ไหน ๆ แอด ก็เขียนถึงวิธีการเล่น เจาะลึก ราคาแทงบอล Sbobet มาก็เยอะแล้ว เชื่อว่าเพื่อน ๆ หน้าใหม่ก็ยังมีคำถามในใจเสมอว่าจะเล่น Sbobet เว็บไหนดี บางท่านก็อาจจะสนใจแค่โปรโมชั่น บางท่านก็อยากได้ความน่าเชื่อเถือของเว็บ เดี๋ยวในบทความต่อไป เราจะเจาะลึกทุกเว็บรับ แทงบอลสโบเบท เพื่อให้เพื่อน ๆ ง่ายต่อการเลือก และจะได้ไม่ต้องตั้งคำถามว่าจะเล่น Sbobet เว็บไหนดี แล้วเจอกันคร้าบบบบบบบบบ

MAXBET

แนะนำ Maxbet e-sport พนันเกมออนไลน์ เล่นง่าย หลากหลายเกมส์

แนะนำ-Maxbet-e-sport-พนันเกมออนไลน์-เล่นง่าย-หลากหลายเกมส์

สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำ Maxbet e-sport พนันเกมออนไลน์ กีฬารูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมสำหรับนักเล่นเกมส์ออนไลน์ทั้งหลาย หากใครชื่นชอบและมีใจรักในการเล่นเกมก็ไม่ควรพลาด ต้องเข้ามาลองเล่นเดิมพันเกมออนไลน์ โดยมีหลากหลายเกมส์ให้แทง อาทิ Dota2 , CS:GO , Starcraft2 และ LOL คนเล่นเกมน่าจะรู้จักมันเป็นอย่างดี Maxbet e-sport พนันเกมออนไลน์ จะใช้งานได้อย่างไร ล่าสุดได้มีการนำกีฬารูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมสำหรับนักเล่นเกมนั้น อีสปอร์ต จากเกมออนไลน์ยอดฮิต Maxbet …

Read More »

สอนแทง คาสิโนสด maxbet Casino ibc มีอะไรบ้าง

สอนแทง-คาสิโนสด-maxbet-Casino-ibc-มีอะไรบ้าง

สำหรับสาวกที่ชื่นชอบการเสียงโชค เราขอแนะนำ คาสิโนสด maxbet Casino ibc มีอะไรบ้าง สุดยอดเกมไพ่ยอดฮิตที่ใครลองเล่นก็ต้องติดใจอย่าง บาคาร่า ออนไลน์ ด้วยระบบออนไลน์ที่ทันสมัย จึงไม่แปลกใจที่เดี๋ยวนี้นิยมหันไปเล่นคาสิโน แม็กเบท ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกวิธีเล่น คาสิโนสด ตามมาดูกันได้เลยครับ คาสิโนสด maxbet Casino ibc มีอะไรบ้าง และเล่นยังไง คาสิโนสดที่เปิดให้บริการจะมีดังนี้ • บาคาร่าออนไลน์ …

Read More »

แนะนำ แทงบอล maxbet ราคาบอล สกอร์สูง-สกอร์ต่ำ เล่นง่าย เข้าใจง่าย

แนะนำ-แทงบอล-maxbet-ราคาบอล-สกอร์สูง-สกอร์ต่ำ-เล่นง่าย-เข้าใจง่าย

สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำ แทงบอล maxbet ราคาบอล สกอร์สูง-สกอร์ต่ำ เป็นหนึ่งในรูปแบบที่นักพนันนิยมเล่นเป็นอย่างมาก เพราะสามารถกดแทงได้ทั้งครึ่งแรก และเต็มเวลา ที่ทำคัญยังเป็นรูปแบบที่วางเดิมพันได้ง่าย เพียงแค่ทายผลว่า สกอร์รวมทั้งหมดของทั้งสองทีมจะสูงหรือต่ำกว่าราคากลางที่เว็บไซต์เปิดมาหรือไม่ เดี๋ยววันนี้เราจะมาสอนวิธีเล่นเดิมพันเว็บ Maxbet กันครับ แทงบอล maxbet ราคาบอล สกอร์สูง-สกอร์ต่ำ เล่นได้อย่างไร ราคา 2 ลูก ไม่เกิน 3.5 ถือเป็นราคามาตรฐานทั่วไปที่เพื่อนๆน่าจะเห็นกันได้บ่อยๆ …

Read More »

ข่าวฟุตบอล

10 ทีมไม่ดัง ที่มีอันดับสูงกว่าไทยใน ฟุตบอลโลก

เมื่อกล่าวถึงทีมใน ฟุตบอลโลก จะมีทีมดังมากมายในการเเข่ง

แต่สำหรับการโฟกัส ไปที่ทีมชาติไทย ที่หลุดโผไปนานแล้ว การโชว์ของอันดับคะแนนฟีฟ่า ที่ทั่วโลกมีการแข่งขัน ในรายการต่างๆ รวมทั้งการอุ่นเครื่อง มีทั้งแพ้-ชนะ ตามน่าเสื่อกันไป การสะสมคะแนน ที่เท่าเทียมเหมือนกันยุติธรรม ไม่น่าเชื่อว่าอันดับของทีมชาติของเรา จะอยู่ต่ำกว่าหลายชาติ ที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง แถมในบางประเทศ ก็ยังไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำไป มาอ่านไปพร้อมกัน แล้วจะได้ตกใจกัน ว่าประเทศเหล่านี้ อยู่ในอันดับที่ดีกว่าทีมชาติไทยจริงๆ โดยตอนี้ทีมช้างศึกอยู่ที่129ของ

อันดับ 10 Vietnam ( 112 )

อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
Vietnam ( 112 )

ถ้านับฟุตบอลคู่แค้นของไทย ตอนนี้ก็ต้องนึกถึงทีมนี้ เพราะว่ามีฝีเท้า ที่มีการเร่งตามทัน และมักเจอกันในรอบชิง หรือเกมสำคัญทั่วไป ไม่มีการยอมกัน ที่จะผงาดเป็นทีมที่ดีที่สุดในย่านนี้ โดยความบูมของกีฬาในประเทศ ได้รับผลตอบรับที่ดีมานาน แต่ว่ามีการติดขัดอยู่บ้าง จนหลายทีมรอบๆบ้าน ทำการพัฒนามาตีคู่ได้ ทำให้พวกเขา ต้องแสดงผลงานออกมาให้ดีที่สุด รวมถึงแฟนบอลของทีม ที่เป็นแนวฮาร์ดคอร์ ที่จะสนับสนุนร้องเชียร์ และไล่กดดันคู่แข่งในสนามอย่างเต็มที่ มาตอนนี้แซงไทยไปเรียบร้อยแล้ว

 

อันดับ 9 Philippines ( 123 )

อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
Philippines ( 123 )

ฟิลิปปินส์ถือว่าเป็นบ้านใกล้เรือนเคียง กับทางไทยมานาน มีการส่งการแข่งขันกีฬา ด้วยกันประจำ อย่างซีเกมส์ที่กีฟุตบอลเป็นไฮไลต์มาตลอด การเล่นค่อนข้างรู้กัน และรับมือได้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็ไม่ได้ดีเด่นในภูมิภาคอะไร เนื่องจากเป็นประเทศ ที่คลั่งการเล่นกีฬาบาสมากกว่า และเป็นสิ่งรองๆลงมาแล้ว ผลการแข่งไม่ค่อยมีถ้วยติดมือ แถมมหล่นล่วงไปในรอบแรกเป็นส่วนมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ ทีมนี้มีการได้คะแนน และอยู่สูงกว่า ถึงลำดับ123ของโลก อย่างเป็นทางการในการจัดของทาง FiFa นั่นเอง

 

อันดับ 8  Nicaragua ( 115 )
อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
Nicaragua ( 115 )

เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุด ของทางอเมริกากลาง แต่ว่ามีประชากรประมาณ6,000,000คน ทำให้การเฉลี่ยแล้วความหนาแน่นน้อยที่สุดไปด้วย โดยแยกตัวออกมาจากทางประเทศสเปน และใช้การปกครองของตัวเองเรื่อยมา จนปี1963ที่เริ่มต้นมีสมาคม ไว้ใช้ดูแลวงการจากการจัดตั้ง ส่งทีมลงเตะถ้วยคอนคาเคฟอยู่เป็นประจำ ด้วยความสามารถที่ยังไม่มากพอ ทำให้ไม่ได้ลิ้มรสถ้วยแชมป์ แต่ว่าการที่พวกเขา ประคองตัวดีจึงมีลีกอาชีพด้วย มี3ดิวิชั่นทั้งหมด35ทีม และพัฒนาแบบค่อยๆไป จนเคยติดอันดับTop 100ของโลกมาแล้ว ช่วงนปี2015กับอันดับ92ที่หลายชาติยังทำไม่ได้

 

อันดับ 7 Suriname ( 111 )
อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
Suriname ( 111 )

ประเทศเคยเป็นหนึ่ง ในอาณานิคมของเนเอแลนด์มาก่อน สามารถอ่านว่า ซูรินาเมอ ก็ได้ หรือว่าว่า ซูรินาม ตามสากลที่เป็นชื่อทางการ โดยเปลี่ยนมาจากชื่อเก่าคือดัตช์เกียนา สมัยยังไม่ได้แยกออกมาเป็นการปกครองตัวเอง ถือว่าเป็นชาติที่มีขนาดจิ๋วที่สุดในอเมริกาใต้แล้ว โดยในประเทศ มีการเล่นฟุตบอลมานานมากแล้ว แต่ว่ามาก่อตั้งใน1962และเล่นต่อยอดเรื่อยมา โดยสังเกตุจากทีมชาติฮอลแลนด์ที่มีนักเตะผิวสีดังๆ ก็มาจากที่นี่นั้นเอง ที่มีเชื้อสายอยู่ อย่างทาง ไรจ์การ์ด อดีตตำนานของทางทีมชาติดัตช์ , ดาวิดส์ แข้งเอกลักษณ์ใส่แว่นตา , เซดอร์ฟ ที่ตอนนี้ผันตัวเองไปเป็นโค้ชแล้ว แต่ว่าในนามซูรินามเอง ก็มีแชมป์ติดมือ ที่ทำได้เพียงครั้งเดียว คือ แคริเบียน คัพ สมัย1978และหลังจากนั้น ก็ไม่ได้ถือความสำเร็จอีกเลย

 

อันดับ 6 Central African Republic ( 121 )

อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
Central African Republic ( 121 )

นับถอยหลังไปปี 1982 มีการจัดตั้ง สมาคมบอลของชาติขึ้นมา สาธารณรัฐแอฟริกากลาง เป็นประเทศที่มีการพัฒนาวงการลูกหนังต่อเนื่อง เพื่อให้เท่าทันกับทางแอฟริกาใต้ โดยการเปลี่ยนชื่อประเทศ ทำให้มีการวัดกันในการแข่งขัน และเป็นเชิงสัญลักษณ์ในการทำอันดับให้ดีกว่า แต่ว่ายังไม่สามารถ ทำสิ่งที่เป็นชิ้นเป็นอันได้ดีนัก กับการเล่นรอบแบ่งกลุ่ม หรือว่าคัดเลือก ก็ยังไม่ผ่านไป ในรอบต่อไปได้เลย มีเพียงรายการแข่งเล็ก ของทวีปที่มีการรวม6ชาติ มาแข่งเพื่อเป็นแชมป์ซึ่งผลัดกันจัด ไม่ได้เป็นถ้วยที่มีผลต่อคะแนน เพราะว่าฟีฟ่าไม่รองรับ แต่อย่างไรแล้ว พวกเขาก็เคยอยู่ที่47ของโลกมาแล้ว จะกล่าวว่าล้มเหลวเลย ก็ไม่ได้เมื่อมีอันดับสูง ระดับ Top 50 มาแล้ว

 

อันดับ 5 Mauritania ( 100 )

อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
Mauritania ( 100 )

อ่านชื่อแล้วอาจจะสงสัย อยู่มุมไหนของโลกกันแน่ แต่วหากบอกว่า พวกเขาได้ไปบอลโลกมาแล้ว 6 รอบ คงทำให้มีสะอึกกันได้เหมือนกัน แต่ว่าต้องขยายความ ด้วยการชี้แจงว่า เป็นประเทศในแอฟริกา ที่เคยโดนล่าอาณานิคม จากทางฝรั่งเศสที่ภายหลังก็ได้แยกตัวออกไป ทำให้มีการได้เป็นส่วนหนึ่ง ในช่วงที่แข่งขันบอลโลกไปด้วย แต่ว่าในชื่อของประเทศใหม่ในนามตัวเอง ยังไม่สามารถทำได้ เพราะว่ามาตฐานยังไม่ดีพอ ยกตัวอย่างเช่น การแข่งขันในประเทศ เคยมีการเล่นไปยังไม่จบเกม แต่ว่าทางผู้นำประเทศ ได่มาชมและไม่อยากรอ จึงสั่งเป่าหมดเวลา และยิงงจุดโทษกันทันที เป็นการแข่งขันที่อินดี้อย่างมาก ขนาดว่ามีสมาคมฟุตบอลอย่างจริงจังตั้งแต่ 1961 แล้วก็ตาม

 

อันดับ 4 Malawi ( 124 )

อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
Malawi ( 124 )

อาจจะไม่เป็นที่คุ้นชื่อเท่าไรสำหรับ มาราวี ที่มีอันดับสูงนี้ แต่ในแอฟริกาโซนทางใต้ ทีมแถวนั้นจะรู้ดี ว่าพวกเขาร้ายกาจพอตัว โดยรัฐที่มีคนอาศัยกันอย่างแน่น มีประสบการณ์กา รติดอันดับดีๆอยู่ตลอด และเคยไปไกลถึงที่ 53 มาแล้วด้วย มีรางวัลใหญ่ที่แข่ง ออล แอฟริกัน ในปี 1987 เป็นรางวัล และศักดิ์ศรีที่ทำให้ทีมต่างๆ ต้องเกรงใจฝีเท้าของเขาให้ดี หากว่าจะต้องเจอกันในสนาม โดยทีมเข้ามาเป็นหนึ่งในฟีฟ่าปี 1976 และอีก 2 ปีก็ส่งทีมลุยคัดบอลโลก ถือว่าเป็นทีมที่มีของ ให้ทีมต่างๆต้องห้ามประมาท แต่ในไทยแล้ว คงไม่คุ้นเคย และงงกับการที่มีอันดับสูงขนาดนี้

 

อันดับ 3 Antigua and Barbuda ( 117 )

อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
Antigua and Barbuda ( 117 )

โดยทีมแอนติกัว มีคนในประเทศแค่ 91,295 เท่านั้นเอง แต่ว่าพวกเขาเคยทำได้อันดับดีกว่า 117 ด้วย เมื่อไปอยู่ที่สูงที่สุดคืออันดับ 70 ของโลก อย่างที่หลายประเทศต้องอิจฉากันเลย ชนพื้นเมือง มีการใช้รูปกวางคู่ เข้ามาเป็นตราโลโก้ให้กับทางทีม ในปี 1972 มีการตั้งสมาคมขึ้น เริ่มแข่งเกมแรกที่ต้องจจำไปอีกนาน เมื่อต้องเจอกับทีมตรินิแดด และพ่ายแพ้ไปอย่างท่วมท้น 11-1 ประตู และเป็นการแพ้ที่ยับเยินที่สุด ของประวัติศาสตร์ลูกหนังตัวเอง ก่อนที่จะเริ่มส่งทีมเข้าแข่ง สู่สสากลในปี 90 ในที่สุด และมีทัวร์นาเม้นต์แรก กับการคัดเวิร์ลคัพ 2011 แต่ไม่เข้าเป้า มาได้แชมป์แรกของตัวเองกับ คาริบเบียน คัพ 1998 ไป โดยตอนนี้ก็ยังมีการปรับปรุงต่อ จนมีลีกของตัวเอง แต่ก็ยังไม่เป็นอาชีพเต็มตัว

 

 

อันดับ 2 Curaçao ( 84 )

อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
Curaçao ( 84 )

มีการเรียกได้หลายชื่อ อย่างเช่นกือราเซาตามภาษาดัตช์ เพราะว่าเคยเป็นหนึ่ง ในราชอาณาจักรของเนเธอแลนด์ หรือว่า จะเรียกกอร์ซอว์ก็ได้ ตั้งอยู่ในทะเลแคริเบียน ออกมาจากชายฝั่งเวเนซุเอล่า มีประชากร 159,986 คนเท่านั้น มีการเล่นฟุตบอลเป็นของตัวเองครั้งแรก ในปี 1924 ในเจอเจอทีมอารูบาชนะไป 4-0 ประตู เละเข้าร่วม FiFa เต็มตัวช่วง 1958 หลังรวมกับเกาะต่างๆ จนตั้งประเทศได้เอง อย่างที่เราเรียกกันตอนนี้ และลงสู้ศึกคัดเวิร์ลคัพครั้งแรก 2014 ผลงานไม่สวยนัก แต่ว่าช่วงหลังมานี้ เริ่มมีการขยับตัวเอง ขึ้นมาเล่นได้สูสี กับทีมในโซนของทวีปของตัวเอง จากเมื่อก่อนที่จะโดนถล่มเละตลอด ทำให้ไม่แน่ว่า อีกไม่นานจะมีมาตฐานที่ดี และเล่นได้น่ากลัวกว่านี้มาก

 

 

อันดับ 1 St Kitts and Nevis ( 110 )

อันดับทีไม่ดังเเต่คะเเนนสูง
St Kitts and Nevis ( 110 )

ทีมจากเกาะในทวีปอเมริกาเหนือ เป็นโซนของเกาะ น้อยใหญ่มากมาย แต่สหพันธรัฐนี้ ประกอบด้วยเกาะเซนต์คิดส์ที่ใหญ่กว่า และรัฐคิดส์ที่เป็นเกาะเล็กกว่า ที่อยู่ทางตอนล่าง ต้องเดินทางไป 3 กิโลเมตรเพื่อไปถึง แบ่งการปกครองทั้งหมดเป็น14เขต และกีฬาฟุตบอล พึ่งมีการจัดตั้ง อย่างเป็นทางการ เพื่อการเป็นสมาชิก ของทางฟีฟ่าในปี1994ไม่นานมานี้  มีการบันทึกว่าปี2015มีการบุกเบิก การออกไปลุยกับทีมอื่นในนอกเขตทวีปตัวเอง ไปเจอกับทีมอันดอร่า และไม่เสียเที่ยว ในการบุกไปเชือดมาได้ 1-0 และต่อเนื่องในการไปเตะกับเอสโตเนีย แต่ว่าคราวนี้แพ้ไป 0-3 และนับว่าสองเกมนี้สำคัญมาก เพราะว่าตั้งแต่นั้นมา ทางทีมชาติก็ยังไม่ได้ส่งทีมไปแข่งขันที่ไหนอีกเลย ส่วนประชากรมีเพียง 54,916 เท่านั้นในประเทศ

 

ทีมทั้งหมดนี้อาจจะไม่ได้ไป ฟุตบอลโลก เเล้ว เเต่ก็มีอันดับที่สูง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เราก็ได้ข้อมูล เพื่อเป็นความรู้ และผลักดันวงการบอล ของไทยได้ไม่มากก็น้อย ไม่ได้เป็นการเเขวะผลงานเเต่อย่างใด เพียงการนำเสนอ และคิดว่าทุกคนคงชอบกัน เกมกีฬาสร้างความสุข และทำให้คนมีเเรงบบรดาลใจ อยากที่จะชมหรือว่าออกไปเล่นออกกำลังกาย ไม่ต้องซีเรียสกันไป เพราะว่าการนำข่าวและข้อมูลเด็ด ยังมีอีกเพียบตามช่องนี้ที่ playmun.com

10 หัวกะทิ ในรายการ ฟุตบอลโลก

สำหรับรายการ ฟุตบอลโลก จะมีการแจกรางวัล

แต่ว่าหลายคนก็เก่งจริงจัง แต่น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน ที่ไม่เคยได้รางวัลแชมป์โลก และเปรียบดั่งราชาไร้บัลลังค์ ทางเว็บวันนี้ขอแนะนำ ที่สุดในแข้งต่างๆ ที่มีเพลงเตะเป็นที่ยออมรับกันทั่วโลก และนักเตะบางครั้ง ก็ไปอยู่กับทีมที่ไม่ถูกเวลา หากดูได้จากปัจจุบันก็ยังมี ในการต้องแบกทีมมากเกินไป แต่หากว่ามีเพื่อนร่วมทีมที่รู้ใจ การเล่นจะง่ายขึ้น ทำให้แข้งที่ดีต้องมีดวงด้วย กับการมีเพื่อเคียงข้างที่ดี และวันนี้จึงคัดมาแบบเน้นๆให้กับแฟนๆได้อ่าน

 

อันดับ 10 Ronaldo ( Brazil )

อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
Ronaldo ( Brazil )

โล้นทองคำ เป็นประกาศิตติดอยู่ที่ตัวเขา เมื่อเป็นคนที่มีของ มากที่สุดคนหนึ่ง เพราะว่านักเตะคนหนึ่ง อาจจะเด่นในเรื่องที่ไม่เหมือนกัน แต่เจ้าคนนี้มีมาครบถ้วน ทั้งการยิงหรือว่าเลี้ยง ลูกกลางอากาศและบนพื้น ต้องบอกส่งว่ามาเหอะ เขาจัดให้ได้หมด เก่งตั้งแต่ยังเด็ก โชว์ของเรื่อยมาจนได้ดิบได้ดี ซึ่งการติดทีมชาติไปเล่นที่อเมริกาปี 1994 ถือว่าเป็นฝันร้ายเล็กๆ กับการที่ไม่ได้ลง เพราะว่ามีรุ่นพี่ตัวเป้งๆ หลายคนจองตำแหน่งอยู่ แต่เขาก็ยังไม่ท้อและทำผลงานเรื่อยมา จนแจ้งเกิดไปเต็มๆกับปี1988ที่ฝรั่งแศส กับการการยิงกระจาย อย่างที่ได้ทราบกันไป ได้รางวัลยอดเยี่ยมของ FiFa ตั้งแต่20ปี ยังเป็นคนยิงประตู ในรอบสุดท้ายมากที่สุด ก่อนมาโดทำลายลงไปในปี2014โดยอาการบาดเจ็บ เหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่จะหยุดเขาได้ เมื่อเขาต้องเดี้ยงไปในปี2000และต้องรักษาตัวเองปีกว่า แต่เขาก็ยังกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน และพาทีมชาติครองถ้วยแชมป์โลกได้

 

อันดับ 9 Puskas ( Hungary )

อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
9 Puskas ( Hungary )

นักเตะผู้ยิ่งใญ่ ของทีมชาติฮังการี เปรียบดั่งเจ้าชาย ที่สร้างชื่อให้กับประเทศ ด้วยการเล่นฟุตบอล ซึ่งตามเรื่องราวแล้วในการแข่งยุคแรก ทีมชาติฮังการีเป็นที่รู้จักดี เพราะว่าเป็นทีมที่มีฝีเท้าเลิศ และมักเข้าชิงได้บ่อย โดยทางปุสกัสเอง พาทีมได้ชัยตั้งแต่โอลิมปิค ซึ่งเกิดในปี 1952 ทำให้ทุกคนเริ่มรู้จัก และอีก 2 ปีต่อมาทำสิ่งที่ใหญ่กว่าในการคว่ำอังกฤษในบ้าน ก่อนตบเท้าเข้าชิง และศึกเวิร์ลคัพกับทางเยอรมัน แม้ว่าเขาจะเจ็บ แต่ยังยิงนำให้กับทีมได้ เมื่อนำไป 2-0 แล้ว หลายคนก็คิว่าทีมฮังการีนี้ต้องผงาดได้แน่ กับการที่ตรึงการเล่นทุกอย่างได้ แต่ 6 นาทีท้ายทางทีมเยอรมันสร้างเรื่องขึ้นจนได้ กับ 3 ประตูมาแซงชนะไปอย่างเหลือเชื่อ ทำให้ดับฝันของฮังการีไป ทั้งที่ต้องการเป็นทีมที่แกร่งที่สุดไป และโชคชะตาเล่นตลกเมื่อจบรายการนี้ 2 ปี มีการเมืองในประเทศรุนแรง เขาต้องหนีไปค้าแข้งที่สเปน ก่อเวลาต่อมาจะขึ้นมาเป็นยอดศูนย์หน้าในเวลาต่อมา

 

อันดับ 8 Zidane ( France )
อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
8 Zidane ( France )

บุรุษผู้นี้คือ คนที่เล่นเป็นจอมทัพ ได้อย่างไม่มีที่ติเลย และการมีสมดุลของร่างกายที่ดี จึงไม่ค่อยเห็นเขาล้มกลิ้งมากนัก แถมยังเป็นฝ่ายพาคู่แข่ง ที่ต้องวิ่งตามหาบอลไม่เจอเป็นส่วนใหญ่ ความอัจฉริยะของเขา เผยออกมาตั้งแต่เล่นให้สโมสร จนมาถึงทีมชาติก็ใช้ความสามารถที่มา ออกมาใช้อย่างเต็มที่ ช่วยให้ทีมถีบบราซิลแพ้ในรอบชิง แบบสู้ไม่ได้มาแล้ว เขาเป็นฮีโร่ของคนในประเทศทันที หลังจบการแข่งขันนั้นมา มาตฐานการเล่นไม่เคยตก และลีลาอันสวยงาม และที่สร้างชื่อในการเล่น เป็นรายเซ็นส่วนตัว ก็คือการครองบอลแบบเหนียวแน่น หาคนมาหยุดการพริ้วของเขา แทบไม่มีให้เห็น โดยลักษณะที่เป็นคนสุขุมสง่า ทำให้เมือ่ใส่ชุดฟุตบอลแล้ว ดูเป็นผู้นำ ทั้งเส้นทางการค้าแข้งของเขา มีด่างไปบ้าง ในเกมก่อนการแขวนสตั๊ด เมื่อเจ้าตัวโดนยั่วยุจากแข้งอิตาลี ในช่วงต่อเวลาบอลโลก และเป็นเกมสำคัญ อย่างนัดชิงด้วยที่มาโดนใบแดง ซึ่งหลายคนแอบเสียดาย ว่าหากเขายังอยู่ในสนาม อาจจะมีเซอร์ไพร์สการแข่งขันก็เป็นได้

 

อันดับ 7 Beckenbauer ( Germany )
อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
7 Beckenbauer ( Germany )

Kaizer คือคำที่ใช้บัญญัติการค้าแข้งของเขา ที่เปรียบดั่งจักดิพรรณ ในภาษาของทางเยอรมัน เพราะว่าทางนักเตะตำนานของทีมชาติคนนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างถึงจุด และหาอะไรมาเปรียบได้ยากแล้ว การเล่นเคยเล่นเป็นกองหน้า ยิงประตูแบบคมๆ และเมื่อทีมสโมสรขาดคนเล่นปีก ก็จัดให้เขาลองเล่น ก็ยังเล่นได้อย่างดี จนมาถึงจุที่ทีมชาติขาตัวสวีปเปอร์ ตัวหลังคนสุดท้ายไป ไม่พ้นที่จะเป็นแข้งรายนี้ ที่มีคุณสมบัติที่ใช่เลย กับการเล่นที่อ่านเกมขาด ขึ้นลงเช็คล้ำหน้าได้ ที่สำคัญเขากวาดแชมป์ลีกในประเทศ3ปีติด ต่อด้วยยูโรเปี้ยนคัพอีก 3 ครั้งต่อกัน เเละไม่เคยมีใคร ที่เกิดมาแล้วจะเพอร์เฟ็กได้ขนาดนี้ ในนามทีมชาติ ก็เป็นกัปตันชูถ้วยยูโรมาได้ปี1972และอีก2ปีก็ได้แชมป์โลกอีก ไม่มีอะไรมาหยุดเขาแล้วในเวลานี้ ที่ยากกว่าคือการที่เป็นโค้ช พาทีมชาติของเขาครองบัลลังเวิร์ดคัพ เขาคนนี้เกิดมาเพื่อชัยชนะ จึงทำได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ

 

อันดับ 6 Di Stefano ( Argentina )

อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
Di Stefano ( Argentina )

มีชือเสียงกับการเล่นที่ดี และยิงประตูได้ในท้ายเกม ที่ส่งให้ทีมที่เขาเล่นด้วย มีการชนะได้บ่อย และประความสำเร็จ มากับ 3 ลีกที่เขาเคยได้ค้าแข้งมา โดยที่ทีมเรอัล มาดริดดูจะเป็นทีมใหญ่ ที่ทำให้เขาพุ่งถึงขีดสุดได้ ในช่วงการเล่นปี60นั้นหาคนมาเทียบเขายากเ เพราะว่ามีเบสิคการเล่น ที่อาจไม่รวดเร็ว แต่ทดแทนมาด้วย การเล่นที่ละเอียด และนักเตะในรุ่นเดียวกับเขามากมาย รู้ว่าเขาไม่ได้โชว์แบบหวือหวา อย่างคนที่มีพรสวรรค์ แต่เขาสามารถสร้างสรรค์โอกาส อย่างที่ต้องการได้ และเขาจึงเป็นตัว ที่ต้องจับตายในสนาม ไม่อย่างนั้น จะทำให้คู่แข่ง เจอกับการพังประตูได้ เคยมีเหตุการณ์แย่งตัวเขา ของทีมใหญ่ของสเปน ซึ่งบาร์ซ่าโดนกดดัน ด้วยอำนาจรัฐบาล ให้ปล่อยตัวเขาให้กับทีมชุดขาว จากการแย่งกันล่าสัญญาใหม่ของเขา และในช่วงท้ายปีของซีซั่นนั้นเอง เขายิง 3 ลูกใส่ทีมบาร์ซ๋าเข้าจังๆ พาทีมมาดริดเป็นแชมป์ได้ในรอบ 21 ปี ยังได้ถ้วยยูโรเปี้ยนคัพอีก 5 ครั้งติด เขาก็ยังยิงได้ในนัดชิงตลอดอีกด้วย

 

อันดับ 5 Ronaldo ( Portugal )

อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
Ronaldo ( Portugal )

นักเตะผู้แสวงหาทักษะเพื่อมาเสริมตัวเอง เขาทำงานหนัก เรื่อยมาตั้งแต่เด็ก เพื่อพัฒนาตัวเอง ให้ได้แกร่งกว่าคู่แข่ง จนเข้ามาสู่ทีมต่างๆ และยกระดับขึ้นได้ไว การการันตีผลงาน ด้วยรางวัลมากมาย บวกกับถ้วยแชมป์ต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าแข้งรายนี้ไม่ธรรมดาเลย ทั้งการเลี้ยงบอลที่ว่องไว ใครจะเข้ามาตัดเกม ต้องฟาวล์อย่างเดียว และจังหวะสับไกลที่หวังประตูได้ตลอด ลูกนิ่งก็เป็นอาวุธประจำกายของเขาด้วย การระดมยิงอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้สร้างถิติในยุโรปได้มากมาย และในนามทีมชาติ ก็ยังเป็นสตาร์ของทีม ที่ผลิตสกอร์มากที่สุด รวมถึงประตูในยูโรด้วยที่เยอะ เมื่อรวมกับรอบคัดเลือก นอกจากนี้เขายังไม่หยุดที่จะเทรนตัวเอง และการฟิตต่างๆ เพื่อที่จะเดินหน้า เก่งให้มากกว่าเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยขาดเพียงถ้วยเวิร์ลคัพที่เข้าต้องการมากที่สุด ห

อันดับ 4 Cruyff ( Netherland )

อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
Cruyff ( Netherland )

เป็นมากกว่านักเตะ ที่เก่งกาจคนหนึ่ง เพราะว่าเขา เป็นมากกว่านั้นมาก ทั้งการเล่นที่แปลกใหม่ ในการมีสกิลใหม่ๆ ที่ทำให้คนในยุคของเขาตกใจ การเล่นบอลที่ฉลาด คิดล้ำหน้าไปกว่าคู่แข่ง ทำให้เขามักพาบอลไปอย่างเร็ว เขาหนีทุกคนไปได้อย่างง่ายดาย และการคิดค้น การเล่นกับโค้ชของเขา ทำให้การเล่นบอลแตกต่างออกไป โดยชื่อ โททัลฟุตบอล ก็เข้ามาเป็นที่รู้จัก และการที่แปลกใหม่ มีชื่อเกรียงไกลอย่างที่สุด กับแนวคิดของเขา ก็ยังมีฝังอยู่ในทีมบาร์ซ่า จนถึงปัจจุบัน ส่วนในทีมชาติก็เหนือชั้น เล่นแบบอิสระตามที่เขาต้อง จนทีมสามารถเข้าชิง ด้วยการยิงนำไปก่อน ในเกมนั้น พร้อมกับทำให้ทางคู่แข่ง อย่างทีมเยอรมันหาบอลไม่เจอ แต่คงเพราะโชคชะตาไม่เป็นใจให้เขา ทางคู่แข่งมายิง 2 ลูกแซงไปได้ ทำให้เขาไม่ได้ประสบกับความสำเร็จ ในนามทีมชาติอย่างที่ควร

 

อันดับ 3 Pele ( Brazil )

อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
Pele ( Brazil )

ใครที่เล่นฟุตบอล หรือว่าดูบอล และชื่อนี้ต้องเป็นอันดับแรก ที่ต้องรู้จัก เพระว่าสิ่งที่เขาสร้างไว้ มันยากที่คนใหม่ๆ จะบันทึกได้ใหม่ เมื่อเด็กหนุ่มชาวบราซิลคนนี้ มาพร้อมอายุที่น้อย แต่กลับไปโลดแล่นในเวิร์ลคัพ ได้อย่างสนุกเท้า และการไปลุยในนัดชิงบอลโลกด้วยวัย 17 เท่านั้น และแถมยังยิงได้อีกหลายลูก รวมถึงยิงในนัดตัดสินด้วย เขามีส่วนกับ3สมัยที่ช่วยทีมชาติไปถึงฝันได้ก็จริง และมีคนมากมายทั่วโลก ที่เฝ้าอยากเจอตัวเขา เนื่องจากเป็นแรงบรรดาลใจ ให้กับคนที่รักฟุตบอล และเพื่อนนักเตะรู้ดี ว่าเขาเป็นยิ่งกว่าพระเจ้าตอนนั้น แต่หลังจากที่เลิกเล่นไป และมีแต่เรื่องในทางลบเข้ามาบ้าง จนกลบความเจิดจรัสก่อนหน้านี้ที่เขาเคยทำเอาไว้ การยิงไปกว่า1,281ลูกนั้น บอกอะไรได้หลายๆอย่าง ว่าการค้าแขงของเขาสร้างความสนุกให้กับโลกนี้แค่ไหน

 

อันดับ 2 Messi ( Argentina )

อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
Messi ( Argentina )

เมื่อใครได้ชมการแข่งขัน ของจอมกระชากรายนี้ คงไม่มีใครเถียง ว่ามันสุดยอดมากแค่ไหน ที่มีการพยายามฉีกแนวรับ และทำทีมที่เจอให้เสียน่า อยู่เป็นประจำ ทั้งที่ระวังตัวมากแค่ไหน ก็ยังหยุดการมา ของเท้าซ้ายของหมอนี่ไม่ได้ และไม่ใช่แค่ดาวยิงของทีมชาติฟ้าขาว ที่ยิงไปมากที่สุด แต่ยังเป็นคนที่ลั่นสกอร์ สุงสุดของบาร์ซ่า เขามีส่วนกับแชมป์30รายการ จากทีมในสเปนของเขา และเคยยิงในปีเดียว91ลูกใน1ปี ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยาก ในฟุตบอลใหม่ มีการวางระบบที่ดี เราจึงมักไม่เห็นการยิงกันขาด อย่างในอดีต แต่แข้งรายนี้ มักทำได้ในหลายการแข่งขัน และการทำประตู ที่มีการยิงเต็มข้อ สลับกับการแปล หรือว่ายกบอลข้ามหัว เป็นงานหนักของประตู ที่ต้องมารับมือ และการเลือกเล่นของเมสซี่ในแต่ละเกม แต่สำหรับผลงานสโมสร เขายังแรงต่อเนื่อง รักษาฟอร์มได้ดีมาก

 

อันดับ 1 Maradona ( Argentina )

อันดับยอดผู้เล่นฟุตบอลโลก
Maradona ( Argentina )

ที่หนึ่งของเราเป็นคนที่มาจากสลัม ไม่มีอะไรพร้อมเลย ในการเป็นนักฟุตบอลที่ดีคนนึง แต่เขาก็ฉายมันออกมา ผ่านการเล่นที่ไม่รู้เก็บกดมาจากไหน ในการลุยแล้ว ไปเลยไม่มีใครตามทัน ต่างกับบุคคลิกที่ไม่สูง และอ้วนตันของเขาอย่างมาก แต่เมื่อเขาจับบอลมาเล่นแล้ว ก็เป็นคนที่วาดลวดลาย แบบที่ทุกคนต้องจำได้ เมื่อเคยเห็นมา การพัฒนาตัวเอง มาได้ถึงขึ้นไปเล่นกับทีมบาร์ซ่าได้ นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว แต่ชีวิตมีอะไรมากกว่านั้น เมื่อพฤติกรรมของเขา เปลี่ยนไปกับการลองยาและเล่นรุนแรงขึ้น การหันหน้าหนี ของสโมสรปล่อยตัวให้พ้นทีม และเป็นทีมนาโปลี ที่ลองของ แต่ว่าพวกเขาได้รับสิ่ง ที่ฟ้าประทามาแบบดีที่สุด เขามาถึงที่อิตาลี ด้วยความสามารถทั้งหมดของเขา ทำให้ทีมนี้ กลายเป็นจ้าวลูกหนังได้อย่างช็อกทุกคน และในนามทีมชาติ ก็ได้ยืนขึ้นถือครองแชมป์โลกมาได้ ชีวิตครบรสของเขา  แต่ในแง่ของฟุตบอลแล้ว เขาก็นับว่าเป็นที่สุด ที่งัดเอาออกมาทำให้ได้เห็นจริงๆ

 

แต่ละคนไม่ได้ดีใน ฟุตบอลโลก แต่ว่าการเล่นเพื่อทีม และแฟนบอลเป็นสิ่งที่ พวกเขาทำมันออกมาได้อย่างดี มีทั้งคนที่ต้องพยายาม มากกว่าคนอื่น หรือว่าการที่ต้องพิสูจน์อะไรมากมาย กว่าจะได้การยอมรับ กีฬานี้จึงไม่ง่ายเลย ที่จะทำออกมาให้เป็นที่กล่าวขาน นอกจากจะมีมาตฐาน และยอมรับจากคนทั่วไป พรสวรรค์ของหลายคน สร้างชื่อเสียงมามากมาย แต่การฝึกซ้อมก็สำคัญที่ และขาดไปไม่ได้เช่นกัน เรื่องราวเช่นนี้หากว่าชื่นชอบ หรือติดใจก็มาเสพกันได้ที่ playmun.com

 

10 ครั้ง ที่คนติดตาม ฟุตบอลโลก มากที่สุด

โดยการจัด ฟุตบอลโลก ที่มีการแข่งขันทุก 4 ปี

จะมีการผลัดเปลี่ยนเจ้าภาพกันไป ในแต่ละปีจากการคัดเลือก  ของ FiFa ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของประเทศที่ต่างๆ ที่ได้รับผิดชอบไป ในเรื่องของการตลาดหรือว่าโฆษณา เรียกแฟนบอลและผู้ชมให้สนใจเป็นหลัก ที่จะมีการทำและวางแผนอย่างจริง ด้วยการที่มีลิขสิทธิ์และรายละเอียด ที่แปรเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์ได้มาก ทำให้การสร้างทุกอย่าง ให้ออกมาประทับใจเพื่อเป็นที่จดจำ ต้องเค้นมาให้ได้ในแต่ละครั้ง ซึ่งประเทศที่ผ่านมาก็จัดได้ดี และมีหลายครั้งที่ทำได้ดีงาม วันนี้เราจะมาดูกันว่า การจัดครั้งไหนที่เรตติ้งสูงที่สุดกัน มาเสพกันได้เลย กับข้อมูลที่เราเตรียมมา

อันดับ 10  ปี 1970 ( เม็กซิโก )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 10 ( เม็กซิโก ) 1970

การจัดครั้งนี้ มีความพิเศษหลายอย่าง ทั้งการที่ถูกโยกมาจัดที่ทวีปอเมริกาเหนือ และยังได้รับการถ่ายทอดสดเป็นภาพแบบสีอีกด้วย ไฮไลต์คือการที่ผู้ตัดสิน จะมีการได้โชว์สีในการแจกใบได้ เพื่อคนทางบ้านจะได้รับชมว่าเกิดอะไรขึ้น ผิดไปจากที่เคยได้ชมกัน จอแบบภาพขาวดำกันมายาวนาน แต่อาจจะต้องผิดหวังหน่อย เพราะว่าไม่มีใครโดนไล่เลยในปีนั้น และอีกอย่างคือการปรับการเปลี่ยนตัว ที่จะทำได้ในช่วงการแข่งขัน 2 คน เป็นทีม Brazil ที่ทำได้ในการเป็นแชมป์ และได้ชูถ้วย Jules Rimet เป็นทีมสุดท้ายด้วย ก่อนที่จะถ้วยนี้จะหายไป และสร้างแบบโฉมใหม่มาแทน สถิติถการแข่งครั้งนี้มีคนเข้ามาดู 1,603,975 คน มีการแข่งเพียง 32 แมตช์เท่านั้น คละออกมาได้แล้วหนึ่งเกมอยู่ที่ 50,124 คน

 

อันดับ 9  ปี 1974 ( เยอรมันตะวันตก )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 9 ( เยอรมันตะวันตก ) 1970

มีคนที่ติดตามไปชมเกมในครั้งนี้ ตั้งแต่เปิดสนามจนวันปิด มีจำนวนคนทั้งสิ้น 1,865,753 คน นับว่าทำให้คนจัดยิ้มออกได้เลย การแข่งขันมีด้วยกัน 38 นัดในทัวร์นาเม้นต์นี้ ในยุคนั้นยังมีการแข่งเพียง 16 ทีมเท่านั้น ทำให้มีแต่ทีมที่เคี่ยวทั้งนั้น ที่มาขับชิง ยื้อแย่งกันกับรายการระดับโลกนี้ โดยมีเซอร์ไพร์สด้วยกับการที่ ทีมชาติเยอรมันตะวันออก ได้หลุดเข้ามาเล่นได้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่มีการแยกประเทศไป ส่วนเรื่องกฏแข่งก็มีการเปลี่ยนมาจัดแบบแบ่งกลุ่ม ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนั่นเอง โดยทางทีมเจ้าภาพหมายหมั่นที่จะคว้าแชมป์ให้ได้ มีการจ่ายเงินอัดฉีดเป็นงบที่สูง และในที่สุดพวกเข้าก็เป็นทีมที่ได้ถือถ้วยจริงๆ จากการชนะทีมกังหันสีส้มไป สรุปรายการนี้มีคนดูเฉลี่ยอยู่ที่ 49,099 คน ในหนึ่งเกม

 

อันดับ 8  ปี 1982 ( สเปน )
อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 8 ( เยอรมันตะวันตก ) 1982

สนามแข่งขันเปิดให้คนเข้าชมเต็มที่ มีทั้งหมด 2,109,723 คน นับว่าถึงหลัก 2 ล้านคนครั้งแรก การแข่งขันมีการปรับมาเป็น 52 เกม โดยมีแฟนๆเข้ามาต่อนัดก็ราว 40,572 คน มีไฮไลต์ที่ต้องจดจำเ มื่อทางฮังการีได้ชนะไปท่วมท้น จากการยำทีมสมันน้อยเอล ซัลวาดอร์ ที่ดันหลุดเข้ามาในรอบนี้ เรียกไดว่าจัดให้แบบหนักจนพรุ่นไปทั้งร่างกับ 11 ลูก ส่วนทีมที่เป็นพระเอกในรอบนี้คือทีมอัสซูรี่ ที่เปิดตัวไม่สวยในรอบแบ่งกลุ่ม แต่แล้วอิตาลีมาฮึดสู้ แล้วก็ชนะมาเรื่อยๆ ก่อนหักด่านทีมอินทรีเหล็ก และเป็นคนถือถ้วยแทนในเกมนัสุดท้าย อย่างเหนือชั้นกับสกอร์ 3-1 ประตู

 

อันดับ 7 ปี 1986 ( เม็กซิโก )
อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 7 ( เม็กซิโก ) 1970

16 ปีที่แล้วทางทีมเม็กซิโกไ ด้ทำการจัดไปแล้วหนึ่งครั้ง และมีการได้รับความสนใจ จนปลุกกระแสได้อย่างดี ทำให้ในปีนี้ได้รับความไว้ใจ ให้เป็นหัวเรือใหญ่อีก และไม่ทำให้ผิดหวังกับคนที่เข้ามาดูเพิ่มขึ้น เป็นตลอดการแข่งมี 2,394,031 คน ที่เข้ามาดูการฟาดแข้งกัน เฉียดตัวเลข 4 ล้านไปอย่างหวุดหวิว โดยมีการเตะไป 52 นัด แบ่งเป็นเกมละประมาณ 46,039 คนเลยทีเดียว การถ่ายทอดสดมีคนชมมาก และเรี่องราวของ Maradona ที่ใช้มือปัดบอล ก็เข้าถึงคนที่รักบอลที่ดูกัน และเป็นที่พูดถึงอย่างมาก เป็นกระแสอย่างมากหลังการแข่งขันจบลงไป ในปีนี้ทางอาร์เจนติน่าเป็นทีมที่เข้าชิง กับทางทีมเยอรมันที่เป็นมวยถูกคู่ ก่อนที่จะจบลงที่ฝ่ายฟ้าขาวได้เป็นฝ่ายครองถ้วยไป

 

อันดับ 6 ปี 1990 ( อิตาลี )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 6 ( อิตาลี ) 1990

อาจจะได้ชื่อว่าเป็นครั้งที่ไม่ค่อยสนุก จากทางสื่อที่ขาออกมาตอนนั้น แต่ว่าก็มีหลายสื่งที่ดีใ นการจัดครั้งนี้ เมื่อโลกฟุตบอลแปรเปลี่ยนไปมาก กับเกมบุกอย่างที่ผ่านมา จะมีการยิงประตูกันหนัก แต่ปีนี้การเล่นเน้นเกมรับมากขึ้น เข้าบอลแบบหยุดเกมถึงลูกถึงคนตลอด ทำให้เกิดใบแดงมากมาย แต่สวนทางกับประตูที่เกิดขึ้นน้อยมาก จนต้องมีการเดิมพันจุดโทษกันอยู่หลายนัด แต่ในด้านของการจดสถิติคนดู ถือว่าดีเลยเมื่อมีคนตามมาดูในสนาม 2,516,215 คน ตกคู่ละ 48,389 คนในการแบ่งคราวๆ ซึ่งการแข่งทั้ง 52 เกมมีการเล่นที่บีบหัวใจกันมาก เพราะว่าเล่นกันอย่างระวังในแต่ละการดวลกัน

 

อันดับ 5 ปี 2002 ( ญี่ปุ่น & เกาหลีใต้ )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 5 ( ญี่ปุ่น & เกาหลีใต้ ) 2002

การมาจัดที่พื้นแผ่นดินเอเชียครั้งแรกนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ที่ทั้งสองชาติได้จับมือกัน และทำให้งานครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งการจัดการด้านสนามที่พอเพียง และการทำให้ฟุตบอลบูมขึ้น มาเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากกว่าเก่าด้วย โดยปรับมาเป็นมาตฐานการแข่งเป็น 64 เกมแล้ว มีคนชมมากถึง 2,705,197 คนที่ได้เข้ามาถึงสนาม และหารออกมาอยู่ที่ 42,269 คน ในหนึ่งแมตช์การแข่งขัน ความสนุกเริ่มต้นตั้งแต่ที่ทีมฝรั่งเศส ที่เป็นแชมป์เก่าตกรอบไปตั้งแต่ในรอบแรก ทำให้คนได้เห็นอะไรใหม่ๆ ตามมาอีกเพียบ ทีมเอเชียอย่างเกาหลีใต้หลุดไปชิงที่ 3 แต่ไม่สำเร็จ โดยการแข่งรอบนี้เป็นทางทีมแซมบ้าที่ได้เฮอีกรอบ กับการเป็นทีมแรกที่ได้ชเป็นผู้นะเลิศครบ 5 ครั้ง

 

อันดับ 4 ปี 1998 ( ฝรั่งเศส )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 4 ( ฝรั่งเศส ) 1998

การแข่งขันของครั้งนี้ เป็นเส้นทางสวรรค์ของเจ้าภาพ เมื่อทางฝรั่งเศสได้เล่นในบ้านตัวเอง และที่สำคัญพวกเขาได้เข้าชิงตามเป้า ทีมใหญ่หลายทีมชิงตกรอบไปอย่างไม่น่าเชื่อ และทีมน้องหใม่ทะลุไปรอบลึกๆได้ สื่อเริ่มมีการเสนอข่าว ด้วยความไวมากขึ้น ทำให้การแข่งครั้งนี้มีการเข้าถึงมาก และแข่งจากนักเตะประเทศต่างๆ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างดี โดนซื้อตัวและไปและพัฒนาไปไกล ส่วนเกมนัดชิงนั้นทางทีมแดนน้ำหอม เอาความได้ปรียบในบ้าน และแข้งมารวมตัวอย่างลงตัว กับตัวเก๋าและดาวรุ่งเผาเครื่องทีมชาติบราซิลงไปได้ สร้างนิยายบทใหม่ขึ้นมา ท่ามกลางการผู้คนที่มาชมเกม ที่เฉลี่ยถึง 43,517 ต่อเกม รวมๆแล้วตลอดการแข่ง มีคนที่เข้าชมในสเตเดียมราว 2,785,100 คน

 

อันดับ 3 ปี 2010 ( แอฟริกาใต้ )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 3 ( แอฟริกาใต้ ) 2010

ทีมแอฟริกาใต้เปิดตัวอย่างน่าพอใจ เมื่อมีผู้ชมที่ติดตามมาถึง 3,178,856 คน ที่ได้มีการตามเฝ้านักเตะถึงขอบสังเวียน โดยก่อนหน้านี้มีความกังวล ว่าจะจัดได้ออกมาได้ดีหรือไม่ แต่ว่าก็ออกมาประทับใจดี แต่มีเรื่องที่ได้รับเสียงติอยู่ไม่น้อยกับเสียงวูวูเซล่า แต่อีกนัยก็คือเป็นเอกลักษณ์ที่ดีของชนพื้นเมืองที่นี่ มันไม่เหมือนใคร หาไม่ได้จากที่จัดผ่านมานั่นเอง มีผู้ชมจำนวน 49,670 ในการเล่นหนึ่งนัด โดยการแข่งมีนัดชิงที่เป็นสีสัน เมื่อทางทีมฮอลแลนด์ต้องมาหยุดความแรงของทีมสเปน ด้วยทีมกระทิงที่พึ่งได้แชมป์ยูโรมาหมาดๆ  แม้ฮอลแลนด์จะยื้อมาถึงช่วงต่อเวลา แต่ยังมาโดนยิงในช่วง 116 นาทีของการแข่ง ซึ่งมีแฟนบอลจากทั่วโลกที่พลาดดูสนาม ก็ได้ใช้ช่องทางการถ่ายทอดสด ชมไปพร้อมกันอย่างเป็นปรากฏการณ์

 

อันดับ 2 ปี 2006 ( เยอรมัน )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 2 ( เยอรมัน ) 2006

ถือว่าการแข่งในปีนี้ มีแต่ความดราม่า ที่ออกมาให้ได้ดูกันตั้งแต่รอบแรกเลย มีการจดไว้ว่า มีคนตามดูเกมในปีนี้ถึง3,359,439 คน เพราะว่าทางเจ้าภาพ มีความตื่นตัวอย่างมาก ที่จะใช้โอกาสที่ดีนี้ คว้าถ้วยอีกซักรอบ เพื่อแฟนบอลในบ้านของตัวเอง แฟนบอลเข้าเชียร์เฉลี่ยอยู่ที่ 52,491 คนเลยทีเดียว ทำให้การเล่นของทีมชาติทั้งหมด ล้วนเอาจริงจัดหนักมาก ผู้ตัดสินจ่ายใบเหลืองไป 345 ใบ นับรวมรอบคัดเลือกด้วย และในรอบ 16 ทีมก็มีเกมสุดมันอย่างทีมโปรตุเกส ที่ได้มาวัดกับทีมฮอลแลนด์อย่างสูสี กับ 16 ใบเหลืองและ 4 คนทีโดนตะเพิดออกไป ยังไม่หมดแค่นี้เมื่อนัดสำคัญมาถึงในการชิงดำ ทางทีมอิตาลีเองได้ยื้อกับทีมฝรั่งเศส จนไปถึงช่วงต่อเวลา มีใบแดงที่ดราม่าจาก ซีดาน เกิดขึ้นจนได้ ก่อนท้ายที่สุดทีมแดนมักกะโรนีจะขึ้นชูถ้วยได้ในที่สุด

 

อันดับ 1 ปี 1994 ( สหรัฐอเมริกา )

อันดับคนดูเยอะที่สุด
อันดับ 1 ( สหรัฐอเมริกา ) 1994

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปี ที่มีคนดูเยอะมากที่สุด ในการเฝ้าดูการแข่งถึงสนาม เป็นปีที่เกิดขึ้นในถิ่นอเมริกา เพราะว่าดินแดนแห่งนี้ ไม่ได้มีฟุตบอลเป็นเบอร์หนึ่งของกีฬาที่ชอบ แต่ด้วยการที่เป็นชาติมหาอำนาจ และมีอิทธิพลอย่างมาก ในการเผยแพร่ภาพและกสนสื่อสารออกไป มีคนให้ความสนใจอย่างมาก ในการติดตามสถานการณ์ นับคนที่มาชมเกมก็ปาเข้าไป 3,587,538 คน ซึ่งทำลายทุกสถิติก่อนหน้านี้ และตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ เป็นท็อปเรตติ้งในการมีคนดูเยอะถึง 68,991 คนต่อสนาม และมีเกมการแข่ง ที่สนุกอยู่หลายเกม หนีไม่พ้นช็อตที่ทุกคนต้องเคยผ่านตา เพราะว่ารอบชิงชนะเลิศ ต้องถึงฏีกาด้วยการสังหารจุดโทษตัดสิน และทีมแซมบ้าชนะไป จากการที่ บาจโจ้ หอกอิตาลีชิพบอลพลาด แล้วพุ่งออกนอกคานไป เป็นซีนอารมณืที่ถ่ายทอดออกไปทั่วโลก

โดยการจัด ฟุตบอลโลก ครั้งต่อไป จะมีการแข่งในรัสเซีย ซึ่งจำนวนตัวเลขคนดู และการถ่ายทอด อาจไม่แน่ว่าได้รับการตอบรับที่ดี จะมีการทำลายสถิติกันได้หรือเปล่า ? แต่นับว่ายากเพราะตั้งแต่ปี 1994 มา ยังไม่มีประเทศไหนจัดแล้วมีคนชมมากกว่าเลย แต่ทุกปีก็สนุกและมีความน่ารัก ในแบบของตัวเองแตกต่างกัน ทำให้การเปลี่ยนรสชาติเป็นเรื่องน่าเคารพ ที่ทางฝ่ายจึงต้องคัดเลือกอยู่ตลอด เพื่อพัฒนามาตฐานของทีม และประเทศต่างๆไปในตัวด้วย หากว่าชอบใจและชอบข้อมูลก็ตามกันต่อได้ที่ playmun.com

 

 

 

 

10 เรื่องสุดฉาวใน ฟุตบอลโลก

สำหรับ ฟุตบอลโลก แล้ว จะมีแต่เรื่องที่ตื่นเต้นอยู่ตลอด

ซึ่งเป็นเกมกีฬาที่ผลักดัน ฟุตบอลโลก ให้มนุษยชาติได้มีการสามัคคัน และพยายามทำให้เงิน ที่ให้หมุนเวียนไปสู่องค์การต่างๆ ทำให้ฟีฟ่าต้องมีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ทั้งการแข่งแบบแฟร์เพลย์ และความขาวสะอาด ทั้งนอกและในสนาม แต่ในเรื่องบางเรื่องในอดีต ก็ไม่สามารถบังคับได้ ทำให้เรื่องในแง่ที่ไม่ค่อยดี ได้มีการเผยแพร่ไปกับเกมกีฬา ของคนทั้งโลกนี้ วันนี้จึงได้รวมเอาเรื่อง ที่ยังคงเป็นที่พูดถึง เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญๆต่าง ที่บางทีก็ไปเกี่ยวข้องกับการเมือง และอำนาจต่างๆด้วยในด้านไม่ดี ไปเสพข้อมูลกัน และร่วมย้อนรำลึกไปด้วยกัน

อันดับ 10 อาลี คานดิล ตัดสินพลาด ( 1970 )All Posts

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ตัดสินพลาด ( 1970 )

อาลี คานดิล คือเชิ๊ตดำของการแข่งขัน ระหว่างคู่ ทีมเม็กซิโกและเอล ซัลวาดอร์ ที่เจอกันในรอบแรก ของเวิร์ลคัพในปีนั้น ซึ่งที่น่าสนใจ คือการแข่งครั้งนี้ คือเกิดขึ้นในการเป็นเจ้าภาพของเม็กซิโกเอง ในปีนั้น ทีมเอล ซัลวาเอร์ เป็นทีมที่ไม่ได้เก่งกาจมากนัก แต่ก็เล่นกันอย่างเต็มที่ และต้านทีมเจ้าถิ่นไว้ได้ถึง 44 นาทีแรก แต่เมื่อได้ลูกฟรีคิกจากฝั่งตัวเอง ดันวมีผู้เล่นเม็กซิโกตัดเอาบอลไปเล่นอย่างเร็ว และโยนยาวไปให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูนำ ในขณะที่นักเตะเอล ซัลวาดอร์ยืนงงกันตาแตก ซึ่งกรรมการก็ได้ปล่อยไหลไป และเป็นประตู ทำให้ถูกผู้เล่น ทีมที่เสียเปรียบต้องประท้วง ด้วยยุทธวิธี การวิ่งไปล้อมเชิ๊ตดำและผู้ช่วย และยังยุให้แจกใบแดง หรือว่าไล่ออกไปได้เลย รุกลามไปจนเป็นเรื่องใหญ่จวนจะควบคุมไม่ได้ คานดิลก็ได้ชิงเป่าหมดเวลาไปเสียเลย เพื่อเซฟความปลอดภัยตัวเอง ก่อนจะเริ่มเกมในครั้งหลัง แบบที่ไม่ใช่ฟุตบอล เพราะว่าทางทีมสมันน้อยซัลวาดอร์ ก็เตะบอลทิ้งจนหมดเวลา

 

อันดับที่ 9 ความรุนแรงนอกสนาม ( 1978 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ความรุนแรงนอกสนาม ( 1978 )

เป็นเวิร์ลคัพรอบสุดท้าย ที่ถูกจัดขึ้นในประเทศอาร์เจนติน่า ที่ตอนนั้นยังมี ความไม่สงบของทางการเมืองอยู่ แต่เมื่อเกมกีฬาต้องเดินน่าต่อไป แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ตรึงเครียด ทางเจ้าภาพยังโดนปกครองด้วยอำนาจรัฐทหาร ทางผู้นำต้องการที่จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ท่ามกลางการไล่ทำร้ายประชาชน และถึงขั้นเสียชีวิตมากมาย จากการปราบคนในประเทศของตัวเอง มีวงกรอบร่วมสองปีที่มีความวุ่นวาย เพื่อเคลียร์ทางการจัดรายการนี้ ให้เกิดขึ้นให้ได้ และบรรรยากาศการมาของสื่อและนักข่าวเ มื่อมาถึงเวลาก็อึมครึมมาก เพราะรู้ถึงการเจตนาการปกปิดเรื่องไม่ดีนี้ไว้ ประธานที่เป็นคนดูแลลการจัด คนแรกก็โดนเก็บไปจากระเบิด ศูนย์ที่รวมตัวนักข่าวเอง ก็ยังโดนลูกหลง ทางอาร์เจนติน่าก็เรียกหน่วยความปลอดภัย เป็นจำนวนมากมาเพิ่มเพื่ออำนวยความสะดวก การแข่งขันจึงสามารถผ่านเสร็จไปได้ในที่สุด

 

อันดับที่ 8 กรรมการและเกาหลีใต้ ( 2002 )
อันดับฉาวฟุตบอลโลก
กรรมการและเกาหลีใต้ ( 2002 )

เชื่อว่าแฟนบอลรุ่นใหม่ที่ยังทัน และได้ชมกันในปี 2002 จะจำกันได้ดี โดยยังมีส่วน ที่น่าจดจำกับเจ้าภาพร่วม ระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่ประสานงานกันอย่าลงตัว แบ่งการแข่งขันที่ลงตัว และธรรมชาติแวดล้อมสวยงาม การตื่นตัวของแฟนบอลและคนเมืองที่ออกมาขานรับ การเป็นเจ้าภาพอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นหน้าตาของคนเอเชีย แต่มาติดลบอย่างเดียวที่การแข่งขัน ซึ่งเกิดขึ้นกับทีมเกาหลีใต้ ทั้งสองเกมสำคัญ ด้วยการได้ประโยชน์เต็มๆ จนผ่านเข้ารอบลึกไปได้ กับเกมแรกในรอบ 16 ทีมกับทีมอิตาลี มีการปฏิเสธการได้ประตูจาก Vieri หอกของทีมอิตาลี ว่าไม่เป็นประตูจากกรรมการ ลูกาโน่ กาอุชชี่ ก่อนเกมจบลงที่เจ้าภาพชนะไป 2-1 ในช่วงต่อเวลา ก่อนจะมาต่อที่รอบ 8 ทีมต่อทันที การเจอทีมชาติสเปน และเป็นการบอกปัดอีกครั้ง ในการไม่ให้เป็นประตูของคู่แข่ง เมื่อทาง มอริเอนเรส โหม่งเข้าแต่เชิ๊ตดำบอกว่าลูกออกไปก่อนแล้ว จากชายที่ จามาล กาดูร์ กรรมการในเกมดังกล่าว

 

อันดับ 7 สองทีมจับมือ ( 1982 )
อันดับฉาวฟุตบอลโลก
สองทีมจับมือ ( 1982 )

การเตะในรอบแรกแบ่งกลุ่ม มักจะสำคัญที่นัดสุดท้ายเสมอ และการชี้ชะตาในปีนั้น เกิดขึ้นกับทีมเยอรมันตะวันตก ที่มาเจอกับทางทีมออสเตรียในเกมสุดท้าย สถานการณ์ไม่เป็นใจกับเยอรมันมากนัก เพราะว่าแพ้แอลจีเรียมา ในเกมก่อนน่านี้ ทำให้พวกเขาต้องชนะทีมออสเตรียให้ได้ แต่ทางทีมออสเตรีย ก็มีเงื่อนไขห้ามแพ้เกิน 4 ลูก ก็จะเข้ารอบได้แน่นอน เกมที่กดดันเริ่มขึ้นมา ไม่นานมากกับ 11 นาที ทางอินทรีเหล็กได้ประตูนำไปในการโหม่ง เท่ากับว่าตอนนี้ หากสองทีมคงสกอร์นี้ไว้ จะเป็นการจับมือกันเข้ารอบไป และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ที่บอลในสนามนั้น ไม่มีอะไรตื่นเต้นไปกว่า การส่งกันมาอย่างเชื่อยชา และไม่มีความสนุกเลย จนสิ้นเสียงเป่าจบเกม ทีมที่น่าเห็นใจคือทางแอลจีเรีย ที่ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว แต่ต้องตกรอบไปด้วยเงื่อนไขประตูได้เสีย

 

อันดับ 6 ประตูที่ไม่เคยเกิดขึ้น ( 1966 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ประตูที่ไม่เคยเกิดขึ้น ( 1966 )

ในปีนี้เป็นปีทองของทาง ทีมอังกฤษอย่างที่สุดแล้ว โดยจ้าภาพก็เป็นประเทศอังกฤษเองนี้แหล่ะ ทีมผู้ดีทะลุมาได้จนถึงนัดชิงสมใจ อย่างที่รอคอยมานาน และมาชิงกับทีมเยอรมัน ที่เกมออกมาสนุกเดือด อย่างที่แฟนบอลคาดไว้ ในการยิงกันไปสกอร์ 2-2 ก่อนที่จะต่อเวลา และมาเกิดลูกปัญหาจนได้ เมื่อทาง เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ได้จับบอลในเขตโทษ ก่อนที่จะซัดเต็มข้อบอลวิ่งไปชนคานเต็มๆ ก่อนตกลงมาที่แถวเส้นประตู ทางผู้ตัดสินปรึกษาไลน์แมน แล้วลงความเห็นว่าลูกเข้าเส้นไปแล้ว ท่ามกลางการประท้วง ของทางเยอรมันแต่ไม่เป็นผล ทีมชาติอังกฤษ ได้เป็นแชมป์โลกสมัยแรกในปีนั้นไป พร้อมคำครหาในลูกยิงนี้ว่าเข้าหรือไม่เข้า แต่ทางเยอรมัน เรียกลูกนี้ว่าลูกที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

 

อันดับ 5 ลูกบอลเจ้าปัญหา ( 1930 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ลูกบอลเจ้าปัญหา ( 1930 )

ในช่วงการแข่งขันบอลโลกปีแรก ที่เกิดขึ้นอุรุกวัย เป็นการเริ่มต้นที่ทีมต่างๆ โดนเชิญมาแข่ง ไม่ได้มีการคัดเลือกแบบดุเดือด อย่างในปัจจุบัน เป็นทีมเจ้าภาพเองที่ได้เข้าชิง กับทีมชาติอาร์เจนติน่า และมีเรื่องนอกสนาม อย่างผู้เล่นฟ้าขาวที่โดนขู่เอาชีวิต จนการเล่นต้องมีการเตรียมการ เพื่อหนีเอาชีวิตรอด เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น รวมถึงผู้ตัดสินที่ก็เสนอแผน ทำทางหนีให้ไว้ที่สุด เพื่อไปให้ถึงเรือเดินทาง และเรื่องไม่จบ จนถึงเล่นนัดชิง เมื่อสองทีมขอให้ใช้ลูกบอลในเกมนัดนี้ ต้องมาจากการผลิตประเทศของตัวเอง เพื่อความได้เปรียบเสียเปรียบที่เท่ากัน จึงมีการแก้ไข ในการใช้เตะครึ่งแรกและครึ่งหลัง เป็นคนละลูกกัน เป็นการจบปัญหาลงได้ เป็นความวุ่นวาย ของการเริ่มต้นปฐมบทแห่งเวิร์ลคัพ

 

อันดับ 4 ยุคมืดเฮติ ( 1974 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
ยุคมืดเฮติ ( 1974 )

ทีมเฮติสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ ในปี 1974 ที่จัดในเยอรมัน ซึ่งพวกเขายังมีการเมืองที่เข้าขั้นยุคมืด มีนัดที่พลิกล็อคในเกมตัดสินในบ้านตัวเอง ในการชนะทางทีมตรินิแดดได้ ทั้งที่ในเกมโดนทีมเยือนยิงไปสี่ลูก แต่กกรมการไม่ตัดสินให้เป็นประตูทั้งหมด เป็นการเข้าสู่บอลโลก ในรอบสุดท้ายแบบไม่สะอาดนัก และเมื่อมาเล่นรอบสุดท้ายได้สำเร็จ ก็เจออิตาลีไปอัด 3-1 แต่ว่าสู้ได้อย่างดี จนได้รับคำชมมากมาย ก่อนในเวลาต่อมา จะมีการสุ่มตรวจฉี่กองหน้าของทีม ปรากฏว่ามีการใช้สารกระตุ้นจริง ซึ่งนักเตะก็ยอมรับ ว่าจำเป็นต้องทำ เพราะว่าโดนคำสั่ง และโดนทำร้ายจากคนของสหรัฐ ก่อนที่จะหาทางเอาตัวรอด ด้วยการส่งข่าวหาหน่วยงานกลางที่คอยช่วย แต่แล้วที่สุดไม่มีใครช่วยได้ และแข้งเฮติต้องโดนส่งตัวกลับ ไปประเทศบ้านเกิดเพื่อรับโทษท้ายที่สุด

 

 

อันดับ 3 หัตถ์พระเจ้า ( 1986 )

อันกับฉาวฟุตบอลโลก
หัตถ์พระเจ้า ( 1986 )

สำหรับเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องดัง ที่เป็นเรื่องเอกที่แฟนบอลจำได้ มาจากบอลโลกในอันดับต้นๆ เพราะว่าเกิดขึ้นในเกมรองก่อนรอง ที่ทางทีมอาร์เจนติน่าได้เข้ามาเล่น กับการนำธงรบด้วย Maradona ที่โด่งดังสุดขีดในยุคนั้น มาเจอกับทีมชาติอังกฤษ ที่อยากเข้าสู่รอบลึกกว่านี้ให้ได้เช่นกัน การแข่งขันดำเนินมาถึงครึ่งหลังนาที 55 ก็เกิดเรื่อง เมื่อมีลูกปัญหาที่เสือเตี้ยของเรา ไปกระโดดแย่งโหม่งทำาประตู และความที่ไม่สูง จึงใช้มือช่วยตวัดบอลเข้าไป แต่ปรากฏว่าไม่มีการเป่าฟาวล์ เป็นผลดีแก่ทางทีมฟ้าขาวในการได้ประตู แม้ว่าต่อมาจะโดนตีเสมอได้ แต่เสือเตี้ยก็มายิงอีกลูกให้ทีมชนะไปได่ โดยหลังจบเกมนี้ เจ้าตัวออกมาพูดวนิยามลูกนี้ คือ Hand Of God เป็นการแก้ตัว และเป็นที่จดจำของคนส่วนมากจนถึงตอนนี้

 

อันดับ 2 คูเวต งอแง ( 1982 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
คูเวต ไม่พอใจ ( 1982 )

ทีมชาติคูเวต ได้เล่น World Cup รอบสุดท้าย แต่ไม่ค่อยสวยงามนัก เมื่อเกมแรกของเขาในรอบแบ่งกลุ่ม เจอกับทีมแรกคือทีมชาติเช็ก หรือว่าชื่อในตอนนั้นคือเช็กโกสโลวะเกีย ผลการแข่งเสมอกันไปอย่างไม่มีอะไร ต่อมาในเกมที่สองนี้เอง ที่เกิดปัญหาขึ้นกับทีมฝรั่งเศส โดยการแข่งดำเนินไป ทีมน้ำหอมนำอยู่ 3-1 แต่ทางคูเวตไม่ยอมง่ายๆ พยายามสู้และมาเสียอีกลูกที่ 2 จากการที่นักเตะหยุดเล่น จากเสียงนกหวีด ซึ่งเสียงมาจากข้างสนามของแฟนบอล ทำให้ต้องประท้วงเป็นการใหญ่ ตอนแรกไม่เป็นผล จนทางผู้จัดการทีม ต้องอvกมาเร้าให้ลูกทีมเดินออกจากสนาม ไม่ต้องเล่น จนทางผู้ตัดสินใจอ่อนยกเลิกลูกนั้นให้ แต่ในที่สุดช่วงท้ายเกมคูเวตก็มาโดนยิงอีกลูกจนได้

 

อันดับ 1 เกมสุดน่ารังเกียจ ( 1962 )

อันดับฉาวฟุตบอลโลก
เกมสุดน่ารังเกียจ ( 1962 )

เจ้าภาพชิลี ต้องลงสนามรอบแบ่งกลุ่ม กับทางทีมชาติอิตาลี ที่ก่อนเกมมีการฝากรอยแผลกันเอาไว้ ด้วยการที่สื่อมักกะโรนีได้ออกมาเย้ยทางชิลี ตามน่าหนังสือพิมพ์และในทีวี ทำให้ทางเจ้าภาพรอตอนรับอย่างสาสม บวกกับการที่ทางอิตาลีอ้างว่านักเตะตัวเอง โดนทางแข้งเจ้าบ้านถ่มน้ำลายใส่เหมือนกัน ในตอนก่อนแข่งขัน ทำให้เมื่อถึงเวลาแข่งก็เหมือนสงครามย่อมๆ เมื่อสองทีมจ้องจะเอาคืนกันไปมา จนใบแดงแรกเป็นของทีมอัสซูรี่ ทำให้เกมหยุดไปสักพักก่อนมาหวดกันต่อ มีช็อตไล่หวดก้านคอและมีคนจมูกหัก เมื่อจบเกมไปแล้ว ทางชิลีได้ชัยไป 2-0 ซึ่งสื่อรายงานข่าว ว่าเป็นเกมที่เลวร้ายที่สุดของประวัติศาสตร์ฟุตบอล

 

 

จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ใน ฟุตบอลโลก เลย แค่ได้อ่านก็เชื่อว่าทุกคน ก็จะรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน เมื่อกีฬาไปบวกเข้ากับการเมืองหรือว่าเรื่องอื่น จะออกมาในรูปแบบที่ไม่ใช่กีฬา ทุกฝ่ายต้องช่วยกันส่งเสริมกีฬา และแยกออกมาจากสิ่งที่รุนแรง และไม่เป็นประโยชน์ อย่างเช่นในตอนนี้มีกฏ เมื่อเสื้อแข่งเปื้อนเลือด ต้องทากรเปลี่ยนทันที เพื่อเป็นภาพลักษณ์ที่ดี กับทุกวัยที่ได้ชมจะได้รู้ ว่าไม่ได้เป็นเกมกีฬาที่โหดร้าย นี้ก็เป็นเพียงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น หากว่าชอบและต้องการติดตามก็มาเสพกันต่อได้ที่ playmun.com

 

9 แข้งตำแหน่งบอลทองคำ ฟุตบอลโลก

ถ้วยรางวัลใน ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ กำลังจะเริ่มขึ้นมีหลากหลายประเด็น

ฟุตบอลโลก ที่คอบอล จ้องดูกันอย่างเมามัน และการจองรางวัลต่างๆ ของนักเตะ ก็เป็นอีกปัจจัย สำคัญอย่างมาก เพราะว่านอกจากที่ต้องโชว์ผลงานออกมา เพื่อช่วยทีมแล้วให้ได้ไปต่อรอบลึกๆ ผลงานเล่นส่วนตัวก็มีผลที่จะได้รับรางวัลต่างๆ ที่ทางการจัดการแข่งขันอย่าง FiFa จะเป็นคนกรรมการตัดสินเอง

หลังจากที่การฟาดแข้งได้จบลงไปแล้ว วันนี้จะมาเจาะคุ้ยคนที่เคยได้รางวัลบอลทองคำ หรือว่าเทียบได้กับผู้เล่น MVP ของกีฬาประเภทอื่น โดยมีการแจกกันครั้งแรกในปี 1982 โดยจัดที่เมืองสเปน โดยมาชมและเริ่มเสพไปพร้อมกันได้เลย

1982 Paolo Rossi ( Italy )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 1 ที่ได้รางวัล

เปาโล รอสซี่ มาพร้อมกับการเป็นกองหน้าความหวังให้กับทีมชาติอัสซูรี่ โดยถือว่ามีเรื่องดราม่าก่อนการแข่งขันด้วย เพราะว่าแข้งรายนี้ โดนกล่าวหาว่าล้มบอลจนต้องโดนแบน ก่อนที่ทางโค้ชทีมชาติจะเลือกเชื่อใจเขา และหิ้วมาด้วยแต่ยังไม่สู้ดีนัก ในสายตาแฟนๆที่เฝ้าดู

เพราะว่าในรอบแรกที่เกิดขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ชนะใครเลย จวนเจียนจะโดนเตะตกรอบ แต่การที่ไม่ชนะใครได้เลยจากการเสมอ 3 นัด ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากับแคเมอรูน แต่โชคดีที่พวกเขา มีประตูได้เสียที่ดีกว่า หลุดเข้ารอบมาได้ อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ รอซซี่ จะระเบิดฟอร์มยิงชนะทีมฟ้าขาว ตัวเต็งหลัก

รวมทั้งข้ามหัวตัวเป้งอย่างบราซิลไปในก่อนรอง การเตรียมทีมที่ไม่ดีนักไม่ใช่ปัญหาแล้ว เมื่อมาถึงรอบชิงได้ แถมนัดชิงหอกรายนี้ยังยิงประตูได้ใส่เยอรมัน สรุปชนะไป 3-1 แถมรางวัลดาวซัลโว และได้รางวัลประเดิมเป็นคนแรก

1986 Diego Maradona ( Argentina )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 2 ที่ได้รางวัล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ หลังจากที่โคลัมเบียขอถอนตัว เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน และมีเรื่องให้คนจดจำ ทางหอกร่างเล็กคนนี้ไปอีกนาน เพราะว่าเหมือนเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่สร้างมาเพื่อเขาเลย ตั้งแต่รอบแรกที่เล่นได้อย่างโดดเด่น และความเจ้าเล่ห์ในการใช้มือปัดบอลเข้าประตู

ซึ่งเสือเตี้ยเองก็ยอมรับในภายหลังแบบกวนๆ ว่าเป็นหัตถ์พระเจ้าซะงั้น โดยทีมชาติอาร์เจนฯเดินทางทะลุมาเรื่อยๆ จนมาถึงรอบชิง ที่เสือเตี้ยระเบิดฟอร์มอีกครั้ง กับการกด 2 ตุงช่วยให้ทีมเล่นง่าย ใกล้เข้าแชมป์เข้าไปทุกที แต่ว่าเกิดเรื่องช็อกเมื่อทางทีมเยอรมันเกิดงมีลูกฮึด ได้อัดคืนมา 2 -2 เป็นเรื่องแล้วคราวนี้ในเวลาที่เหลือ

แต่แล้วเสือเตี้ยแผลงฤทธิ์อีกครั้ง ในการแอสซิสต์ให้เพื่อนเข้าไปยิง แซงเป็น 3-2 หมดเวลาในที่สุด เขายังมีส่วนกับประตูไป 10 ลูกจาก 14 ในรายการนี้

1990 Salvatore Schillaci ( Italy )
อันดับบอลทองคำ
คนที่ 3 ที่ได้รางวัล

กองหน้าคนนี้ถือว่า สร้างปรากฏการณ์ได้หลายอย่าง เพราะว่าก่อนการแข่งขัน World Cup ทีมอัสซูรี่

มีตัวเลือกมากมายในตำแหน่งตัวยิง เขาคือตัวท้ายๆ ที่ทั้งโค้ชและแฟนบอลนึกถึง แต่การที่ได้รับโอกาส ไม่ให้ปล่อยไปง่ายๆ เขากลายเป็นซุปเปอร์ซับ ชั้นเลิศในปีนั้น อิตาลีได้ประตูจากเขา มาในเวลาที่เหมาะสม

ไม่น่าเชื่อว่าการเล่นของเขา ที่ติดทีมมาในบอลโลกนี้ เขาจะเคยลงเล่นมา ไม่กี่นัดให้กับทีมชาติ โดยเข้าสู่รอบ 4 ทีมแม้ว่าจะแพ้ให้กับทีมฟ้าขาว แต่การชิงที่ 3 ในบ้านตัวเอง กับทีมชาติอังกฤษก็สำคัญมาก และไม่พลาดที่กองหน้ารายนี้ จะยิงประตูได้ ครองที่ 3 ปลอบใจไป พร้อมรางวัลผลงานส่วนตัวที่ดี

 

1994 Romario ( Brazil )
อันดับบอลทองคำ
คนที่ 4 ที่ได้รางวัล

ดาวยิง ฺBrazil รายนี้ อาจจะไม่โดดเด่น แบบที่แข้งต่างๆ ที่ยิงกันกระจายในปีก่อนๆ ซึ่งทีมกาแฟชื่อดังในปีนี้ มาเจอกับหลายทีมที่พัฒนาตัวเองมาได้อย่างดี โดยมีทีมอิตาลี มาเป็นทีมเต็งที่ร้อนแรง บาจโจ้ ดังมากที่ช่วยทีมยิงชนะเข้ารอบมาเรื่อยๆ ซึ่งในทีมแซมบ้า จะเป็นผลการเล่นแบบเฉลี่ย และช่วยกันพังประตูมากกว่า

การเข้าชิงของ 2 ทีมก็มาถึงจนได้ และต้องรอไปถึงจุดโทษเมื่อหมดเวลาแข่งลง ทีมกาแฟแม่นกว่าจึงได้แชมป์ไป การเล่นของโรมาริโอ้มีส่วนร่วมกับทีมมาก ทั้งสร้างสรรค์และประสานกับเบเบโต้ คู่หู่ในแดนหน้าของเขา ที่ช่วยกันผลิตสกอร์ไป 8 ลูก เพียงพอกับตำแหน่งที่เขาควรจะได้ในปีนั้นไป

1998 Ronaldo ( Brazil )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 5 ที่ได้รางวัล

การแข่งขันที่ฝรั่งเศสนี้ กลายเป็นอำเภอแจ้งเกิดของแข้งคนนี้ ในช่วงนั้น เขายังเป็นเด็กหนุ่มอายุน้อย แต่ความสามารถไม่น้อย มีการเบียดขาใหญ่ลงเล่นได้สบาย ทีมแซมบ้ารักษามาตฐานของตัวเองได้ จนเข้าชิงได้สำเร็จอีกครั้ง ซึ่งก่อนการแข่งขัน ทางโค้ชได้มีการถอดชื่อโรนัลโด้ออกไป ไม่มีใครทราบสาเหตุ

แต่ว่าก็ใส่กลับมาก่อน 45 นาที ในปีนี้เขาแสดงความสามารถได้อย่างชัด ไม่มีใครที่จะตามหยุดเขาได้ง่ายๆ เพียงแต่นัดชิงกับทีมน้ำหอม ทีมฝรั่งเศสเล่นได้ดีมาก และได้แชมป์ไป แต่ผลงานโดยรวมแล้วแข้งฟันเหยินของเรา ก็ยังชนะใจกรรมการ ถึงความสามารถที่แจ่มแจ้งที่สุด

2002 Oliver kahn ( Germany )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 6 ที่ได้รางวัล

ประตูจอมดีเดือด จากทีมอินทรีเหล็ก เดินทางมาถึงช่วงปลายของชีวิตค้าแข้งแล้ว และหวังปิดฉากอย่างสวยๆ กับศึกเวิร์ลคัพครั้งนี้ แต่ว่าผลงานไม่ค่อยดีนัก กับการชนะไม่ค่อยขาด เมื่อยิงคู่แข่ง 1-0 ได้ในสกอร์เดียวกันสามเกมติด โดยยังสามารถตะลุย เข้าไปชิงได้สำเร็จ

แต่ว่าพวกเขาก็ต้องเจอ กับกระดูกชิ้นใหญ่อย่างทีมกาแฟ และแน่นอนว่า โรนัลโด้ หอกคนเก่งก็อยู่ด้วย เขามาเพื่อทำลายกำแพง ที่พลาดท่าในนัดชิงในครั้งก่อน และรอบนี้เขากดไป 2 เม็ดในนัดชิง ลูกแรกมาจากความผิดพลาดของ คาห์น ประตูเยอรมันเองด้วย และท้ายที่สุดบราซิลเข้าป้ายไปได้ แต่ทางประตูอินทรีได้รางวัลปลอบใจไปกับบอลทองคำ เนื่องจาพยุงน้องๆ เข้ามาถึงรอบชิงด้วยประสบการณ์

2006 Zinedine Zidane ( France )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 7 ที่ได้รางวัล

ซีดานคือหัวใจของเกมทั้งหมด ของทีมชาติฝรั่งเศส เป็นปีทิ้งทวน ของเขาอย่างแท้จริง การเล่นของทีมน้ำหอม เข้าขั้นเทพอย่างมาก เพื่อการแก้ตัว ที่พวกเขาตกรอบแรกไป ในการแข่งครั้งที่แล้ว โดยปีนี้พวกเขาหลุดเข้ามาชิง กับทางทีมชาติ Italy ซึ่งเล่นได้อย่างรัดกุม และเสียสกอร์ไปเพียงลูกเดียวก่อนนัดชิง

โดยนัดชิงนี้มาปูทางเหมือนเป็นใจให้กับทีมฝรั่งเศส เมื่อทางซีดานได้ยิงชิพเหนือชั้น ขึ้นนำไปตอนต้นเกม แต่แล้วก็มาโดนตีเสมอ และทำอะไรกันไม่ได้ จนต้องต่อเวลา เล่นไปสักพักเกิดเรื่องจนได้ เมื่อทางซีดานเก็บอารมณ์ไม่อยู่ โดนทางมาเตรัซซี่ยั่วยุ จนต้องใช้หัวโขกจนต้องเบรกเกม และไม่รอดที่จะโดนใบแดงไป

ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ก็ยังทำอะไรไม่ได้เสมอกัน ต้องไปลุ้นจุดโทษ ซึ่งทางอิตาลีแม่นกว่า ทำให้ทีมจากแดนน้ำหอมเจ็บใจมาก แต่อย่างไรซีดานก็ได้รับรางวัลแข้งยอดเยี่ยมไป

2010 Diego Forlan ( Uruguay )

อันดับบอลทองคำ
คนที่ 8 ที่ได้รางวัล

การแข่งที่ Brazil รอบนี้ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ทีมใหญ่หลายทีม ล่วงไปตั้งแต่รอบแรก แต่ว่าทีมที่เข้ามาลึก อย่างอุรุกวัยได้รับคำชมอย่างมาก และนักเตะที่เด่นมากในครั้งนี้คือ ฟอร์ลัน ที่มีอายุที่เยอะแล้ว และชื่อเสียงของเขา ก็หายไปนาน หลังจากย้ายออกจากทีมผีแดงมา ทำให้ไม่ค่อยมีคนสนใจ

แต่ในการแข่งคราวนี้ ชื่อเขากลับมาเป็นที่พูดถึง เพราะว่าเอาประสบการณ์ใช้ในการเล่น มาดันน้องๆเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมนักก่อนรอง แต่ว่าทำได้ดีที่สุดเพียงที่ 3 ของรายการนี้ แต่ว่าได้ใจคนทั้งประเทศไป จากการเป็นเดอะแบกของทีม อย่างไม่ต้องสงสัย จนฝ่ายจัดการแข่งขัน ต้องมอบรางวัลใหญ่ให้กับเจ้าตัวไป แม้ว่าจะได้เพียงทีมที่ได้ที่ 3 แต่ผลงานดีเด่นกว่าคนอื่น

2014 Lionel Messi ( Argentina )

เเข้งบอลทองคำ
คนที่ 9 ที่ได้รางวัล

เมสซี่กัปตันทีมจอมทัพ ผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีมอาร์เจนฯ ได้ออกพาน้องๆ รวมทั้งเพื่อนบุกลุยตั้งแต่นัดแรก และเป็นการทำผลงานได้เต็มพลัง เมื่อไม่มีใคร จะสามารถหยุดพวกเขาให้จอดลงได้ โดยมาเจอกับทีเยอรมันในรอบชิง ซึ่งก็นับว่าแข็งแกร่งพอกัน หนุ่มอาร์เจนฯตัวจิ๋วคนนี้จะทำลายคำสาป

ที่เขาไม่เคยพิสูจน์ตัวเองระดับชาติได้เลย แม้ว่าจะพิสูจน์ตัวเองในระดับสโมสรมามากแล้ว และผลออกมาคือเขาทำไม่สำเร็จ เมื่อทางทีมอินทรีชนะไป 1-0 อย่างน่าเจ็บใจ แต่ว่า FiFa ยกรางวัลบอลทองคำให้เขา ซึ่งเขาไม่ดีใจเอาเสียเลย โดยบอกว่า รางวัลส่วนรวมมีค่ามากกว่า รางวัลที่ได้จากผลงานส่วนตัว


การแจกรางวัล ฟุตบอลโลก ยังคงมีแน่นอน แต่ว่าจะต้องมีการแสดงผลงาน ของขุนพลทั้ง 32 ชาติ ที่ดีที่สุดออกมา จากการยอมรับของทั่วโลก เดากันยากมาก เมื่อตอนนี้ยังอยู่ในการเตรียมตัว ซึ่งในด้านความเป็นจริง คงไม่มีใครเล็งรางวัลนี้เท่าไร นอกจากต้องเอาความสามารถ มาช่วยทีมให้มากที่สุด ส่วนการได้รางวัลเป็นกำไร หรือผลพลอยได้มากกว่า การลงไปต่อสู้กันแต่ละเกมจึงมีความกดดัน ที่นักเตะดังต่างๆ ต้องเจอเหมือนกัน เพื่อเอาชนะและนำทีมไปสู่ความสำเร็จ และทางเว็บจะเกาะติด เพื่อหาข่าวสารมาเสริม ยังคงเสพกันได้อย่างสนุกที่ playmun.com