ไหน ๆ แอด ก็เขียนถึงวิธีการเล่น เจาะลึก ราคาแทงบอล Sbobet มาก็เยอะแล้ว เชื่อว่าเพื่อน ๆ หน้าใหม่ก็ยังมีคำถามในใจเสมอว่าจะเล่น Sbobet เว็บไหนดี บางท่านก็อาจจะสนใจแค่โปรโมชั่น บางท่านก็อยากได้ความน่าเชื่อเถือของเว็บ เดี๋ยวในบทความต่อไป เราจะเจาะลึกทุกเว็บรับ แทงบอลสโบเบท เพื่อให้เพื่อน ๆ ง่ายต่อการเลือก และจะได้ไม่ต้องตั้งคำถามว่าจะเล่น Sbobet เว็บไหนดี แล้วเจอกันคร้าบบบบบบบบบ

MAXBET

จัดอันดับ 5 นักเตะ โปรตุเกส ค่าตัวแพงที่สุด ในการย้ายทีม

5-นักเตะ-โปรตุเกส-ค่าตัวแพงที่สุด-ในการย้ายทีม

ทัพฝอยทอง ถือเป็นอีกหนึ่งชาติที่รวมไปด้วยสตาร์ดังหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าใครคือ แข้งที่มีค่าตัวแพงที่สุด เราได้ จัดอันดับ 5 นักเตะ โปรตุเกส ค่าตัวแพงที่สุด ในการย้ายทีม รับรองว่าแต่ละคนจะทำให้คุณตกใจอย่างแน่นอน

Read More »

3 บทเรียน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ฤดูกาล 2018-19 ที่ต้องเรียนรู้

3-บทเรียน-ท็อตแน่ม-ฮ็อตสเปอร์ส-ฤดูกาล-2018-19-ที่ต้องเรียนรู้

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ฤดูกาล 2018-19 ถือว่าเป็นทีมที่เล่นสนุก และน่าดูน่าชมเลยทีเดียว แต่กลับจบฤดูกาลได้อย่างน่าผิดหวัง หลังจากสุดท้ายทำได้เพียงแค่การเป็นรองแชมป์ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ในฤดูกาลนี้ก็ทำให้พวกเขาได้บทเรียนหลายอย่างจากการแข่งขันในปีนี้

Read More »

ความสำเร็จที่อาจจะรอนาน…ลิเวอร์พูล ยอดทีม พรีเมียร์ ลีก ผู้ไม่เคยท้อ

ความสำเร็จที่อาจจะรอนาน...ลิเวอร์พูล-ยอดทีม-พรีเมียร์-ลีก-ผู้ไม่เคยท้อ

เมื่อคืนวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา หงส์แดง ปิดจ็อบเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ณ กรุงมาดริด สุดท้ายพวกเขาก็ทำให้เห็นว่า ลิเวอร์พูล ยอดทีม พรีเมียร์ ลีก ผู้ไม่เคยท้อ หลังจากที่ต้องผิดหวังมานาน

Read More »

ข่าวฟุตบอล

4 เหตุผลที่ทำให้ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

การร่วงตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ในฤดูกาลนี้ทีม เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์เดียวกับปี 1998/99 ของเพื่อนบ้านได้ อย่างน้อยก็ต้องรอแก้ตัวในถ้วยใบใหญ่ที่สุดของยุโรปฤดูกาลหน้า หลังจากพลาดท่าให้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สิ่งที่น่าเจ็บปวดก็คือแพ้ให้ทีมจากอังกฤษด้วยกัน แถมยังเป็นทีมรองที่ไม่เคยเอาชนะพวกเขาได้เลยใน พรีเมียร์ลีก 4 นัดล่าสุด Read More »

กากนอกบ้าน! เพราะอะไร ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ฟอร์มแย่ เมื่อเล่นเกมเยือน

และแล้วก็แพ้นอกบ้านเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกันรวมทุกรายการ… ที่แย่ไปกว่านั้นคือใน 7 เกมเยือนของพวกเขา แพ้ไปถึง 5 นัด มันเป็นอะไรที่ผิดวิสัยเอามากๆ และที่สำคัญคือมันไม่ควรจะเป็นฟอร์มการเล่นของทีมที่กำลังลุ้นตำแหน่งท็อปโฟร์ กากนอกบ้าน! เพราะอะไร ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ฟอร์มแย่ เมื่อเล่นเกมเยือน Read More »

สาวก ปีศาจแดง อยากให้ หงส์ หรือ เรือใบสีฟ้า เป็นแชมป์พรีเีมยร์ ในฤดูกาลนี้

ความเห็นจาก สาวก ปีศาจแดง อยากให้ หงส์ หรือ เรือใบสีฟ้า เป็นแชมป์พรีเีมยร์ ในฤดูกาลนี้ ชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหนือ ฟูแล่ม 2-0 เมื่อ 30 มีนาคมที่ผ่านมาทำให้สาวก ลิเวอร์พูล ปิดทีวีตั้งแต่ 30 นาทีแรกเมื่อคู่แข่งลุ้นแชมป์ยิง 2 ประตูอย่างง่ายดาย แม้ไม่มีประตูเพิ่มในช่วงที่เหลือของเกม แต่ดูก็รู้ว่าเจ้าบ้านจากลอนดอนไม่มีทางสู้

สาวก ปีศาจแดง

ประตูที่สองของ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ทำให้ความหวังที่จะเก็บ 3 คะแนนสดใส แม้สุดท้ายโดน อับดุลลาย ดูคูเร่ ตีไข่แตกไล่มาท้ายเกม แต่ด้วยสกอร์นาทีที่ 72 ทำให้ “ปิศาจแดง” ชนะตามเป้าหมาย

ขณะที่อีกฟากของเมืองแมนเชสเตอร์ก็ซุ่มดูอยู่อย่างเงียบๆ ก่อนจะเข้าสู่เกมของตัวเองที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด กับ 2 ประตูแบบงงๆ เพราะกว่าจะได้มาจาก วัตฟอร์ด นั้นยากเหลือ แต่จังหวะจะได้ก็ได้เฉย

กับความเปลี่ยนแปลงของรูปเกมที่ฝืดลงเล็กน้อยหลังจากแต่งตั้งตำนาน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นผู้จัดการทีมอย่างถาวร เหตุผลคืออะไรเดี๋ยวต้องไปว่ากัน

พวกเขากลับขึ้นสู่อันดับ 4 แต่ก็ต้องรอลุ้นผลของ อาร์เซน่อล ที่จะเตะอีก 2 วันให้หลัง กิจกรรมระหว่างทางที่น่าสนใจจึงเป็นไปได้ที่พวกเขาจะรอดู ลิเวอร์พูล อีกหนึ่งคู่ปรับตลอดกาลที่เป็นอันดับ 2 ก่อนเกมกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมกลุ่มท็อป 6 ด้วยกัน

ทีมกลุ่มท็อป 6

ความหวังแรกของแฟน “ผี” ลุล่วงแล้ว โซลชา ได้ตำแหน่งกุนซืออย่างถาวร ถ้ายังเหลือพรอีก 1-2 ประการในซีซั่นนี้ พวกเขาอยากได้อะไร “เรือ” เป็นแชมป์ “หงส์” เล่นว่า หรือจะสลับกัน

คำถามก็คือ ระหว่างเห็นเพื่อนบ้านอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์ หรือเห็น ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกที่รอคอย 30 ปี แฟน “ผี” อยากเห็นอะไรเกิดขึ้นมากกว่ากัน และอะไรน่าจะเกิดขึ้นในสมการเหล่านี้

ถ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์

ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของทีมสีฟ้าในแมนเชสเตอร์ พวกเขาเป็นแชมป์ลีกสูงสุด 5 สมัย เอฟเอ คัพ 5 สมัย ลีก คัพ อีก 6 สมัย ระดับยุโรปทำได้แค่ คัพ วินเนอร์ส คัพ 1970 ถือว่าผ่านมาเนิ่นนาน ยูโรเปี้ยน คัพ ไม่ต้องถามถึง ฝ่าด่านไปร่วมเล่นได้ก็ดีมากแล้ว สถิติของพวกเขาตามหลังเพื่อนบ้านเป็นเท่าตัว สมมติว่าเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2018/19 ก็เท่ากับสมัยที่ 6 ไม่มีอะไรให้ยืดอกน่าภูมิใจมากขนาดนั้น

สาวก ปีศาจแดง อยากให้ หงส์ หรือ เรือใบสีฟ้า มากกว่ากัน คง ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์

คงไม่รบกวนจิตใจแฟน “ผี” จนเกินไป ถ้าจะย้อนความหลังไปที่ปี 2012 แชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 4 ของ “เรือใบ” น่าเจ็บใจสุดๆ และตอนนี้พวกเขากำลังไล่ล่า 4 แชมป์ หวังทุบสถิติที่ยังไม่เคยมีใครทำได้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1999 ยังเป็นหนึ่งเดียวในเกาะอังกฤษที่คว้าเทรเบิ้ล

แต่การภาวนาให้เพื่อนร่วมเมืองเป็นแชมป์มันก็ผิดธรรมชาติ แฟนๆ ยูไนเต็ด คงไม่มีความสุขที่จะทำเช่นนั้น แต่ถ้ามองโลกในแง่ดี อย่างน้อยแชมป์ก็ยังอยู่ในเมือง และพวกเขาสามารถพูดได้ว่านี่คือเมืองประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่มี 2 ทีมที่ดีที่สุดในอังกฤษสถิตอยู่ เป็นหน้าเป็นตา ที่นี่แชมป์เขาอยู่กัน

นอกจากนี้ แฟนๆ ยูไนเต็ด ยังสามารถร้องบทเพลงเดิมที่พวกเขาใช้มาตั้งแต่ปี 2014 ล้อเลียน ลิเวอร์พูล ซึ่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด พลาดท่าลื่นล้ม เสียบอลให้ เดมบ้า บา ในเกมที่เสมอกับ เชลซี ปิดประตูสู่แชมป์ ทั้งที่กำลังเอื้อมคว้าถ้วย พรีเมียร์ลีก อยู่แล้ว ลาก่อน

ข้อแก้ตัวที่น่าเบื่อของ ลิเวอร์พูล

เมื่อแชมป์อยู่ที่แมนเชสเตอร์ สิ่งที่พวกเขาจะได้ยินก็คือเหตุผลของความผิดพลาดที่เรียกว่าข้ออ้าง กับการใช้เงินเกือบ 400 ล้านปอนด์ (16,400 ล้านบาท) ใน 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมทัพ

ยอมกลืนน้ำลายตัวเองทุ่มงบให้กับผู้รักษาประตูและกองหลังราคาแพง แต่เป็นรองแชมป์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้ง ลีก คัพ, ยูโรปา และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ ลีก คัพ และ ยูโรปา มาปลอบใจ

ใช้เงินเกือบ 400 ล้าน

“อะไรที่ไม่เคยก็ลองทำดู” นี่อาจไม่ใช่คติประจำใจของ คล็อปป์ แต่อะไรที่แฟนๆ ไม่เคยได้เห็น พวกเขาก็เห็นมาหมด ถ้าจะเปรียบเทียบเป็นคำไทยที่ใกล้เคียง ก็น่าจะเป็นคำว่า “วินาศสันตะโร”

ลิเวอร์พูล ไม่ใช่ผู้แพ้ที่ดีนัก เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถก้าวข้ามความพ่ายแพ้ได้อย่างเหลือเชื่อ เช่นการโทษลมฟ้าอากาศหรือแม้กระทั่งแรงดึงดูดที่ทำให้ลูกทีมของเขาไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนจากการพบ เอฟเวอร์ตัน ใน ดาร์บี้ แมตช์ ได้

ส่วนเรื่องความพยายามเพื่อชัยชนะทุกวิถีทาง พวกเขามีมันอย่างครบถ้วน เมื่อกวาดหิมะเพียงครึ่งสนาม แอนฟิลด์ ในโซนเกมบุกของตัวเอง แต่ยังไม่สามารถเอาชนะ เลสเตอร์ ได้ และอื่นๆ อีกมากมายที่เราได้ยินกันเป็นประจำ ขาดโชค นักเตะทำดีแต่คู่แข่งทำได้ดีกว่า จังหวะไม่ดี กรรมการไม่เที่ยงตรง

ถ้า ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์

ในที่สุดการรอคอยอันยาวนานเกือบ 30 ปีก็สิ้นสุดลง อดีตทีมที่เคตยยิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษได้แชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยที่ 19 หลังจากนิ่งที่ 18 มายาวนานจนโดนแซง ความหวังที่ใหญ่ยิ่งได้รับการจุดประกาย

ถ้าเป็นไปได้ ฤดูกาลถัดไปก็จะฮึดตีเสมอ 20 สมัย เรื่องดีก็คือ พวกเขาคงจะเลิกพูดถึงแชมป์ยุโรป 5 สมัยไปสักพัก หลังจากแฟนๆ ทีมอื่นฟังคำกล่าวอ้างถึงมหัศจรรย์อิสตันบูล 2005 ที่นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จนเหม็นเบื่อ

ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์

อิสตันบูล 2005 ชัยชนะเหนือความคาดหมาย อันที่จริงมันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ทีมอย่าง ลิเวอร์พูล ต้องเล่านิยายเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่ประกาศตัวว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดในอังกฤษมาอย่างยาวนาน แต่มีสถานะเป็นรองความแข็งแกร่งของ เอซี มิลาน ตั้งแต่ลงสนาม

และต้องใช้คำว่าค่ำคืนมหัศจรรย์ที่นั่น พร้อมกับยกอ้างแชมป์ยุโรป 5 สมัย ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วหรือยัง อีกมุมหนึ่ง แฟนๆ ทีมอื่นคงต้องฟังวาทะแชมป์ไปตลอด 365 วัน หรือยาวนานกว่านั้นถ้าเกิดเหตุการณ์เฉือนแชมป์ 1 คะแนนหรือนับประตูได้เสียในเกมสุดท้ายของฤดูกาล

ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป แต่คำหนึ่งที่จะได้ยินแน่ๆ ก็คือเป้าหมายที่จะเป็นแชมป์ทุกปียังอยู่ตรงนั้นไม่เปลี่ยน ปีนี้ไม่ได้ ปีหน้าก็ว่ากันใหม่

เช่นนี้แล้ว สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง แมนฯ ซิตี้ หรือ ลิเวอร์พูล ก็น่าจะทำให้สาวก “ปิศาจแดง” มีคำตอบในใจว่าใครกันแน่ที่เป็นศัตรูตัวจริง แต่ก็ไม่รู้ว่านี่คือคำตอบจากใจที่แฟนๆ ในไทยเท่านั้นหรือที่อังกฤษก็คิดเหมือนกัน

คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ดีกรี ทีมชาติอังกฤษ หากแต่ไร้ค่าในถ้ำ สิงห์

คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ดีกรี ทีมชาติอังกฤษ หากแต่ไร้ค่าในถ้ำ สิงห์ การเปิดซิงออกสตาร์ทเป็นตัวจริงของ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ให้กับทีมชาติอังกฤษ สร้างความปลื้มปริ่ม ให้กับ แกเร็ธ เซาธ์เกต เป็นอย่างยิ่ง

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็นำมาซึ่งความสงสัยในตัวของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ไม่ค่อยจะเหลียวแลวันเดอร์คิดของตัวเองที่ เชลซี สักเท่าไหร่

ภายในระยะเวลาแค่ราวๆ 10 วัน เซาธ์เกต แสดงให้ความเห็นศรัทธาที่มีต่อ โอดอย มากกว่าที่ ซาร์รี่ มอบให้ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ตลอดทั้งฤดูกาลเสียอีก

จากจุดเริ่มต้นในเวที “สิงโตคำราม” ยู 21 ต่อเนื่องมาถึงการถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในเกมพบ สาธารณรัฐเช็ก และขยับขึ้นเป็นตัวจริงในเกมพบ มอนเตเนโกร ในนัดล่าสุดทันที

หลักฐานฟอร์มการเล่นที่บุกชนะ มอนเตเนโกร 5-1 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา โอดอย แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง , ความเป็นผู้ใหญ่ และรับมือความกดดันจากเสียงโห่เหยียดผิวในสนามได้เป็นอย่างดี

โอดอย ถูกบันทึกมีชื่อลงสนามในทีมชาติอังกฤษ ไปแล้วถึง 2 นัด ในขณะที่กับทัพ “สิงโตคำราม” เขายังไม่เคยได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นเป็นตัวจริงใน พรีเมียร์ลีก เลยด้วยซ้ำ

สิงโตคำราม

โอดอย ไม่ใช่แค่นักเตะคนเดียวของทัพ “ทรี ไลอ้อนส์” ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในคืนนั้นท่ามกลางเสียงตะโกนเหยียดผิวอันน่ารังเกียจ แต่อีก 2 แข้งผิวสีอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ เดเล่ อัลลี ก็แสดงออกได้อย่างน่าชื่นชมไม่แพ้กัน

ไม่สติแตกในสภาวะแวดล้อมที่น่าขนลุก โอดอย ก้มลงหยิบของแข็งที่แฟนบอลปาลงมาในสนามตอนที่ ราฮีม พังประตูปิดกล่อง

ถึงแม้จะมีเส้นทางที่สวยหรูในนามทีมชาติขนาดนี้ แต่ โอดอย กลับพบกับความยากลำบากที่ เชลซี นั่นทำให้มีแต่คนเชียร์เขาให้ย้ายไป บุนเดสลีกา ตามรอยเพื่อนรุ่นใกล้ๆ กับอย่าง จาดอน ซานโช่ ที่ประสบความสำเร็จสุดๆ กับการย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปซบตัก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์

เมื่อดาวรุ่งอย่าง ฮัดสัน-โอดอย ที่กำลังจะหมดสัญญากับ “สิงห์บลูส์” หลังจบซีซั่นนี้ แต่กลับมีโคตรทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค เคยยื่นข้อเสนอคว้าตัวถึง 30 ล้านปอนด์ – นั่นคงไม่ใช่สถานการณ์ที่ปกติ

ด้วยฟอร์มในรั้วทีมชาติ มันคงจะทำให้ ซาร์รี่ คิดหนักมากขึ้น

คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ดีกรี ทีมชาติ ทั้งที่ไม่ค่อยได้ลงสนามให้ต้นสังกัด

โอดอย ดีกรี ทีมชาติ

หากยังไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามต่อไป เชื่อได้เลยว่า โอดอย จะโดนทีมชั้นนำทีมใดทีมหนึ่ง “ดอย” เอาตัวไปอย่างแน่นอนในอีกไม่ช้า

มันคงไม่ใช่ครั้งแรกที่ เชลซี ต้องสูญเสียดาวรุ่งฝีเท้าดีไปให้ทีมอื่นๆ ใช้งาน

เควิน เดอ บรอยน์ , โรเมลู ลูกากู , เบอร์ทราน ตราโอเร่ , ธอร์กก็อง อาซาร์ , รูเบน ลอฟตัส ชีค , ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และคนอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน และการที่อาจเสีย โอดอย ไป นั่นก็ไม่ช่วยให้ภาพของ เชลซี ดูดีขึ้น

ซาร์รี่ จะให้โอกาส

ด้วยนโยบายที่เป็นอยู่ตอนนี้ โอดอย คงไม่มีทางเลือกอะไรมากนอกเหนือจากการเก็บข้าวของอำลาทัพ “สิงห์บลูส์” ซะ! หรืออีกทางหนึ่งคือสวดมนต์ภาวนาว่า ซาร์รี่ จะให้โอกาสเขาจนถึงในระดับที่น่าพอใจจนจบฤดูกาล

โอกาสของเคสหลังนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากเหลือเกิน ตราบใดที่บอร์ดบริหารของ เชลซี ยังยึดถือนโยบายทำทีมด้วยแผนการระยะสั้นแบบนี้อยู่

ในห้วงที่ เชลซี ต้องเผชิญกับความระส่ำเรื่องการแบบตลาดซื้อนักเตะ กรปรกับอนาคตของกุนซืออย่าง ซาร์รี่ ที่ไม่มีความแน่นอน และก็ยังไม่รู้ว่าหากพวกเขามีกุนซือคนใหม่ – นโยบายให้โอกาสดาวรุ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการมากน้อยแค่ไหน

เราคงต้องยอมรับกันตามสภาพว่าดาวรุ่งที่เจิดจรัสในแคมป์ทีมชาติอย่าง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย คงไม่มีอนาคตสำหรับถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วจริงๆ

ฮาเมส วันวาน ซูเปอร์สตาร์ แชมป์โลก ที่ วันนี้ไม่มีใครเอา

ฮาเมส วันวาน ซูเปอร์สตาร์ แชมป์โลก ที่ วันนี้ไม่มีใครเอา บาเยิร์น มิวนิค ปฏิเสธที่จะคอมเฟิร์มการมอบสัญญาถาวร ขณะที่การกลับมาอีกครั้งของ ซีดาน ที่ เรอัล มาดริด ก็อาจหมายถึงประตูที่ปิดตายลงแล้ว

มันเกิดอะไรขึ้นกับ ฮาเมส โรดริเกวซ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าคือสุดยอดดาวจรัสแสงแห่งโลกลูกหนัง ที่จะเปล่งประกายจนแสบตาได้ไม่ต่างอะไรกับ โรนัลโด้ หรือ เมสซี่

พรสวรรค์ของเขานั้นอยู่ในจุดที่นักฟุตบอลทั้งโลกต่างก็อิจฉา! ฟ้าประทานสไตล์การเล่นอันสง่างามและคลาสส์ที่เหนือชั้นกว่าใคร เท้าซ้ายของเขานั้นเอกอุ และดุเดือด

ในขวบวัยที่ 27 ซึ่งควรเป็นยุคทองของพ่อค้าแข้งทุกคน มันเหมือนกับว่าไม่มีใครต้องการได้ ฮาเมส ไปครอบครองอีกแล้ว

ทีมชาติโคลอมเบีย

ดาวเตะหน้าหวานทีมชาติโคลอมเบีย ติดอยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 สโมสร ไม่มีใครแน่ใจว่าอยากจะได้ตัว ฮาเมส จริงๆ มั้ย เวลาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินกับฟอร์มกระฉูดแตกของเขาในศึก เวิลด์ คัพ 2014

ที่เห็นได้เป็นรูปธรรมชัดๆ เลยก็คือ ฮาเมส ล้มเหลวในการก้าวขึ้นไปเป็นระดับ เวิลด์คลาสส์ ในทุกๆ กรณี ไม่ว่าจะกับ บาเยิร์น หรือ มาดริด

รายงานหลายๆ เจ้า ระบุถึงขั้นที่ว่า “ราชันชุดขาว” ยอมลดราคาสะบั้นหั่นแหลกให้ บาเยิร์น ที่ราคาเซล 36 ล้านปอนด์ แต่ถึงแม้จะลดแลกแจกแถมให้ขนาดนี้ ทัพ “เสือใต้” ก็ยังลังเลอยู่

ผมจะไม่ใช่เงิน 36 ล้าน เพื่อดึงผู้เล่นที่โค้ชไม่ได้ใช้งานเข้ามาหรอก อนาคตของ ฮาเมส ขึ้นอยู่กับแผนการของโค้ช” อูลี่ เฮอเนสส์ ประธานสโมสร บาเยิร์น กล่าวเอาไว้แบบนั้น

เป็นเวลา 2 ซีซั่นแล้ว ที่ ฮาเมส เข้าๆ ออกๆ ในทีมดังแห่งแคว้น บาวาเรีย ไม่สามารถปักหลักเป็นตัวจริงยาวๆ ได้

ฮาเมส โรดริเกวซ

อันที่จริงแล้ว มันแทบไม่มีช่วงเวลาไหนเลยด้วยซ้ำที่ ฮาเมส ได้สร้างฟอร์มโดดเด่นถึงขั้นที่ บาเยิร์น จะรู้สึกว่า “ห้ามมองข้ามเขาเด็ดขาด”

ในช่วงเวลาที่ทีมต้องการความมหัศจรรย์ , ในช่วงเวลาที่ทีมกำลังเผชิญกับแมตช์เดิมพันสำคัญ…..ฮาเมส แทบไม่เคยเป็นตัวเลือกอยู่ตรงนั้น บางครั้งเขาก็เจ็บ บางครั้งเขาก็ฟอร์มตก

แน่นอนว่าการที่ บาเยิร์น เปลี่ยนโค้ชเป็นเวลาเล่นในช่วงหลังๆ นั่นก็ส่งผลต่อ ฮาเมส เช่นเดียวกัน ดาวเตะเลือด “โคเคน” ต้องเล่นภายใต้การคุมทีมของโค้ชถึง 4 คน ภายในระยะเวลาแค่ราวๆ 4 ปี

แม้กระทั่งกับโค้ชคนปัจจุบัน นิโก้ โควัช ด้วยผลงานที่กระท่อนกระแท่นในซีซั่นนี้ เรายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า โควัช จะได้อยู่คุม บาเยิร์น ต่อหลังจบซีซั่นนี้หรือเปล่า ?

แล้วมันจะนับประสาอะไรกับ ฮาเมส ที่เป็นแค่ลูกทีมบนม้านั่งสำรอง

ฮาเมส วันวาน ซูเปอร์สตาร์ ที่อยุู่ในช่วงขาลงที่สุดของชีวิตการค้าแข้ง

ฮาเมส จะต้องซมซาน

หาก “เสือใต้” ตัดสินใจว่าจะไม่เซ็นสัญญากับเขา ในขณะที่ก็ไม่มีทีมอื่นๆ ยื่นข้อเสนอซื้ออย่างจริงจัง นั่นก็หมายความว่า ฮาเมส จะต้องซมซานกลับไปอยู่กับ มาดริด อีกครั้ง

ภายใต้การคุมทีมของ ซีดาน ในตอนนี้ เราแทบมองไม่เห็นโอกาสเลยว่า ฮาเมส จะสร้างผลงานเอาชนะใจอดีตจอมทัพชุดแชมป์โลกได้อย่างไร

สัญญาของ ฮาเมส กับ มาดริด ยังเหลือยาวถึงปี 2021 ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าด้วยมูลค่าของเขาในตลาด ณ ตอนนี้ มันจะมีทีมไหนกล้าทุ่มทุนยื่นข้อเสนอมั้ย

ยูเวนตุส , นาโปลี , ลิเวอร์พูล , อาร์เซน่อล และอีกหลายๆ ทีม ต่างก็เคยมีข่าวพัวพันกับ ฮาเมส มาแล้วทั้งนั้น แต่มันก็ดูเหมือนเป็นเพียงความสนใจแค่ชั่วครั้งชั่วครา

ยังดีที่ชีวิตของเขาในทีมชาติไม่เป็นแบบนั้น เพราะประชาชนชาวโคลอมเบีย ต่างก็เทิดทูนเขาไว้เหนือหัวประหนึ่งลูกชายคนโปรด — ฮาเมส เปรียบดั่ง Rock star อันดับ 1 นั่นก็เพราะเขายังเป็นคนที่เก่งที่สุดในประเทศ

บาเยิร์น หรือ เรอัล

สิ่งเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันได้จากทีมอย่าง บาเยิร์น หรือ เรอัล

แรงสนับสนุนจากแฟนบอล บรรยากาศที่เป็นใจ องค์ประกอบสไตล์การเล่นของทีมที่เกื้อหนุน ทั้งหมดเหล่านี้คือสิ่งที่หลายๆ ครั้งก็สามารถทำให้พ่อค้าแข้งกลับมาเล่นฟุตบอลได้ลื่นไหลเป็นธรรมชาติของตัวเองอีกครั้ง

หากได้ทีมที่ใช่ บางทีเราอาจได้เห็น ฮาเมส กลับมาเป็น ฮาเมส คนเดิมที่เรารู้จักกันอีกครั้งหนึ่ง

คำถามก็คือ….แล้วมันจะมีใครที่กล้าเสี่ยงดึงเขาไปวัดดวงในเร็วๆ นี้หรือเปล่านี่สิ ?