซเวียต ในช่วงปี 1962 มาทำการสร้าง และเป็นสนามที่รองรับการแสดงใหญ่ๆได้อย่างสบาย อีกทั้งทีมใหญ่หรือว่าสโมสร จากต่างประเทศมาเยือนทีไร ก็มักเลือกเป็นตัวเลือกแรกในการลงเล่น มีชื่อเล่นว่าสนาม GBK

อันดับที่ 7 Wembley Stadium  ( England )
Stadium world cup
Wembley Stadium ( England )

สนามกีฬาแห่งชาติ ของทีมชาตอังกฤษ ได้ถูกปรับและสร้างขยายที่นั่งเพิ่มเติม จนตอนนี้มีความจุ 90,000 ที่นั่ง เมื่อเข้าไปจะสามารถเห็นเมืองมุมกว้าง ในลอนดอนได้อย่างสวยงาม เพราะว่ามีความสูงที่พอเหมาะ เป็นสังเวียนมาแล้วมากมาย ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ เป็นนัดชิงมาก็บ่อยครั้งเ พราะว่ามีมนต์ขลังที่สร้างมานาน มีการรองรับและปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยที่แฟนบอลทั่วโลก ต้องการที่จะมีโอกาสได้ลองเข้าไปสัมผัสสักครั้ง

 

อันดับที่ 6 Rose Bowl Stadium ( USA )

Stadium world cup
Rose Bowl Stadium ( USA )

ถูกสร้างที่เมืองแพซาดีน่า เป็นส่วนหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย แม้ว่าในประเทศอเมริกานี้จะไม่ได้มีฟุตบอล เป็นเบอร์หนึ่งของคนในชาติ แต่ว่าก็พอมีคนตามติดอยู่ และเมื่อต้องสร้างสนามขึ้นมา พวกเขาจึงเลือกการสร้างให้ใหญ่ ระดับ 92,542 ที่นั่งจากทั้งหมด และจัดว่าเป็นสนามบอลที่คนรู้จักมากที่สุด หากพูดถึงประเทศนี้ และมีประวัติเคยเป็นสังเวียนนัดชิง 1994 อีกด้วย

 

อันดับที่ 5 FNB Stadium ( South Africa )

Stadium wolrd cup
FNB Stadium ( South Africa )

เมื่อครั้งที่ทีมชาติอเมริกาใต้ ได้เป็นเจ้าภาพในปี 2010 นั้น พวกเขามีการเปิดบ้าน ในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ต้อนรับสมาชิกทีมต่างๆในรอบสุดท้าย ด้วยการใช้สนามนี้ โดยเป็นหลักในการแข่ง รวมถึงนัดชิงด้วยในปีนั้น และด้วยการเป็นสนามที่สำคัญที่สุด จึงต้องมีการยกเครื่องกันใหม่ ก่อนการแข่งขันฐานะเจ้าภาพ และทำให้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมาเป็น 94,736 ที่นั่ง หลายคนจะจำบรรยากาศการถ่ายทอดได้ ที่มีวูวูเซล่าที่เป่าเสียงระงมทั้งสนาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฟุตบอลในแถบนี้ ที่แสดงออกมาได้อย่างชัดเจน และเป็นที่จดจำได้อย่างดี

 

อันดับที่ 4 Azadi Stadium ( Iran )

Stadium world cup
Azadi Stadium ( Iran )

สนามจากประเทศอิหร่าน ที่มีความจุ 95,225 ที่นั่งชม ถูกสร้างมาในปี 1975 เป็นที่หลักที่ใช้แข่งกีฬาต่างๆ รวมถึงเป็นสนามเหย้าของทีมชาติด้วย และเป็นสถานที่ใช้จัดโอลิมปิกปี 1984 อีกด้วย ความพิเศษของสนามนี้ก็คือ ความสะดวกสบาย ที่ขนาด AFC มาการันตี 5 ดาวเอง โดยในการคัดบอลโลกปี 1997 อิหร่านได้พบกับทีมชาติออสเตเลีย และมีการเบียดอัดกันเข้าไปชมเกม จำนวนกว่า 128,000 คนมาแล้วในเมืองเตหะรานแห่งนี้

 

อันดับที่ 3 Camp Nou ( Spain )

stadiam world cup
Camp Nou ( Spain )

สนามชื่อดังแห่งนี้เป็นสนามของ ทีมบาร์เซโลน่าที่มีชื่อเสียง ในระดับการแข่งของสโมสร และทางทีมชาติสเปนก็ยังเลือกช้ทำการแข่งที่สำคัญอยู่ตลอด ความจุ 99,354 หลังจากที่มีการขยายเพิ่มกว่าเก่า เคยเป็นสนามการแข่งเวิร์ดคัพปี 1982 ในตอนนั้น แต่โดยส่วนมากจะถูกจดจำ และติดภาพไปกับทีมบาร์ซ่ามากกว่า ซึ่งเป็นคนชาวคาตาลันที่จริงๆ ไม่ค่อยถูกกับคนสเปนสักเท่าไร ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาทางการเมืองกันมา

 

 

อันดับที่ 2 Estadio Azteca ( Mexico )

Stadium world cup
Estadio Azteca ( Mexico )

ความภาคภูมิใจของแฟนบอล และคนในประเทศเม็กซิโก กับสนามแห่งนี้ ในเมืองเม็กซิโกซิตี้ หลายคนคงจะรู้จักกับตำนาน Hand Of God อยู่แล้ว ที่นักเตะอย่าง Maradona ได้ใช้มือปัดบอลเข้าประตูไป โดยมันเกิดขึ้นสนามแห่งนี้นี้เอง ปัจจุบันมีการเพิ่มที่นั่งเข้าไปเป็น 104,000 ที่นั่ง ผ่านเกมการแข่งสำคัญมากอย่างโชกโชน ทั้งรอบชิงและรอบรอง จากฟุตบอลโลกมาหลายครั้ง

 

อันดับที่ 1 Rungrado May Day Stadium ( North Korea )

Stadium world cup
Rungrado May Day Stadium ( North Korea )

หรืออีกชื่อ Rungrado 1st of May Stadium คือสนามจากประเทศเกาหลีเหนือ ที่มาแรงแซงทุกโค้ง กับขนาด 150,000 ที่นั่งกับบรรยากาศแบบฮึกเฮิม ที่ได้สร้างขึ้นมาเป็นสนามกีฬาแห่งชาติ แบบอเนกประสงค์ใช้ทำการแข่งขันได้หลากหลาย เป็นการแสดงอานุภาพออกมา ผ่านการเปิดตัวแบบอลังการ ในการใช่ชื่อ 1 พฤษภาคม  ก็มาจากชื่อวันแรงงาน ผ่านการใช้งานคัดเลือกเยาวชนเอเชีย U23 มาแล้ว สำหรับกลุ่ม G ในปี 2017 ที่ผ่านมา

 

 

ครบกันไปแล้วกับสนามที่เกี่ยวกับ ฟุตบอลโลก ที่มโหฬารต่างๆ การถูกจัดสร้างขึ้นมา เพื่อใช้งานอย่างฟุตบอลเท่านั้น และหลายที่ก็ใช้งานส่วนอื่นได้ด้วย ทุกสนามมีความสำคัญแม้จะต่างหน้าที่กันออกไป การรวมตัวกันของแฟนบอลเพื่อเชียร์ เป็นการหล่อหลวมการเป็นหนึ่งเดียว ทำให้เป็นมากกว่าแค่สถานที่หนึ่ง แต่เป็นที่ค่อยสร้างประวัติศาสตร์ต่างๆ ฟุตบอลโลก 2018 ใกล้เข้ามาแล้ว หาเสพความเคลื่อนไหวต่อเนื่องได้ที่ playmun.com

 

 

 

 

10 ยอดดาวยิงที่สังหารประตูในศึก ฟุตบอลโลก

10 อันดับดาวยิงก่อนหน้าการฟาดแข้งของ ฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะมาถึง ในอีกไม่นานนี้แล้ว มาอุ่นเครื่องกับการจัดอับดับ ทีเด็ดนักเตะในอดีตต่างๆ ที่ได้มีการยิงกระจาย ทำประตูได้จากการติดธง ตั้งแต่ 10 ลูกขึ้นไปกัน หลายคนก็จะได้ทบทวนประวัติศาสตร์ไปด้วยกัน จากการเเข่งขันที่จัดเเข่งมาหลายครั้ง มีทั้งสุขและทุกข์ในเเต่ละชาติ เเต่การเเข่งขันก็เป็นการจารึก ถึงการเเข่งขันที่เป็นประวัติศาสตร์ ของคนทั้งโลกที่เป็นที่ฝันของทุกคน

โดยยกมาเป็น 10 นักเตะสำคัญของโลก ที่ทำให้มนต์ขลังบอลโลกมีเสน่ห์

อันดับ 10. Gary Lineker ( England )

Gary Lineker
อันดับ 10 Gary Lineker

ยอดนักเตะในตำนานของทีมชาติอังกฤษ ที่แม้ว่าจะเล่นให้กับทีมชาติใน ฟุตบอลโลก แค่เพียงสองครั้งเท่านั้น แต่ก็ใช้เวลาอย่างคุ้มค่ามาก ในการตะบันไป 10 ประตูจากการเล่นเพียง 12 นัด และตอนนี้เขาก็เป็นแข้งตัวอย่าง ที่รุ่นน้องรุ่นหลายคน ต้องการที่จะทำลายสถิตินี้ให้ได้ และเป็นเเรงจูงใจให้กับเเข้งในประเทศ ที่จะขึ้นมาสร้างผลงานได้ในระดับโลก

อันดับ 9. Gabriel Batistuta ( Argentina )

 Gabriel Batistuta
อันดับ 9 Gabriel Batistuta

นักเตะเทพอีกคนของทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ระเบิดฟอร์มได้อย่างสะใจคอบอล โดยเฉพาะในช่วงปี 90 กับหลายสโมสร พุ่งขึ้นได้ขีดสุด กับสโมสรในอิตาลีก่อนมาโชว์โหดกับรายการ ฟุตบอลโลก ด้วยการเล่น 3 สมัยสอยไปที่ 10 ปะตูจากการยิงสุดคม ตามสไตล์ตัวเป้าตัวขบสกอร์ ซึ่งตัวเขาเองได้กล่าวไว้ว่าเขาไม่มีเบสิคการเล่นที่ดีนัก เเต่เรื่องพังประตูไว้ใจเขาได้ เป็นการเชื่อมั่นในการลั่นไกของตัวเอง กับลูกทรงพลังของเขา ที่ผู้รักษาประตูรู้กันดีว่าต้องรับมือยากเเค่ไหน

อันดับ 8. Helmut Rahn ( Germany Western Europe )
Helmut Rahn
อันดับ 8 Helmut Rahn

นักเตะทีมชาติเยอรมันตะวันตก ที่ตอนนั้นยังแยกประเทศอยู่ และอยู่ในช่วงที่พีกที่สุด ของอาชีพนักเตะและทีมชาติชุดนั้น โดยเขามีส่วนสำคัญในเกมชิง กับทางทีมชาติฮังการีด้วย ทำให้ชื่อของเขาดังมากในตอนนั้น กับการลงแข่ง 10 เกมยิงไป 10 ประตู

อันดับ 7. Jürgen Klinsmann ( Germany Western Europe )
Jürgen Klinsmann
อันดับ 7 Jürgen Klinsmann

ฉายาไอฉลามขาวคนนี้เ ป็นนักถล่มประตูตัวยง และในรายการใหญ่อย่าง ฟุตบอลโลก นี้ก็ยังเป็นเวทีของโชว์ของเขา อย่างเต็มตัวอีกด้วย กับการยิงไป 11 ตุง ให้กับทางทีมชาติเยอรมันของเขา แฟนบอลไม่มีวันลืม ทั้งการเล่นในระดับสโมส รและทีมชาติของเขา ด้วยการเล่นแบบเต็มร้อย ทุกๆเกมจนชนะใจคนได้  โดยการเล่นของเขา ถูกจดจำกันได้อย่างดี บวกกับแฟชันของเสื้อเเข่ง ในตอนนั้นที่มีเอกลักษณ์ ทำให้เขาเป็นไอคอน ของนักฟุตบอลทีมชาติ ไปในตอนนั้น

อันดับ 6. Sandor Kocsis ( Hungary )

Sandor Kocsis
อันดับ 6 Sandor Kocsis

ตัวจี๊ดของแท้ของทีมชาติฮังการี ที่ลงเตะในรายการระดับโลก ไปเวิร์ลคัพปีเดียว ลงเล่น 5 นัดแต่ทำได้ถึง 11 ประตู เป็นเรื่องที่ประทับใจ ของคนทั้งชาติ ในการที่ทำผลงานได้ในขนาดนี้ สรุปให้เห็นภาพ คือการลงเล่นทุก 1 นัดจะยิงไป 2 ประตู โดยฟลังจากนั้น ทีมชาติฮังการีก็พยายาม ที่จะครองความเป็นผู้นำ ในวงการลูกหนังให้ได้ต่อไป ซึ่งหลังนี้ก็ค่อยๆ ถอยหายน่าไปจากทีมชั้นนำจนถึงปัจจุบัน

อันดับ 5. Pele ( Brazil )

Pele
อันดับ 5 Pele

ในโลกฟุตบอลเเล้ว คงไม่มีใครไม่รู้จักกับแข้งคนนี้ เป็นตำนาน ที่ยังหายใจอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยยิงไป 12 ลูก ให้กับทางทีมชาติบราซิล ในการเล่นสี่หน กับเวิร์ลคัพเมเจอร์ใหญ่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ เป็นคนที่ยิงมากที่สุด แต่ว่าผลงานโดยรวม เขาก็เป็นที่ยอมรับ ว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ที่เคยมีมาคนนึงเลย  ไม่ว่าจะเป็นการเล่นลากเลี้ยง ที่เเบ่งเบาเพื่อนได้อย่างมาก ทักษะที่โดดเด่นเกินคู่เเข่ง ทุกครั้งที่ได้ลงฟาดเเข้งกัน ทำให้การเเข่งดูเสียหลัก ไปกับลีลาของเขา ในการเจอเจ้าไข่มุขดำ เล่นงานกันจนเวียนหัว มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ

4. Just Fontaine ( France )

Just Fontaine
อันดับ 4 Just Fontaine

การแข่งขัน ฟุตบอลโลก ของเขาในปี 1958 ไม่น่าเชื่อ ว่าเขาจะยิงถึง 13 ลูก เป็นคนที่เล่นสมัยเดียว แล้วยิงได้มากที่สุด กับความอัจฉริยะนี้ ทำให้เขาถูกจารึกชื่อ ไว้ในประวัติศาสตร์ ของชาวฝรั่งเศส โดยเป็นหนึ่งในแข้งที่ดีที่สุด ที่ทางประเทศเคยอีกด้วย เมื่อมีการโหวต ของในประเทศเขามักมีชื่อติด อยู่ด้านบนของโพลเสมอมา จากผลงานของเขา ที่ได้ทำให้คนทั้งโลก ได้เห็นว่ากองหน้า จากประเทศนี้มองข้ามไม่ได้

อันดับ 3.Gerd Muller ( Germany )

Gerd Muller
อันดับ 3 Gerd Muller

เจ้าดินระเบิด ที่เล่นอย่างสมราคาตัวเอง ฉายาที่โครตเท่ไม่ได้มาด้วยความโชคดี เพราะว่าในเวทีนี้เขาก็กระซวกบอลไป 14 เม็ด จากการแข่งขัน2สมัยโดยทางทีมชาติเยอรเรียกตัวมา ในยุคของเขาก็ยากตัวจับได้กับลีลาการรุก การยืนอยู่ในทีมชาติตัวหลักของเขา ยังเป็นเหมือนขวัญและกำลังใจที่ดีต่อเพื่อนร่วมทีมด้วย ในหลายครั้งในเกมสำคัญเขามักพลิกเกมได้ และยิงประตูช่วยให้ทีมได้ประสบความสำเร็จ

อันดับ 2. Ronaldo (Brazil)

Ronaldo
อันดับ 2 Ronaldo

พี่โล้นทองคำของทีมชาติบราซิล เจ้าของลีลาแซมบ้าของจริง ประคองตัวเองตั้งแต่เป็นดาวรุ่ง ติดธงเรื่อยมา 4 สมัยซ้อนในการเป็นตัวหลัก กดไปทั้งสิ้น 15 ประตูสะใจแฟนบอล โดยหลายคนเชื่อว่าหากเขาไม่เจ็บบ่อยจะเก่งได้มากกว่านี้ เป็นตัวจบสกอร์ ที่มีความสามารถรอบด้าน ตั้งเเต่เลี้ยงบอลไปจนการเอาตัวรอด และยิงประตูได้ทุกรูปแบบ เขาคือฝันร้ายของเเนวรับ

อันดับ 1. Miroslav Klose ( Germany )

Miroslav Klose
อันดับ 1 Miroslav Klose

ตัวจริงเสียงจริงของทีมชาติเยอรมันที่เล่นมา 4 หน มีหลุดไปบ้างแต่ว่าการเล่นของเขาก็ยิงได้ตลอด ในแต่ละปีก็มักหาการทำประตูได้ตลอด เบ็ดเสร็จในตอนนี้ 16 ลูกนำแบบเดี่ยวๆ ในการเป็นสุดยอดดาวซัลโว อันดับหนึ่งในเวที ฟุตบอลโลก เเละยากที่จะมีคนมาทำได้เช่นนี้ นอกจากจะต้องยิงกระจายจริงๆ เพราะว่าฟุตบอลโลก 4 ปี มีเพียง 1 ครั้ง ต้องใช้เวลาในการทำลายสถิตินี้ได้ยาก เเละอาจจะอยู่ไปอีกหลายปีด้วย

 

โดย ฟุตบอลโลก 2018 ที่เหล่าคอบอลตั้งหน้ารอคอยอยู่นี้ ก็ยังมีความขลังที่ทีมต่างๆ จะทะลุเข้ามาเล่นจะแข่งขันกัน กับการที่ 4 ปีจะมีสักครั้งหนึ่ง ทำให้ไม่มีการกั๊กไว้ในการเล่น แต่ละนัดต้องเต็มที่บุกอัดกันนัว และตำแหน่งดาวซัลโว ก็เป็นที่จับตาอยู่ทุกครั้งไป ต้องติดตามกันว่าในปีนี้ จะเป็นทีของนักเตะทีมชาติอะไร ที่จะมาระเบิดฟอร์มการเล่น ในดินแดนหมีขาวที่ได้เป็นเจ้าภาพ เช็คความพร้อมเเละความเคลื่อนไหวได้ที่ playmun.com

จัดอันดับทีมชาติ ที่ครองเเชมป์ ฟุตบอลโลก มากที่สุด

หลายคนคงอยาก ที่จะทราบกันเเล้ว ว่า ฟุตบอลโลก ที่มีการแข่งขันมานานนี้ ทีมใดกันแน่ ที่จะเป็นทีม ที่ครองอันดับสูงที่สุดกันแน่ โดยวันนี้ จะมีการนำสถิติ ของทีมชั้นนำของโลก ที่ขับเคี่ยวกัน มาในศึกใหญ่นี้ ไปดูกันว่า จะมีทีมที่แฟนบอล ของแต่ละคนชื่นอบ จะติดมีอยู่ในลำดับที่เท่าไรกันบ้าง

ไม่ต้องเกริ่นยาว เพราะแฟนบอลจะรู้จัก กับทีมชาติดังๆกันอยู่แล้ว ไปชมกันได้เลย

อันดับ 8 ทีมชาติสเปน ( Spain )

ทีมชาติสเปน
อันดับ 8 ทีมชาติสเปน

ทีมกระทิงดุ กับการเล่นที่มีเอกลักษณ์ ในด้านแทกติค ได้ไป 1 สมัยซึ่งไม่น่าเชื่อ ว่าพึ่งจะได้เมื่อปี 2010 ที่ไม่นานมานี้ แม้ว่าจะเป็นเจ้าพ่อ ของวงการฟุตบอล มีมาตฐานที่สูง แต่ก็มักพลาดท่า ไปในการแข่งอยู่บ่อยครั้ง เลยมักโดนเรียก ว่าหมูสนามจริงสิงห์สนามซ้อม เเฟนบอลของทีมนี้ ก็ค่อนข้างเจ็บลึกๆ เพราะว่าในช่วงเพล์ออฟ มักมีผลงานดี แบบมีลุ้นรอบลึกได้ อยู่ประจำ เเต่พอเอาเข้าจริง มักจอดเร็วในรอบเเรกๆ เเต่ด้วยขุมกำลังที่มีการปั้นเด็ก แบบต่อเนื่องทำให้มาตฐาน ของทีมตอนนี้ เริ่มนิ่งมากกว่าในช่วงก่อนน่านี้เยอะ ทำให้ต้องจับตามองให้ดีๆ

อันดับ 7.  ทีมชาติฝรั่งเศส ( France )

ทีมชาติฝรั่งเศส
อันดับ 7 ทีมชาติฝรั่งเศส

ก็เป็นอีกทีม ที่มีผลงานระดับทีมชาติ ที่ได้ครองถ้วย ฟุตบอลโลก มาแล้ว จำนวนสมัยเดียว ในช่วงปี 1998  ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่เปลี่ยนวงการ หลังจากที่ชนะเลิศก็ดันตัวเอง และแข้งในชาติมากมาย ขึ้นมาเป็นสตาร์ระดับโลกได้อย่างมากกาย ซึ่งในทุกปีหลังจากนั้น พวกเขาก็โดนจับไป เป็นทีมที่สอดแทรกขึ้นไปสู้ทีมใหญ่ๆ ได้เสมอมาในการมีระบบที่ดี และในการเเข่งที่รัสเซีย ที่กำลังจะถึงนี้ ก็เป็นยุคของเด็กหนุ่ม ที่ผลิตผลงานได้อย่างตื่นตา เเละมีค่าตัวเป็นสถิติโลก

อันดับ 6.  ทีมชาติอังกฤษ ( England )
ทีมชาติอังกฤษ
อันดับ 6 ทีมชาติอังกฤษ

โดยได้เพียง 1 ครั้งเช่นกัน ต้องย้อนไปในปี 1966 ที่สามารถทำได้ โดยมีการพยายาม กลับไปจุดสูงสุด ให้ได้อีกครั้ง แต่ด้วยการที่ยัง ไม่เด็ดขาดพอในรอบสุดท้าย หลายๆครั้งเลยทำให้ ยังไม่สามารถเข้ารอบลึก ได้อย่างที่หวัง โดยเป็นอีกชาติ ที่มีแฟนบอลจากหลายชาติ ให้แรงเชียร์เพราะว่ามีลีที่ดี และทีมดังได้รับการรับชมมากที่สุดด้วย เเต่ผลงานระดับทีมชาติ ยังไม่มีมากอย่างประเทศอื่นมากนัก

อันดับ 5. ทีมชาติอาร์เจนติน่า ( Argentina )
 ทีมชาติอาร์เจนติน่า
อันดับ 5 ทีมชาติอาร์เจนติน่า

แน่นอนว่าไม่มีใคร ไม่รู้จักกับทีมนี้ ที่เป็นแชมป์ถึง 2 สมัย โดยได้ในปี 1978 และปี 1986 เป็นช่วงที่ยิ่งใหญ่มาก แต่ว่าผ่านมาหลายปีแล้ว ที่ยังไม่สามารถกลับมา ทวงแชมป์ได้อีกเลยในช่วงหลัง แม้ว่าจะมีสตาร์ระดับโลกมากมายเช่น Messi ก็ตาม เป็นการบ้านที่เป็นเรื่องหลัก ที่ทางสมาคมบอลฟ้าขาว ต้องรีบเเก้ให้ได้เพื่อที่ไปให้ถึงฝั่ง กลับการกลับมาครองเเชมป์ เป็นการคืนหัวเเถว ของทีมระดับโลก อย่างเป็นทางการให้ได้ สไตล์บอลสู้ฟัด วิ่งไม่มีหมด เป็นจุดเด่น ของพวกเขามานาน

อันดับ 4. ทีมชาติอุรุกวัย ( Uruguay )

ทีมชาติอุรุกวัย
อันดับ 4 ทีมชาติอุรุกวัย

ทีมจอมโหด ของทวีปอเมริกาใต้ที่ ได้ฟาดไปแชมป์ไป 2 ครั้ง ซึ่งเป็นในปีแรก ของการจัดการแข่งขันด้วย ที่จัดเริ่มต้นที่ประเทศพวกเขาเอง และไม่พลาดที่จะได้เกิดขึ้นในปี  1930 และต่อมาอีก 20 ปีก็มาได้อีกครั้ง สรุปถือถ้วยมาสองในยุคแรกๆ ของการจัดเเข่ง แต่ว่าไม่ว่าผ่านไปกี่ปี ถึงจะไม่มีแชมป์ให้ได้เฮ แต่พวกเขาก็ปั้นสตาร์ดัง ของโลกลูกหนังออกมาได้ต่อเนื่อง

อันดับ 3. ทีมชาติเยอรมันนี ( Germany )

ทีมชาติเยอรมันนี
อันดับ 3 ทีมชาติเยอรมันนี

ได้ไปทั้งหมด 4 ครั้งและยังน่ากลัวอยู่เสมอ กับการเป็นมหาอำนาจลูกหนัง ในหลายสิบปี โดยได้ลิ้มรสชาติของถ้วย ฟุตบอลโลก คือปี 1954 ซึ่งแม้ว่าจะผ่านช่วงสงครามมแบ่งประเทศมา พวกเขาก็ยังได้ครองอีกสองครั้ง จากปี 1974 และ 1990 ซึ่งพวกเขาได้ในนามเยอรมันตะวันตกอีก และมาทำได้ล่าสุดในปี 2014 ที่เป็นชุดที่เกรียงไกรมาก เป็นทีมที่ครบเครื่องในทุกด้านของฟุตบอล

อันดับ 2. ทีมชาติอิตาลี ( Italy )

ทีมชาติอิตาลี
อันดับ 2 ทีมชาติอิตาลี

ยอดทีมทีได้ไป 4 ครั้งเท่ากับทีมเยอรมัน โดยเป็นทีมแรก ที่สามารถป้องกันแชมป์ เอาไว้ได้ด้วย เมื่อได้แชมป์ในปีแรก 1934 และในปีต่อมา 1938 นั่นเองก็ไม่ให้ทีมใดมาแย่งไป ต่อมาก็ทิ้งช่วงยาวจนปี 1982 จึงมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง และได้มีการปูพื้นฐานใหม่ที่แน่นขึ้น จนมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในปี 2006 ที่ทำเซอร์ไพรส์ได้ในรอบชิง

อันดับ 1.  ทีมชาติบราซิล ( Brazil )

ทีมชาติบราซิล
อันดับ 1 ทีมชาติบราซิล

พี่เบิ้ลขาใหญ่ ประจำเวิร์ดคัพ ของจริง ฟาดไป 5 ครั้ง มากที่สุด ของทุกทีม ตั้งแต่มีการแข่งขันมา โดยทำได้ครั้งแรก 1958 และเว้นช่วงไป 1962 และ 1970 เป็นทีมแรก ที่สามารถทำได้ 3 ครั้ง ก่อนจะมาเว้นห่างในช่วงยุค 80 ไปไม่ได้ชนะเลิศเลย จนมาปลุกชีพได้ในปี 1994 ที่ทำได้เป็นครั้งที่ 4 ของชาติ แต่ก็ยังไม่พอเมื่อ ไม่มีทีมหยุดพวกเขาได้ ในปี 2002 อีกครั้ง กลายเป็นทีม ที่ทำความสำเร็จมากที่สุด และไม่มีทีมใดเคยทำได้มาก่อน เป็นตำนานที่ว่าบราซิล ก็ยังคือบราซิลที่เเน่นอน เเม้ว่าบางปี จะไม่ได้อยู่ในช่วงที่ดี เเต่ก็ทำผลงานได้ดีมาตลอด

 

โดยนอกจากความสำเร็จแล้ว การแข่งขันนี้ เป็นมากกว่ากีฬา ที่คนในประเทศต่างๆ จะได้มารวมใจกัน เพื่อเชียร์ให้นักกีฬา เเข่งขันกันอย่างเต็มที่ และรายละเอียดนอกสนาม ก็เป็นส่วนในปัจจัยชนะ ทำให้การเตะ ฟุตบอลโลก 2018 รัสเซีย ไม่สามารถคาดเดาได้ ว่าทีมใดจะพร้อมที่สุด ที่จะมาใส่คะแนนเพิ่ม ในการเป็นทีมแชมป์ หรือว่าจะเป็นทีมใหม่ ที่ยังไม่เคยก็เป็นได้ ติดตามและเกาะติดได้ที่ playmun.com

 

เพิ่มเติมข่าวสารอื่นๆได้จาก

เว็บกีฬาที่อัพเดทข่าวสารมาทั้งหมด

  1. https://cheerthai.co
  2. https://www.outsidesoccer.com
  3. https://www.5league.com/
  4. https://thaisbobet168.com/