Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / พาส่อง เรื่องราวน่าสนใจใน สัปดาห์ที่ 7 ของเวที พรีเมียร์ลีก
สัปดาห์ที่ 7

พาส่อง เรื่องราวน่าสนใจใน สัปดาห์ที่ 7 ของเวที พรีเมียร์ลีก

การแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษ เข้ามาถึงนัดที่ 7 ของหลายๆ ทีมแล้ว ซึ่งมีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย กับการแข่งขันทั้ง 10 คู่ ตั้งแต่วันศุกร์ มาจนถึงวันจันทร์ ไฮไลท์ อาจจะอยู่ที่เกมบิ๊กแมตช์ใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล แต่เรื่องราวที่สนามอื่น นั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน และนี่คือเรื่องราวน่าสนใจที่เกิดขึ้นในเกม พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 7 ประจำฤดูกาล 2020-21

สัปดาห์ที่ 7 ในการแข่งขัน พรีเมียร์ ลีก

1.ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นตัวเต็งการลุ้นแชมป์

สัปดาห์ที่ 7

แม้ว่าแชมป์เก่าอย่าง ลิเวอร์พูล จะพ่ายแพ้ให้กับ แอสตัน วิลล่า ไปถึง 2-7 และจะมีความร้อนแรงของ เอฟเวอร์ตัน ที่ขึ้นมานำเป็นจ่าฝูง แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวามากที่สุด ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เริ่มฤดูกาลด้วยความยากลำบากเล็กน้อย กับอาการบาดเจ็บของ อลิสซง เบคเกอร์ ทำให้ต้องเลือกใช้ อาเดรียน และก็มีความผิดพลาดกับการเสียประตู

และล่าสุดก็มาเจอปัญหาใหญ่คืออาการบาดเจ็บของ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ทำให้ทุกคนเป็นกังวลกับเรื่องของเกมรับที่จะเกิดขึ้น ซึ่งทำไปทำมา การป้องกันอาจจะมีปัญหาจริง แต่เกมรุกนั้นยังใช้งานได้ต่อไป สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เกือบจะคว้าได้เพียงหนึ่งคะแนนจาก เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด แต่การทำงานเกมบุกของสองตัวสำรองในเกมนั้นอย่าง เซอร์ดาน ชากิรี่ และ ดีโอโก้ โชต้า ก็เปลี่ยนการแข่งขันให้กลายเป็นการคว้า 3 คะแนนได้สำเร็จ

นี่เป็นเกมที่สองติดต่อกันแล้วสำหรับ “หงส์แดง” ที่เก็บชัยชนะได้จากการที่ถูกนำไปก่อน และมันเป็นการยิงประตูติดต่อกันของ โชต้า นับตั้งแต่เกมชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-1 กลางสัปดาห์ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และนัดล่าสุด ถือเป็นทีมที่บาลานซ์เกมรุกเกมรับ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีที่สุด ตลอด 7 เกมที่ผ่านมา มาจนถึงตอนนี้ พวกเขาก็กลายเป็นทีมจ่าฝูงจนได้ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็งหนึ่งในสายตาบ่อนรับพนันต่างประเทศ ยังอยู่ในอันดับที่ 10 ของตาราง

2.ผลัดกันเป็นม้ามืด

สัปดาห์ที่ 7

ในช่วง 5 สัปดาห์แรก ใครๆ ก็พูดถึงความร้อนแรงของ เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ที่เก็บชัยชนะได้รวด พร้อมกับผลงานที่ยอดเยี่ยมของนักเตะ 11 ตัวจริงในสนาม หลังจากนั้นก็มี แอสตัน วิลล่า เป็นอีกหนึ่งทีมที่ถูกพูดถึง เพราะพวกเขาทะยานขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูงด้วยผลงานชนะ 4 เกมติดต่อกัน ผลงานชิ้นโบว์แดงคือการถล่ม ลิเวอร์พูล 7-2 นั่นเอง

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองทีมผลงานตกลงไป “ทอฟฟี่” เจอปัญหาอาการบาดเจ็บ และผู้เล่นตัวหลักติดโทษแบน ทำให้ฟอร์มนั้นแกว่งทันที ขณะที่ วิลล่า พวกเขาก็ช็อตไปดื้อๆ จากการสะดุดในเกมวันศุกร์ ที่พบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งต้องชื่นชมความยอดเยี่ยมของ “ยูงทอง” ด้วย

แต่ในสัปดาห์นี้ ทีมม้ามืดเปลี่ยนมือเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นทีมที่โค่นทั้ง เอฟเวอร์ตัน และ แอสตัน วิลล่า ได้สำเร็จ นั่นคือ เซาธ์แฮมป์ตัน ปัจจุบันทัพ “นักบุญ” รั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ของตารางแล้วนะครับ คิดดู จากทีมที่พ่ายแพ้คาบ้านให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ถึง 0-9 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก้าวขึ้นมาเป็นทีมหัวตารางอยู่ตอนนี้

พวกเขามีทีเด็ดในเรื่องของเกมรุก การเล่นฉาบฉวย โดยเริ่มจากการเล่นบีบเพรสซิ่งสูงตั้งแต่แดนบน และใช้ความเร็วในการต่อบอลจนไปถึงประตูคู่แข่ง นอกนั้นพวกเขายังแสดงให้เห็นถึงทีเด็ดที่มีอีกอย่าง คือการยิงฟรีคิกของ เจมส์ วอร์ด-เพราส์ ด้วย ส่งให้พวกเขาบุกไปเอาชนะ วิลล่า ได้ 4-3 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเปิดรังเก็บชัยเหนือ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ในอาทิตย์ก่อน

3.เบล กลับมาแล้ว

สัปดาห์ที่ 7

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังอยู่ในฟอร์มเกมลีกที่น่าประทับใจเลยนะครับ หลังจากพ่ายแพ้ในเกมแรกให้กับ เอฟเวอร์ตัน หลังจากนั้นก็ยังไม่แพ้ใครอีกเลย อาจจะมีสะดุดเสมอบ้าง หรือแพ้ในเกม ยูโรปาลีก แต่นั่นก็คือการโรเตชั่นที่มันเกิดขึ้น ในสไตล์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ หลายๆ คนเชื่อกันว่าหาก “ไก่เดือยทอง” ใช้ผู้เล่นชุดหลักลงสนาม ก็ไม่น่าจะพลาด 3 คะแนน

เกมล่าสุด สเปอร์ส มีการสลับสับเปลี่ยนทีมเล็กน้อย แต่ยังยึด ซน ฮึงมิน และ แฮร์รี่ เคน เป็นตัวหลัก การเปิดบ้านเจอกับ ไบรท์ตัน ไม่น่าใช่ปัญหา เจ้าถิ่นออกนำไปก่อนจากจุดโทษ ตั้งแต่นาทีที่ 13 โดย แฮร์รี่ เคน แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจาะเกมรับของ ไบรท์ตัน ได้มากนัก สุดท้ายมาโดนตีเสมอในช่วงต้นครึ่งหลัง

ซึ่งมันก็อาจจะเป็นประตูปัญหาจากลูกฟาวล์ของ ไบรท์ตัน ก่อน แต่สุดท้ายผู้ตัดสินไปดู วีเออาร์ มาแล้วก็ยังยืนยันว่าไม่ฟาวล์ และเป็นประตูของ ทายริค แลมพ์ตี้ย์ หลังจากนั้น สเปอร์ส เร่งเครื่องอย่างหนักเพื่อพยายามที่จะพังประตูขึ้นนำอีกครั้ง โดยที่มีการยิงชนเสาไปถึง 2 ครั้งสองครา แต่ก็ยังไม่เป็นประตู

สุดท้ายฮีโร่คนใหม่หน้าเก่าอย่าง แกเร็ธ เบล ที่ลงสนามมาแทน เอริค ลาเมล่า ในนาทีที่ 70 ใช้เวลาตั้งแต่ลงมาเล่นเพียง 3 นาที ก็ยืนขวิดบอลด้วยศรีษะเข้าประตูไป นี่เป็นประตูแรกของ เบล ในการกลับมายังถิ่นเก่าเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเชื่อว่าจากนี้ไป เราน่าจะได้เห็นอะไรจากเขามากกว่านี้อีกอย่างแน่นอน

4.ความพ่ายแพ้ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

สัปดาห์ที่ 7

และแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พ่ายให้กับ อาร์เซน่อล ในเกมบิ๊กแมตช์ไป 0-1 ยังไม่สามารถเก็บชัยในถิ่นตัวเองได้เลย นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา เจ้าถิ่นกำลังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดี ล่าสุดเพิ่งถล่มใส่ อาร์เบ ไลป์ซิก ทีมจ่าฝูง บุนเดสลีกา เยอรมัน ด้วยสกอร์ 5-0 แถมก่อนหน้านั้นยังเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นที่แล้ว 2-1 ด้วย

แต่ปรากฏว่า อาร์เซน่อล แก้เกมของ ยูไนเต็ด มาได้อย่างดี พวกเขาเข้าบีบใส่นักเตะ “ปีศาจแดง” จนไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดนัก ครึ่งหลัง แมนฯ ยู กลับมาเล่นได้ดีขึ้น ครองบอลได้มากขึ้น และบุกได้เยอะขึ้น ทีมกำลังไปในทิศทางที่ดีแล้วนะครับ แต่ก็มาพลาดจากการเสียจุดโทษของ ปอล ป็อกบา

สิ่งที่เป็นข้อผิดพลาด มันก็ต้องเป็นคำถามกันต่อไปว่าเพราะเหตุใด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เลือกที่จะใช้งาน ป็อกบา อยู่ในสนามต่อไป และถอด บรูโน่ แฟร์นันเดส ออก ตอนที่เกมกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม อย่างไรก็ตาม การได้เพียง 7 คะแนนจากการลงเล่น 6 นัด นอกจากไม่ชนะในบ้านตัวเองมา 4 เกมติดแล้ว มันเป็นการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ ครั้งล่าสุดที่พวกเขาไม่ชนะในบ้าน 4 นัดรวด เกิดขึ้นตั้งแต่ฤดูกาล 1972-73 นู่นเลย มันเป็นการฉลอง 100 เกมของ โซลชา ในการคุม “ปีศาจแดง” ที่ไม่น่าจดจำเอาเสียเลย

ติดตาม ข่าวบอลอัพเดทใหม่ ทุกวันได้ที่เว็บ playmun